ปัจจุบันแอนิเมชันญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากกว่าที่ผ่านมา บทสัมภาษณ์ฉบับนี้จะเปิดเผยเบื้องหลัง เบื้องลึก เกี่ยวกับกระบวนการ และความรู้สึกที่ผสมผสานกันเข้าไปในการสร้างแอนิเมชัน นี่คือโปรเจกต์ขนาดมหึมาที่เกิดจากการร่วมมือกัน โดยเว็บไซต์ผู้นำเสนอข่าวสารวงการแอนิเมชันหลายเจ้าทั่วโลก เช่นเว็บไซต์ Anime!Anime!, Tokyo Otaku Mode ที่มีผู้ติดตามกว่า 20 ล้านคนบน Facebook หรือจะเป็นเว็บไซต์ Bahamut จากทางประเทศจีน รวมถึงเว็บไซต์ Akibatan ของเราในประเทศไทย และอีกมากมาย

หมายเหตุ: บทความสัมภาษณ์นี้ถูกจัดทำขึ้นก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2019

ผลงานที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของ WIT STUDIO เช่น: Shingeki no Kyojin, Owari no Seraph, Koutetsujou no Kabaneri, Mahoutsukai no Yome, Koi wa Ameagari no you ni และ Shisha no Teikoku

สำนักงานใหญ่ของ WIT STUDIO ตั้งอยู่ที่มุซาชิโนะ โตเกียว

ผู้ร่วมก่อตั้ง WIT STUDIO และผู้กำกับ คุณ Nakatake Tetsuya คอยตอบคำถามบางข้อของเราอย่างใจดี

จุดสำคัญในการก่อตั้งสตูดิโอ

จากซ้ายไปขวา – คุณ Asano Kyoji, คุณ Wada George และคุณ Nakatake Tetsuya

– ก่อนอื่น อยากให้บอกเราเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของ WIT STUDIO สักหน่อยได้ไหม?

Nakatake: มันเริ่มขึ้นตอนที่ผมยังทำงานอยู่ที่ Production I.G. พร้อมกับการรวมทีมครีเอเตอร์ฟรีแลนซ์บางส่วนในนั้น จากการทำ Shuvarie ทำให้เราได้มือวาดหลักของ WIT STUDIO อย่างคุณ Chiba Takaaki, คุณ Tezuka Kyohei และดีไซเนอร์ คุณ Ozaki Tomomi มาร่วมงานกัน ต่อมา Sengoku Basara ก็ดัง ตามมาด้วย Kimi no Todoke เราจึงเริ่มทำโปรเจกต์ผลงานต้นฉบับของเรา Guilty Crown ในปี 2011 และเปิดรับคนใหม่ ๆ เข้ามาด้วยโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่ทำในตอนนั้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประธานของ WIT STUDIO คุณ Wada George ทำงานร่วมกับเรามาตลอด เขาฉลาดมาก และเป็นนักเจรจาตัวยงด้วย จึงไม่แปลกเลยที่จะสามารถชักชวนผู้คนมากมายและอีกหลายโปรเจกต์เข้ามาได้

และอีกคนคือคุณ Asano Kyoji ผู้กำกับและหัวหน้าแผนกงานศิลป์ของเรา เขามีความรวดเร็วในการสร้างงานคุณภาพสูง พอ ๆ กับที่เป็นคนดี นี่แหละคนเก่งรอบด้านของจริง หลังจากที่เขามาร่วมงานกับเรา แอนิเมเตอร์คนอื่น ๆ ก็ตามมาด้วยเหมือนกัน

การที่ได้สองคนนี้มาร่วมกันก่อตั้ง WIT STUDIO คือจุดสำคัญเลยเชียว

บรรยากาศการทำงานที่ Production I.G. นั้นดีสุด ๆ แต่ผมต้องแสดงความเสียใจต่อที่นั่น เพราะแรงปรารถนาของพวกเราที่อยากจะตั้งสตูดิโอ ตั้งแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา ในที่แห่งใหม่ที่มีไว้เพื่อเหล่าครีเอเตอร์นั้นมันเอาชนะทุกสิ่งมาได้ เราทุกคนอยากจะไปยังที่ใหม่ และตั้งเป้าหมายไว้ที่การทำมันให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์

จุดแข็งของเราคือการผลิตผลงานที่มีพลังอยู่ในความเรียบง่าย

– เคยคุยกันบ้างไหมว่าอยากจะสร้างสตูดิโอแบบไหน?

