“นาย/นางสาว … ผู้ใช้ชีวิตอยู่แบบคนธรรมดาทั่วไป จู่ๆ เมื่อรู้สึกตัวอีกที(หรือประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วฟื้นขึ้นมา)ก็พบว่าได้มาอยู่ในต่างโลกซะแล้ว”

คำขึ้นต้นสุดแสนจะเกร่อของอนิเมะแนวโดนพาไปต่างโลกทั้งหลายที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยผ่านตามาไม่ต่ำกว่า 10 เรื่องแน่ๆ แต่ในบรรดาอนิเมะไปต่างโลกนับร้อยนับพันเรื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนั้น มีหลายเรื่องที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยความสนุกในรูปแบบที่ไม่ซ้ำซากจำเจเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่เคยมีมา และเนื่องในโอกาสที่ทาง Akibatan ของเราครบรอบ 11 ปีเช่นนี้ เราก็ขอแนะนำ 11 อนิเมะไปต่างโลกที่เรียกได้ว่ามีความแตกต่างและน่าสนใจ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ไม่แน่ว่าบางเรื่องเพื่อนๆ อาจจะเคยผ่านตามาแล้วก็ได้นะ

Mashin Eiyuuden Wataru : วาตารุ เทพบุตรสองโลก

ปีที่ฉาย / จำนวนตอน : 

  • ภาค 1 : 1988-1989 / 45 ตอน
  • ภาค 2 : 1990-1991 / 46 ตอน
  • ภาค 3 : 1997-1998 / 51 ตอน

อนิเมะหุ่นยนต์คลาสสิคอีกเรื่องของ Sunrise เจ้าพ่ออนิเมะหุ่นยนต์ ที่สร้างความโด่งดังจนกลายเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวของ อิคุซาเบะ วาตารุ เด็กชายวัย 9 ขวบผู้จิตใจดี เข้มแข็ง ร่าเริง จนวันหนึ่วระหว่างทางกลับบ้านเขาก็ได้ถูกเทพเจ้ามังกรที่สถิตอยู่ในสระน้ำพาตัวไปยังต่างโลกที่เรียกว่าภูเขาโซไค พร้อมกับการร้องขอให้เขาช่วยเหลือโลกใบนี้จากการรุกรานของเหล่าร้าย และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นการผจญภัยของผู้กล้าวัย 9 ขวบ ร่วมกับพรรคพวกคู่กาย และหุ่นยนต์คู่หูของเขาริวจินมารุนั่นเอง!

ในสมัยยุค 80-90 เป็นช่วงที่อนิเมะแนวหุ่นยนต์มีความป๊อปปูล่าเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่จะดำเนินเรื่องด้วยเนื้อหาที่จริงจัง แต่สำหรับเรื่องนี้กลับตรงกันข้าม เพราะเป็นอนิเมะแนวหุ่นยนต์ที่มีธีมแบบสดใส เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มุกตลกเฮฮา ตัวละครที่น่าจดจำ ควบคู่ไปกับเรื่องราวที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และความเท่สุดใจขาดดิ้นของเหล่าหุ่นยนต์ที่ปรากฎในเรื่อง ทำเอาเด็กๆ ทุกคนอยากจะซื้อหามาเก็บไว้ที่บ้านกันเลยทีเดียว และด้วยความนิยมนี้เอง ทำให้เรื่องนี้มีผลงานอนิเมะภาคต่อมาอีก 2 ภาค แถมด้วย OVA อีก 2 ภาค และยังได้มีโอกาสไปร่วมในเกมสงครามหุ่นยนต์สุดฮิตอย่าง Super Robot Wars อีกด้วย

เรื่องนี้เคยมีโอกาสมาฉายในบ้านเราด้วยเช่นกัน โดยภาคแรกนั้นฉายทางช่อง 5 ก่อนที่ภาคสองนั้นจะมาฉายที่ช่อง 3 และภาคสามนั้นมาฉายที่ช่อง ITV นั่นเอง

Fushigi Yuugi : พลิกตำนานมาพบรัก

ปีที่ฉาย : 1995-1996

จำนวนตอน : 52 ตอน

ผลงานการ์ตูนแฟนตาซีโรแมนซ์ ที่สร้างกระแสพูดถึงเป็นอย่างมากในยุค 90 ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้นออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

