นับเป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้ว หลังจากที่จบงาน Symphonic Anime ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานแสดงออร์เคสตราเพลงอนิเมะที่แฟนเพลงอนิเมะญี่ปุ่นมากมายต่างกล่าวถึงและชื่นชมกันมาอย่างมากมายในปีนี้ที่ได้ผ่านพ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานนี้นอกจากการแสดงดีๆ แล้ว ยังมีการพบปะกับเหล่านักแต่งเพลงระดับตำนานจากประเทศญี่ปุ่นที่บินตรงมาถึงเมืองไทยถึงสามคน ได้แก่

คุณ Takanashi Yasuharu ผู้แต่งเพลงประกอบอนิเมะชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น แฟรี่เทล, พรีเคียว หรือนารูโตะ

คุณ Iwasaki Taku ผู้แต่งเพลงประกอบอนิเมะสุดโด่งดังเช่น กุเร็น รากันน์ หรือ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ

คุณ Wada Kaoru ผู้คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนานกับผลงานชื่อดังของเขาในเรื่อง อินุยาฉะ

โดย Akibatan เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ทั้งสามท่านก่อนการแสดง และได้นำมาฝากเพื่อนๆ ย้อนหลังกันในวันนี้ครับ จะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

คุณ Takanashi มาไทยครั้งที่สองแล้ว ครั้งนี้มากับเพื่อน ๆ ด้วย มีเป้าหมายใหม่ ๆ อะไรกันบ้างไหมครับ?

Takanashi : อย่างแรกให้ทุกคนได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ของผมทั้งสองคน คุณ Taku Iwasaki และคุณ Kaoru Wada ที่มาด้วยกันในครั้งนี้กับทุกคนครับ

อยากให้แต่ละคนพูดถึงชีวิตการทำงานที่ผ่านๆ มา ของแต่ละคนกันหน่อยครับ

Wada : ผมเริ่มมาเป็นนักแต่งเพลงจากที่ความชอบเลยครับ ซึ่งตอนแรกเองผมก็เริ่มจากงานออร์เคสตราในมหาลัยก่อน และเริ่มมาแต่งเพลงอนิเมะต่อครับ

Takanashi : ผมรู้สึกว่าการได้ทำเพลงอนิเมะเป็นเหมือนโชคชะตาครับ เหมือนกับว่าอนิเมะเลือกผมมาทำเพลงเหล่านี้ ซึ่งมันทำให้ผมมาอยู่ในจุดนี้ได้ในการทำงานครับ

Iwasaki : ก่อนที่จะมาแต่งเพลงอนิเมะผมก็ได้ทำงานด้านแต่งเพลงอื่น ๆ เช่น Pop Music กับทาง Warner Music มาก่อน จนวันหนึ่งก็ถูกชวนให้ทำเพลงอนิเมะซึ่งก็ได้ตกลงรับงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องบังเอิญสำหรับผมในตอนนั้นครับ

คิดยังไงกับการเติบโตของการแสดงออร์เคสตราในประเทศไทย ที่มีการจัดด้านอนิเมะและเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่มีการจัดงานเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง?

Wada : สำหรับผมเองคงตอบมากไม่ได้เพราะเพิ่งเคยมาไทยครั้งแรกครับ แต่ผมก็เคยได้มีโอกาสไปงานออร์เคสตราในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเวียดนาม ยุโรป หรือทางอเมริกา ซึ่งสำหรับไทยแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมมา ผมรู้สึกได้เลยว่าวงออร์เคสตราในไทยมีความสามารถในระดับสูงมาก ถ้าเทียบญี่ปุ่นกับออร์เคสตราในยุโรป ก็จะมีความแตกต่างเรื่องสมาชิกกันออกไปซึ่งผมรู้สึกว่าไทยมีความคล้ายกับทางยุโรปมากๆ เลยรู้สึกชอบเป็นพิเศษ ยอดเยี่ยมมากครับ

Gurren Lagann นับเป็นผลงานชื่อดัง และนำไปสู่การขยายเป็นวงกว้างของวงการเพลงประกอบอนิเมะเลยก็ว่าได้ ในตอนที่ได้ทำเพลงเหล่านี้ มีคอนเซปในใจยังไงบ้างครับ?