Nakatake: คุณวาดะเป็นฝ่ายชวนพวกเราทุกคนคุยกันว่าอยากจะมุ่งเป้าไปที่ผลงานแบบไหน แล้วก็มาค่อย ๆ ศึกษา กับค่อย ๆ วาดมันขึ้นมาจนเป็นผลงาน ในตอนนั้นเรียกได้ว่าเราสร้างผลงานที่มีพลังอยู่ในความเรียบง่าย

กับ Sengoku Basara ก็เหมือนกัน เราแข่งกันว่าใครจะเป็นคนที่ตะโกนเสียงดังที่สุด คนนั้นก็ชนะไป (หัวเราะ) เราศึกษาการเคลื่อนไหวและอาศัยแรงบันดาลใจจากกีฬาทุกประเภท และมุ่งเป้าไปที่การสร้างผลงานที่สามารถเอาความรู้พวกนี้มาปรับใช้ด้วยกันได้

คุณอาซาโนะ เคียวจิ เคยทำ Ghost in the Shell มาก่อน ส่วนคุณวาดะ จอร์จ ก็เคยทำ Psycho-Pass เราอยากจะทุ่มเทให้กับการสร้างอะไรสักอย่างแม้มันจะดูพื้น ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ออกมาเป็น Shingeki no Kyojin นี่คือผลงานที่สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ WIT STUDIO กำลังมุ่งไปมากที่สุดครับ

– แล้วทีมที่ทำ Shingeki no Kyojin ก็อยู่ภายใต้การกำกับของคุณอารากิ เท็ตสึโระ?

Nakatake: ใช่ครับ เราคิดกันไว้ว่าจะทำโดยใช้ทีมหลักที่เคยทำ Guilty Crown มาก่อน ตอนแรกเป็นคุณอาซาโนะ เคียวจิ กับคุณคาโดวากิ ซาโตชิ จากนั้นเราก็เพิ่มคุณเอบาระ ยาสุยูกิ คาแรกเตอร์ดีไซน์จากเรื่อง Koutetsujou no Kabaneri และคุณอาราอิ อาริฟุมิ แอนิเมเตอร์ เข้าไปด้วย

ซีซันแรกเป็นไปอย่างยากลำบาก เรายึดจุดยืนว่าแอนิเมชัน 2D เป็นส่วนสำคัญของเรา แต่ในตอนแรกเราก็ไม่มีโครงสร้างอะไรแบบนั้นเลย ตอนที่เราทำเฟรมสุดท้ายเสร็จ ก็ยังเหลืออีกหลายจุดที่ต้องแก้ และยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายจนทำให้มันกลายเป็นเรื่องยากจนทีมงานปวดเศียรเวียนเกล้ากันไปหมด ขนาดให้นึกถึงตอนนี้ยังเสียวสันหลังอยู่เลย

เร็ว ๆ นี้เราเริ่มทำให้แผนกแอนิเมชันเริ่มอยู่ตัวได้ และเริ่มกลับสู่วงจรปกติอีกครั้ง แม้จะเป็นก้าวแรก ๆ แต่เราก็รู้สึกว่าเข้าใกล้อุดมคติที่ทุกคนปรารถนาเข้าไปอีกนิดนึง

งานที่สั่นสะเทือนไปถึงระดับจิตวิญญาณ

– ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าคุณกำลังตั้งเป้าไปที่สภาพแวดล้อมการทำงานในส่วนไหน?

