เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดฟุกุโอกะเข้าจับกุมนายอาดาจิ วาตารุ วัย 37 ปี ในฐานะผู้ต้องสงสัยอัพโหลดภาพมังงะเรื่อง One Piece ลงบนเว็บไซต์มังงะเถื่อน Mangamura ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2017

ทางตำรวจระบุว่ามีชายที่เชื่อว่าเป็นนายอาดาจิติดต่อเข้ามาทางตำรวจของฟุกุโอกะเมื่อเดือนสิงหาคมโดยระบุว่าเขาต้องการที่จะเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้าจับกุมนายอาดาจิที่สนามบินฟุกุโอกะหลังบินมาจากฟิลิปปินส์ เที่ยวบินนั้นมาเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวันก่อนจะบินมายังญี่ปุ่น นายอาดาจิไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เพียงพูดกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาต้องการจะพูดคุยกับทนาย

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมทางตำรวจฟุกุโอกะและหน่วยงานอื่น ๆ ก็เคยเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยสองรายในข้อกล่าวหาว่าทำการอัพโหลดมังงะ One Piece ตอนที่ 866 เข้าเว็บไซต์เดียวกันในช่วงวันที่ 29 พฤษภาคม 2017 รายงานระบุว่าชายหญิงคู่นี้เป็นเพื่อนกับ โฮชิโนะ โรมิ หรือในอีกชื่อคือ ซาเค โรมิ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดการของเว็บไซต์ Mangamura โดยทางด่านตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ทำการจับกุมโฮชิระเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม และทางเจ้าหน้าที่ได้กักตัวโฮชิโนะไว้ที่ค่าย Bagong Diwa ในเมือง Taguig ระหว่างรอดำเนินการการส่งมอบตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นที่ได้ออกหมายจับโฮชิโนะไว้จึงเตรียมการจับกุมเมื่อเขาถูกส่งตัวกลับมาในทันที

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่กล่าวว่าพวกเขายังได้ออกหมายจับชายชาวญี่ปุ่นอีกหนึ่งคนที่มีความเกี่ยวข้องในคดีนี้อีกด้วย

เว็บไซต์ Mangamura นั้นเปิดตั้งแต่ปี 2016 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนหลังจากทาง Kodansha และสำนักพิมพ์อื่น ๆ มีการยื่นเรื่องร้องเรียนทางคดีอาญากับสำนักงานตำรวจตั้งแต่เมื่อช่วงหน้าร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง 2017 และในตอนนี้ทาง Kadokawa, Kodansha, Shogakukan, Shueisha และ Square Enix กำลังร่วมพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งต่อไปเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดกับนักเขียนและสำนักพิมพ์

ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ได้ขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตญี่ปุ่นเพื่อบล็อคการเข้าสามเว็บไซต์มังงะเถื่อนซึ่งรวมถึง Mangamura ด้วยเมื่อเมษายน 2018 ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2018 เว็บไซต์ Mangamura ก็ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ แต่ว่าทางหนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun ได้รายงานในวันเดียวกันว่าเว็บไซต์ทั้งสามไม่ได้ปิดตัวลง แต่เป็นการถูกบล็อกการเข้าถึงจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต และจากในหนังสือพิมพ์มีการระบุไว้ว่าทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้บอกไว้ว่า การปิดเว็บไม่สามารถทำโดยผู้อื่นนอกจากตัวเจ้าของเว็บเอง

ในตอนนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นแค่เพียงขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในการบล็อกการเข้าถึงเท่านั้น แต่ในอนาคตทางรัฐบาลมีแผนที่จะออกกฎหมายใหม่ในปี 2019 เพื่อขยายขอบเขตในการบล็อกเว็บไซต์ ซึ่งในปัจจุบันกฎหมายครอบคลุมแค่เพียงเว็บไซต์สื่อลามกเด็กเท่านั้น

โดยจากข้อมูลขององค์กร Contest Overseas Distribution Association (CODA) ของญี่ปุ่น ได้ระบุไว้ว่าระหว่างเดือนกันยายน 2017 ถึง กุมภาพันธ์ 2018 มีผู้เข้าใช้งาน Mangamura ราว 620 ล้านครั้ง ทางองค์กรได้ประเมินไว้ว่านี่ถือเป็นการสร้างความเสียหายมูลค่า 3.192 แสนล้านเยน (ประมาณ 95,760 ล้านบาท) ต่อผู้ถือครองลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น ณ ช่วงเวลานั้น

Source: The Mainichi via ANN