กลายเป็นข้อผูกมัดเกิดขึ้น หลังการฟ้องร้องให้ชดเชยค่าเสียหายเป็นเงิน 2.2 ล้านเยน จากกรณีบังคับย้อมสีผมในโรงเรียนที่โอซาก้า

ชุดยูนิฟอร์ม เป็นสิ่งที่นักเรียนมัธยมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจำเป็นต้องสวมใส่เมื่อมาโรงเรียน และไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายโรงเรียนจะมีกฎระเบียบเกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของนักเรียนเต็มไปหมด และกฎข้อที่กำลังมีประเด็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ คือกฎของบางโรงเรียนที่บังคับให้นักเรียนทุกคนต้องมีผมสีดำ

แม้จะมีเหตุผลที่อ้างอิงได้ว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปมีผมสีดำธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ซึ่งส่งผลให้เกิดการเหมารวมเมื่อเห็นผมสีอื่นบนหัวของคนญี่ปุ่น ต้องแปลว่าผ่านการทำสีผมมาอย่างแน่นอน และด้วยความเถรตรงนี้ ก็ย้อนกลับมาส่งผลเสียให้กับระบบการศึกษาในภาพรวมเสียเอง

มีกรณีหนึ่งซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมาตั้งแต่ปี 2017 คือเรื่องของกฎระเบียบที่บังคับให้นักเรียนทุกคนต้องมีผมสีดำ และห้ามย้อมสีผม แต่บางครั้งกฎข้อนี้ก็ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้เสมอไป ยิ่งโดยเฉพาะกับกรณีของคนญี่ปุ่นบางส่วนที่เกิดมาพร้อมกับผมสีน้ำตาล อย่างเช่นกรณีของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่โอซาก้า และถูกบังคับให้ย้อมผมเป็นสีดำ จากกฎโรงเรียนที่กำหนดให้นักเรียนทุกคนต้องมีผมสีดำและห้ามย้อมสีผม แม้สีผมโดยกำเนิดของเธอนั้นจะเป็นสีน้ำตาลก็ตาม ผลคือหนังศีรษะของเธอได้รับความเสียหายจากการย้อมสีผม นำมาสู่การฟ้องร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 2.2 ล้านเยนต่อทางโรงเรียน

แม้กระบวนการทางคดีจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ฝั่งที่คัดค้านกฎระเบียบอันไม่เป็นธรรมข้อดังกล่าวของโรงเรียนอาจจะได้รับข่าวดีแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา คุณ Komazaki Hiroki หัวหน้าองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรฟลอเรนซ์เพื่อสนับสนุนครอบครัวและเยาวชน ได้เสนอข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการการศึกษาแห่งโตเกียว ซึ่งข้อร้องเรียนดังกล่าวมีผู้ลงชื่อสนับสนุนถึง 19,605 รายในเดือนพฤษภาคม มีเนื้อหาเป็นการขอให้โรงเรียนละเว้นการบังคับให้นักเรียนทำผมเป็นสีดำ ในกรณีของนักเรียนที่มีสีผมสีอื่นโดยกำเนิด และทางคณะกรรมการก็รับคำร้องเรียนนี้เอาไว้ พร้อมกับมีประกาศโดยคุณ Sato Seiichi ผู้อำนวยการการศึกษาและการแนะแนวในระดับมัธยมปลาย ว่าจะไม่บังคับให้เด็กนักเรียนที่มีผมไม่เป็นสีดำโดยกำเนิด ไปย้อมผมให้เป็นสีดำ

กระนั้น ทางคณะกรรมการเองก็ไม่ได้มีอำนาจที่จะเข้าไปกำกับจัดการแต่ละโรงเรียนโดยตรง ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรืออย่างร้ายคือไม่มีเลย และในขณะที่เหล่าผู้สนับสนุนการคัดค้านกฎระเบียบเรื่องย้อมผมดำของโรงเรียนเหล่านี้กำลังมีความเคลื่อนไหว แต่คุณ Komazaki เองกลับไม่กล่าวโทษว่าโรงเรียนเป็นฝ่ายผิดเสียทีเดียว ด้วยการมองว่าการที่โรงเรียนให้นักเรียนทำผมเป็นสีดำนั้น เพื่อสอนให้นักเรียนสามารถทำตัวกลมกลืนไปกับสังคมได้ และมองว่าโรงเรียนเองก็อาจเป็นฝ่ายแนะนำโดยคำนึงถึงอนาคตทางการศึกษาหรือการทำงานของตัวเด็กเองด้วย

ส่วนการแสดงท่าทีของคุณ Sato จะเป็นก้าวแรกของการผ่อนปรน แต่ก็อย่าลืมเด็ดขาดว่าโรงเรียนที่อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการการศึกษาแห่งโตเกียวนั้นไม่ใช่โรงเรียนทั้งหมดที่มี หากเป็นกรณีของโรงเรียนเอกชนอื่น ๆ การแสดงออกครั้งนี้อาจไม่มีผลอะไรเลย

Source: Mainichi Shimbun via SoraNews24