Nakatake: ชั่วครู่หนึ่ง เราอยากให้ทุกคนทำงานอยู่ที่ชั้นเดียวกัน ฝ่ายผลิตและครีเอเตอร์ทำงานด้วยกันในชั้นเดียวกัน เราจะสามารถลดระดับความผิดพลาดในการสื่อสารและการปะทะทางด้านอารมณ์ลงได้ พวกแบบ “นี่คือทำดีที่สุดแล้วเหรอ?” หรือ “หา ยอมแพ้แล้วเหรอ?” อะไรแบบนี้

ครีเอเตอร์ของที่นี่มีคนที่ชั่วโมงบินสูงอยู่มาก และทางผู้ช่วยฝ่ายผลิตก็เป็นคนรุ่นใหม่อายุน้อย มันยากนะสำหรับพวกเขา มีหลายอย่างที่ต้องทำด้วยกันและอีกหลายสิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ ต้องมาทำงานกับหัวหน้าโดยมีผู้คนรายล้อมอยู่เต็มไปหมด ฉะนั้นมันจำเป็นมากที่จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่คุณสามารถบอกได้ว่าทุกคนนั้นทุ่มสุดตัวแล้ว

คุณอาซาโนะ เคียวจิ กับทีมของเขาเน้นไปที่การฝึกฝนนักวาดและมองหาตำแหน่งที่เหมาะสมในการทำแอนิเมชัน, อินบีทวีน และเก็บรายละเอียด แอนิเมชันนั้นต้องการการฝึกฝน แต่เป็นวิธีการใหม่ที่เรากำลังพยายามทำให้คุณได้เป็นแอนิเมเตอร์มือโปรได้ในทันที

ฝ่ายผลิตเราก็มองว่างานอินบีทวีนกับงานเก็บรายละเอียดนั้นแยกออกไปจากงานแอนิเมชันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเราก็กำลังลองทำตามแนวนี้อยู่

ในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะถ่ายทำใหม่ ทีมอินบีทวีนกับทีมเก็บรายละเอียดจะงานยุ่งมากกว่าใครเพื่อน หากไม่มีพวกเขาแล้วก็ไม่สามารถสร้างภาพยนตร์คุณภาพได้ ขอบคุณพวกเขาที่ทำให้แต่ละเฟรมออกมาพร้อมโชว์

เราอยากจะสร้างอะไรบางอย่างที่มั่นคง แต่ก็รู้สึกเหมือนเราควรจะพัฒนาอะไรบางอย่างที่สะเทือนไปถึงระดับจิตวิญญาณได้

ทุกอย่างเริ่มขึ้นจาก Berserk

– ช่วยเล่าประสบการณ์ส่วนตัวบนเส้นทางในอุตสาหกรรมนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม?

Nakatake: ผมดูอนิเม อ่านการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก เรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากคือ Berserk ของอาจารย์มิอุระ เคนทาโร่ หากมีวันช็อตหลุดมาตอนนึงผมจะรีบไปหามาอ่านทันที หากมีเงินผมก็จะซื้อฉบับรวมเล่ม ซึ่งฉบับแอนิเมชันก็ออกตามมาหลังจากนั้นนิดนึง

พอโตขึ้นผมก็มาดูรายชื่อทีมงานที่ทำ Berserk ก็ได้รับรู้ว่ามันสุดยอดอย่างไร คุณอุมะโคชิ โยชิฮิโกะ รับในส่วนของคาแรกเตอร์ดีไซน์ คุณมัตสึบะ โนริฮิโระ และคุณจิบะ ยูริโกะ มากำกับแอนิเมชัน คุณมุราตะ คาซึยะ กำกับทั้งหมด คุณสึรุมากิ คาซึยะ กำกับเฉพาะตอนแรก ๆ มันเป็นรายชื่อสุดวิเศษที่เต็มไปด้วยผู้มีความสามารถ ผมคิดว่ามันคงเป็นงานที่หนักหนามากของพวกเขา เหมือนกับที่เรารู้สึกตอนทำ Shingeki no Kyojin แต่ก็เป็นซีรีส์ที่ยอดเยี่ยมที่ตอนนี้ผมก็ยังหยิบมาดูอยู่เสมอ งานที่ยิ่งใหญ่มันต้องข้ามผ่านกาลเวลาได้จริง ๆ

หลังจากที่ผมเรียนจบมัธยมปลาย ก็รับจ้างส่งเอกสารไปพลางขณะเรียนวิทยาลัยเฉพาะทาง ผมได้ฟังเรื่องราวของครีเอเตอร์หลายคน ก็ทำให้ตัดสินใจได้ว่าอยากจะทำอะไร และคิดว่าการทำหนังมันน่าสนุกดี ถ่ายเอง ตัดต่อเอง ใส่เพลงเอง ถึงจะเหนื่อย แต่สนุก

