จากผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่า ประชากรกว่า 3.41 ล้านคน หรือคิดเป็น 5% ของกลุ่มแรงงานของญี่ปุ่นเป็นกลุ่มของผู้ที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์

นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขผู้เป็นฟรีแลนซ์เพิ่มมากขึ้น จากการที่รัฐบาลพยายามผลักดันการจัดการการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศ ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มปรับตัวโดยยอมให้พนักงานสามารถมีงานที่สอง หรืองานเสริมจากที่อื่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตนเองได้

ทางรัฐบาลวางแผนที่จะเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มผู้ทำงานที่มีลักษณะเป็นเจ้านายของตนเอง รวมไปถึงการยื่นร่างกฎหมายใหม่เข้าในสภาในปีหน้าโดยตัวกฎหมายใหม่จะพุ่งเป้าไปที่การกระตุ้นความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าทางรัฐบาลได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าช่วยเหลือกลุ่มแรงงานฟรีแลนซ์ ผู้ที่มักถูกกดขี่ให้ทำสัญญาที่เสียเปรียบเมื่อต้องมีการต่อรองกับบริษัทต่างๆ

จากการสำรวจของสำนักงานคณะรัฐมนตรีแสดงให้เห็นว่ากลุ่มฟรีแลนซ์นั้นมีจำนวนคิดเป็น 19.1% ของแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง, 10.7% ในธุรกิจร้านค้าปลีกและค้าส่ง, 9.8% ในภาคการศึกษาและการวิจัยเฉพาะทาง

ผลการประมาณการโดยรวมจากผลสำรวจโดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีนั้นครอบคลุมแรงงานกว่า 50,000 คน ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มพนักงานเงินเดือนกว่าล้านคนและแม่บ้านที่เลือกจะประกอบอาชีพฟรีแลนซ์เป็นงานเสริมและยังครอบคลุมไปถึงประชากรช่วงอายุ 30 กลาง ๆ ถึง 40 กลาง ๆ ผู้ที่ยังต้องดิ้นรนเพื่อคงสถานการณ์เป็นพนักงานไว้หลังภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกของญี่ปุ่นเมื่อช่วงปี 1990

ในการพัฒนาระบบต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องปกติที่บริษัทต่าง ๆ มักเลือกที่จะจ้างแรงงานภายนอกที่มีทักษะสูง แทนการฝึกฝนพนักงานภายในบริษัท หรืออย่างในงานก่อสร้างและขนส่งก็มักจะมีการจ้างผู้รับเหมารายบุคคลซึ่งได้รับผลตอบแทนต่างไปจากพนักงานทั่วไปที่ทำงานเต็มเวลา

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบริการใหม่ ๆ อย่างเช่น Uber Eats ที่ให้ผู้ทำสัญญารายบุคคลเป็นผู้จัดส่งอาหาร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นฟรีแลนซ์เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน Mizuho Financial Group Inc และ SoftBank Corp ก็เป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานและยอมให้พนักงานประกบอาชีพเสริมได้

Source : JapanToday