(ทุกคนหัวเราะกันเล็กๆ หลังได้ยินข้อนี้)

Iwasaki : ตอนนั้นจริง ๆ แล้วผมมีความรู้สึกว่าไม่อยากทำงานนี้เลย แล้วก็แต่งออกมาด้วยความรู้สึกว่าอยากให้มันจบ ๆ ไป ไม่ทำอีกแล้ว ผมไม่อยากทำมันมาก ๆ ผมก็เลยใส่จังหวะ Rap ลงไปในเพลงเหมือนประชดในจังหวะนั่น “มันต้องไม่เข้ากับแนวหุ่นยนตร์แน่ ๆ” ด้วยความรู้สึกแบบนั้น ถ้าพูดตรง ๆ คือตอนแต่งคิดไว้ว่าเพลงพวกนี้มันจะทำลายความสนุกของเรื่องไปเลย แต่กลายเป็นว่าบทของผู้กำกับดันเข้ากับเพลงได้เป็นอย่างดีอย่างสุด ๆ ซะอย่างงั้นเลย

เพลงของ คุณ Wada มีกลิ่นอายที่ออกไปทางแฟนตาซีและยุโรปผสมเข้าด้วยกันกับความเป็นญี่ปุ่น คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญในการทำเพลงพวกนี้ครับ?

Wada : เพลงของผมเองค่อนข้างจะมีกลิ่นอายของความเป็นยุโรปมาแต่เดิมแล้ว ในขณะเดียวกัน อินุยาฉะเองก็มีเนื้อเรื่องอยู่ในยุคสงครามสมัยก่อน เพราะฉะนั้นการแต่งเพลงในสไตล์ยุโรปนั้น ผมมองว่ามันอยู่ในอารมณ์เดียวกับยุคสงครามแต่ต้องปรับให้มีความรู้สึกเข้ากับยุคสมัยนั้น ๆ เข้าไปพร้อมกับความทันสมัยในขณะเดียวกันครับ

คิดว่าการทำเพลงระหว่างอนิเมะและเกม ต่างกับเพลงอื่น ๆ ยังไงไหม?

Wada : เพลงอนิเมะ จะมีความต่างคือการแต่งเพลงเหล่านี้ เราต้องคำนึงถึงสถานะการณ์ที่เข้ากับตัวละครหรือนักพากย์ให้ออกมาได้ ส่วนเกมเองก็จะต่างออกไปตามรูปแบบเกม สถานการณ์ เช่นในเกม RPG นั่นเอง ส่วนภาพยนตร์เองก็จะเป็นการโฟกัสไปยังการดึงอารมณ์ของนักแสดงออกมาให้มากที่สุดครับ

Takanashi : ถ้าแต่งเพลงอนิเมะเนี่ย เราจะแต่งยาวเท่าไหร่ก็ได้ แต่งยังไงก็ได้ ตามใจเรา แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์เนี่ยคือต้องแต่งเพลงให้มันยาวเท่ากันกับแต่ละฉาก เหมือนกับดูหนังก่อน ดูเวลา แล้วก็แต่งให้มันเข้ากันครับ

Iwasaki : สำหรับผมเองผมชอบที่จะแต่งเพลงให้กับภาพยนตร์มากกว่าครับ เพราะเวลาทำงานเราจะรู้ชัดเจนตลอดเวลาว่าฉากนี้ เป็นยังไง ฉากนี้เกิดอะไรขึ้น ฉากนี้ต้องการอะไรบ้าง แต่อนิเมะเนี่ย มันเหมือนกับว่าเป็น Theme เดียวกันตลอด และต้องแต่งเพลงแนวซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ ซึ่งจำนวนมันเยอะมากๆ ค่อนข้างลำบากเลย

คุณ Takanashi เคยได้แต่งเพลงให้กับทั้งเซเลอร์มูนและพรีเคียว คิดว่าหัวใจ และความแตกต่างของสองเรื่องนี้คืออะไร?

Takanashi : รู้สึกตอนผมแต่งเพลงพรีเคียวเหมือนต้องแต่งเพลง Heavy Metal ให้เป็นเพลงเปิดใน Disney Land อะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าพูดถึงความต่างเพลงสไตล์พรีเคียวกับเซเลอร์มูนค่อนข้างคล้ายกัน  โดยเวลาแต่งเพลงพรีเคียวผมจะชอบเข้าไปดูในเว็บนิโกะนิโกะ (Nico Nico Douga) เพื่อหาคอมเม้นท์ติติงที่จะคอยบอกจุดแตกต่างกัน เพราะสต๊าฟในงานอนิเมะจะพูดแต่เรื่องดีๆ แต่หากเป็นคนดูหรือคนคอมเม้นท์ก็จะมีความหลากหลายทางความคิดเห็น จนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกว่า “อ๋อ แบบนี้ก็มีด้วย” และการที่มีคนเขียนคอมเม้นท์ทั้งดีและแย่ก็เป็นเพราะมีคนให้ความสนใจมาก คลิปไหนไม่มีคอมเม้นท์เลยคือคนเขาไม่สนใจจะดูกัน  ทำให้สไตล์การแต่งเพลงจะเป็นแบบดึงผู้ฟังเข้ามามีส่วนรวม เปิดรับทุกความคิดเห็น แล้วเลือกไอเดียที่ถูกใจขึ้นมา

เพลงของ Final Fantasy XV บท อาดีน นั่นคิดว่ามีความแต่งต่างจากเนื้อหายังไง มีคอนเซปยังไงในการทำงานคร้ังนี้บ้าง?