จากนั้นผมก็คิดว่าตัวเองน่าจะทำหนังได้ เหตุผลที่เลือกแอนิเมชันเพราะอาจารย์แนะนำมาว่าผมน่าจะเหมาะกับมัน บางทีเขาอาจจะพูดเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจผมก็ได้มั้ง (หัวเราะ)

– บางทีมันคงจะยากไปนิดนึง (หัวเราะ)

Nakatake: ใช่ครับ มั่นคง แต่สร้างสรรค์ จากนั้นผมก็มาทำงานกับ Production I.G. สิ่งแรกที่ได้ทำคือเกม Surveillance Kanshisha ซึ่งทำให้ผมได้เห็นงานศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายชิ้นจากเหล่าแอนิเมเตอร์ สเปเชียลเอฟเฟ็กต์โดยคุณเอซุระ ฮิซาชิ ที่ทำงานร่วมกันกับคุณโอชิอิ มาโมรุ ก็ด้วย

ฉากยิงปืนสู้กันที่คุณเอซุระถ่ายมานั้นยอดเยี่ยมแม้จะเป็นในขณะที่วิ่ง รูปภาพมันจะสวยออกมาได้ขนาดนี้จริง ๆ หรือ? และยิ่งถ่ายตอนเคลื่อนไหวด้วย! นั่นคืออิมแพคต์ที่พวกเขาสร้างเอาไว้ ซึ่งผมที่ได้เห็นผลงานอันสุดยอดในตอนนั้นก็ยิ่งทำให้แรงขับดับที่จะทำงานแอนิเมชันยิ่งลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กับคุณมัตสึทาเกะ โทคุยูกิ ก็ด้วย ลายเส้นของเขาละเอียดและยังมีทักษะในการนำทุกอย่างเข้ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัวอีกด้วย มันเป็นภาพที่ไม่มีใครอื่นสามารถทำได้ ทั้งยังมีคุณโอคามุระ เทนไซ และคุณนิชิมุระ ฮิโรยูกิ ผู้กำกับมือทองของญี่ปุ่นอยู่อีกด้วย เป็นเอกสิทธิ์พิเศษจริง ๆ ที่ผมได้รับอนุญาตให้ทำงานร่วมกับพวกเขาตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น

วิวัฒนาการของ WIT STUDIO

– ด้วยบริการสตรีมมิงอย่าง Netflix และ Amazon ที่ทำให้อนิเมได้รับความนิยมทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของสตูดิโออนิเม?

Nakatake: บริษัทผู้ผลิตแอนิเมชันจะต้องพัฒนาอนิเมและมีความเป็นตัวของตัวเอง คุณจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ครีเอเตอร์สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ และผมก็คิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดี สำหรับการเปิดกว้างโลกทัศน์และขอบเขตความสามารถของสตูดิโอก็เช่นกัน

นั่นคือสิ่งที่ผมหมายถึง เกี่ยวกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถแสดงทุกอย่างของพวกเขาออกมาได้ โดยทั่วไปคนเราเข้ามาในวงการแอนิเมชันก็เพราะอยากจะโชว์ของกันอยู่แล้ว มาจนถึงตอนนี้ มันเป็นงานที่คุณโยนไปให้โปรดิวเซอร์ทำ แต่การเริ่มต้นจากศูนย์ในฐานะสตูดิโอ เราอยากจะลองรวบรวมเอาความรู้ใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมได้

ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังพยายามกับงาน “Ani Sta” หรืองาน Anime Studio Meetings กันอยู่

*งาน Anime Studio Meetings คืองานที่สตูดิโอ แฟนคลับ และเหล่ามือโปรผู้เป็นแรงบันดาลใจ มาพบปะพูดคุยกัน งานจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2019 ด้วยความร่วมมือกับทาง Mappa, CloverWorks และ Comix Wave Films เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สึคุบะ จังหวัดอิบารากิ และ 9 – 10 กุมภาพันธ์ ที่อากิฮาบาระ

WIT STUDIO ยังมีสาขาย่อยที่สึคุบะ จังหวัดอิบารากิ เพื่อฝึกฝนทีมงานหน้าใหม่ ดูแลโดยแอนิเมเตอร์ทานากะ และยามาดะ จากฝ่ายผลิต ทั้งผมและคุณอาซาโนะต่างมาจากอิบารากิทั้งคู่ ด้วยความร่วมมือกับทางจังหวัดและทางเมืองสึคุบะ เราอยากจะให้ผู้คนได้พัฒนาตนเองและนำข่าวดีมาให้จากการฝึกฝนนั้น

ผมชอบแอนิเมเตอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

– คำถามจากแฟนต่างประเทศ: “อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดในการทำอนิเม?”

Nakatake: ความสนุกที่แท้จริงในการทำงาน คือการหาคน ให้คนนี้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ เพราะเขาสามารถทำอะไรที่แฟน ๆ จะพอใจออกมาได้ นี่คือวิธีการเลือกทีมงานของผม

ผมชอบแอนิเมเตอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากผมขอให้แอนิเมเตอร์คนนี้ทำฉากนี้ ๆ ผมรู้ว่ามันต้องออกมาดีแน่ แค่คิดก็สนุกแล้ว

ผมชอบขอให้แอนิเมเตอร์ที่มีฝีมือ รับงานเป็นสคริปต์กับสตอรี่บอร์ดของฉากสำคัญ ๆ เช่นเดียวกันกับทีมงานที่เหลือ ที่แน่นอนว่าต้องเป็นคนนี้เท่านั้นถึงจะวาดออกมาได้สุดยอด เพราะมันจะทำให้ผู้ชมได้ดูแล้วเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันเจ๋งมาก เช่นเดียวกัน แต่มันก็มีบางช่วงที่ไม่มั่นใจ และดูเหมือนไม่มีใครให้ปรึกษาอะไรได้อยู่เหมือนกัน

เวลาที่คุณรู้สึกมั่นใจในผลงานมาก ๆ ก็อยากจะบอกทุกคนให้มาดูผลงานชิ้นนี้ ๆ นั่นแหละคือความรู้สึกที่ดี มันเป็นวัฏจักร

– สุดท้าย มีะไรที่คุณอยากจะบอกถึงแฟน ๆ ทั่วโลก ที่กำลังสนุกสนานกับผลงานแอนิเมขันของ WIT STUDIO บ้างไหม?

Nakatake: เรามี Koutetsujou no Kabaneri Unato Kassen ฉายในฤดูใบไม้ผลินี้ คุณอารากิ เท็ตสึโระ มาดูแลสคริปต์และสตอรี่บอร์ดเป็นครั้งแรกพร้อมกับคุณโอโคอุจิ อิจิโร่ จากตอนนี้บอกได้เลยว่าสตอรี่บอร์ดดูน่าตื่นเต้นมาก ผมคิดว่ามันจะดึงความสามารถในการกำกับของคุณอารากิออกมาได้ดีที่สุด

และเราก็ยังทำ Shingeki no Kyojin, Vinland Saga และโปรเจกต์ออริจินอลสำหรับปี 2019 และ 2020 ไว้อีกด้วย หวังว่าทุกคนจะได้สนุกกับมันครับ

เราจะดีใจมากเลย หากทุกคนมารับชมผลงานของเรา!

ร่วมสนับสนุนสตูดิโอผู้สร้างอนิเมะกับ Akibatan กับแอพ Otaku Coin

ถ้าหากเพื่อน ๆ ชื่นชอบบทความดี ๆ แบบนี้จากสตูดิโอผู้ผลิตอนิเมะแล้วล่ะก็ สามารถร่วมสนับสนุนสตูดิโอเหล่านี้ได้โดยตรงผ่านทางแอพ Otaku Coin ที่จะแสดงพลังของคนที่รักอนิเมะญี่ปุ่นได้ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียด และดาวน์โหลดแอพ Otaku Coin ได้ โดย คลิกที่นี่ หรือสแกน QR Code ด้านล่าง พร้อมรับ Otaku Coin เริ่มต้นไปเลยทันที 500 เหรียญ!!

 

Source: Otakumode