Iwasaki : บอกตามตรงคือผมยังไม่ได้เล่น หรือพูดให้ถูกคือผมยังไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของเกมเลยครับ แต่ทุกครั้งที่แต่งเพลงจะชอบใส่ท่อนแร็ปลงไป โดยเฉพาะใน ep อาร์ดีน ที่การใส่ท่อนแร็ปคือการสื่อถึงตัวอาร์ดีนที่ค่อยๆถูกความมืดกลืนกิน …จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าแต่งเพลงไปด้วยความรู้สึกราวๆนั้น

แต่ละคนอยู่ในวงการมานานแล้ว คิดว่าในวงการมีการเปลี่ยนแปลงด้านดนตรียังไงที่พอจะเล่าได้บ้าง?

Wada : เพลงแต่ละยุคสมัยมีความแตกต่างกันไหม คำตอบคือไม่มีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละผลงานมากกว่า เช่นแนวโรแมนส์ แนวสยองขวัญ แยกกันไปตามแต่ละประเภท แต่โดยรวมๆ แล้วไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่

Takanashi : แต่มันก็คง..ก็ราวๆ นั้นแหละ พอคนเราแต่งเพลงแนวเดิมๆ ไปเรื่อยๆ มันก็กลายเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา แต่มันก็มีบ้างเหมือนกันที่ได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ เข้าหัว มันก็จะมีสไตล์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้างครับ

Iwasaki : แต่ละยุคมันเปลี่ยนไปบ้างไหมก็ไม่รู้หรอก แต่จริงๆมันเปลี่ยนไปแน่ๆอยู่แล้วล่ะ อย่างเพลงที่เคยแต่งในงานเดียวกัน เพลงแรกกับเพลงสุดท้ายยังไงมันก็ต้องต่างกัน อันนี้เป็นความคิดของผมเองคนเดียวนะ แต่ว่าคนเราแต่งเพลงของเมื่อวานเสร็จก็เป็นเพลงของเมื่อวาน แต่งเพลงวันนี้ก็เพื่อวันนี้ ส่วนเพลงในวันข้างหน้าก็จะแต่งเพลงของวันข้างหน้า และเพลงในวันข้างหน้าก็จะไม่ทำคล้ายของเดิมที่มีอยู่แล้วอีก เป็นแนวคิดราวๆ นี้ครับ

สุดท้ายแล้วอยากให้ฝากข้อความถึงแฟน ๆ แล้วก็ผลงานใหม่ ๆ ในอนาคตของแต่ละคนหน่อยครับ

Takanashi : ข้อความเหรอ? ข้อความ.. อ้าวผมก่อนเหรอ? ผมก็ขอแค่ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับบทเพลงก็ดีแล้วครับ เพราะงั้นมาบันเทิงไปกับเสียงเพลงด้วยกันเถอะครับ

Iwasaki : ผมไม่รู้จะฝากข้อความแบบไหนดี แต่ถ้าเป็นเกี่ยวกับอนาคตก็ “แต่งเพลงของวันพรุ่งนี้เพื่อพรุ่งนี้ครับ”

Wada :นั่นสินะครับ ก็อนาคตคือวันข้างหน้า ไม่ว่าจะที่ผ่านมาหรือจากนี้ต่อไปก็จะแต่งเพลงในสไตล์ของตัวเองต่อไปครับ แถมในอนาคตผมเองก็ใกล้ถึงวัยเกษียณแล้วด้วย ก็จะพยายามตราบเท่าที่สังขารจะยังไหวครับ (หัวเราะ) ที่เหลือก็ขอให้ทุกคนชาวไทยให้การสนับสนุนวงการอนิเมะญี่ปุ่นต่อไป แถมอนิเมะญี่ปุ่นก็จะยังมีเรื่องใหม่ๆต่อไปอีกเรื่อยๆ ยังไงดีนะ และก็ อยากให้คนไทยทุกคนสนุกกับอนิเมะและเพลงอนิเมะต่อไปกันด้วยครับ ที่ประเทศไทยเองก็ยังมีคนที่เรียนรู้เรื่องดนตรีอีกมากมาย ก็อยากให้ผู้คนเหล่านั้นเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นตัวตนที่จะมาท้าทายกับพวกเราในอนาคตเกิดขึ้นเยอะๆ ครับ

จบลงไปแล้ว สำหรับการสัมภาษณ์ 3 Composer ชื่อดังส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นเก็บตกบรรยากาศงาน Symphonic Anime ที่ผ่านมา โดยสุดท้ายนี้ทางทีมงานต้องขอขอบคุณ ทางวง Thailand Philharmonic Orchestra และมหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับโอกาสดีๆ ในการฟังเพลง และสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วยครับ