นี่เป็นเรื่องราวของมิอากะและยู สองเพื่อนสาวที่สนิมสนมกันและตั้งใจจะสอบเข้าโรงเรียนที่เดียวกัน จนวันหนึ่งทั้งคู่พบกับหนังสือตำนานชิจินเทนฉิในหอสมุดแห่งชาติเข้าโดยบังเอิญ และถูกพามายังโลกที่อยู่ในหนังสือนั้น โดยมิอากะได้กลายเป็นธิดาหงส์แดงและพบรักกับทามาโฮเมะ ขณะที่ยูได้กลายเป็นธิดามังกรน้ำเงินศัตรูของมิอากะ และแล้วเรื่องราว การต่อสู้ ความรัก และดราม่าของพวกเธอทั้งสองก็ได้เริ่มต้นขึ้น

แม้เรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนแนวตาหวานที่เหมือนเจาะไปกลุ่มตลาดผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่การดำเนินเรื่องนั้นกลับมีความเข้มข้นที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกตามหาพวกพ้องของฝ่ายนางเอก(มิอากะ) การพลัดพราก, การต่อสู้ที่ดุเดือด, ดราม่าที่แสนเข้มข้น, ความโรแมนติกที่ชวนหัวใจเต้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่พูดในยุคนั้นเป็นอย่างมากก็คือ ฉากเซอร์วิสในเรื่องที่ค่อนข้างเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ระดับที่ตัวละครสาวๆ (โดยเฉพาะนางเอก) ในเรื่องนี่คือเปลืองเนื้อเปลืองตัวกันในระดับนึงทีเดียว ขณะที่กลิ่นอายในเรื่องนั้นก็จะออกแนวบรรยากาศจีนในยุคราชวงค์ ที่หากใครชื่นชอบวัฒนธรรมแบบจีนๆ น่าจะถูกใจกันอยู่ แถมเหล่าตัวละครหนุ่มๆ ในเรื่องแต่ละคนนี่ก็หล่อมีเสน่ห์กันหมด (อ้อ มีแทร็บอยู่ในเรื่องคนนึงด้วยนะ 555+) ซึ่งจากความโด่งดังของเรื่องนี้เอง เมื่อฉายจบก็ยังมี OVA ออกมาอีก 3 ภาค และไลท์โนเวลตามออกมาอีก 13 เล่มด้วย

ตัวอนิเมะนั้นเคยได้มาฉายในไทยด้วยทางช่อง 3 (แต่ก็ฉายเช้ามากๆ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณตี 5 ครึ่ง) ส่วนฉบับมังงะนั้นมีออกมาทั้งหมด 18 เล่ม มีลิขสิทธิ์ในไทยโดยสำนักพิมพ์บงกชนั่นเองจ้า

 

Magic Knight Rayearth : นักรบสาวเรย์เอิร์ธ

ปีที่ฉาย : 1994-1995

จำนวนตอน : 49 ตอน

หนึ่งในผลงานการ์ตูนสุดคลาสสิคจากกลุ่มนักเขียนชื่อดังแห่งยุคอย่าง Clamp จนกลายเป็นผลงานที่โด่งดังที่เหนือกว่ากาลเวลา

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ ฮิคารุ, อุมิ, ฟู เด็กสาวสามคนที่ต่างทั้งอุปนิสัย, การใช้ชีวิต, โรงเรียน ได้มาทัศนศึกษากันที่โตเกียวทาวเวอร์ และถูกพาตัวไปยังดินแดนต่างโลกที่มีชื่อว่าเซฟิโร่ และได้พบกับจอมเวทที่เก่งที่สุดในเซฟิโร่ ที่อธิบายว่าทั้ง 3 นั้นถูกอัญเชิญมาในฐานะของเมจิกไนท์ อัศวินในตำนานโดยเจ้าหญิงเอเมร็อตผู้เป็นเสาหลักของเซฟีโร่ที่ขณะที่ถูกกักขังโดยซากาโตะ เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงและหาทางกลับบ้าน ทั้ง 3 จึงตัดสินใจออกเดินทาง โดยที่ไม่รู้เลยว่าเรื่องราวต่อจากนี้ไปนั้นมันจะเหนือความคาดหมายกว่าที่พวกเธอคิดเอาไว้นัก…

แรกเริ่มนั้นเป็นผลงานในรูปแบบมังงะที่มีจำนวน 6 เล่ม โดยแบ่งเป็นภาคแรก 3 เล่ม และภาคสอง 3 เล่ม ก่อนที่จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นอนิเมะฉายจำนวน 2 ซีซั่น แต่ก็ถือว่าฉายไม่เว้นห่างกันมากนัก โดยซีซั่นแรกมีจำนวน 20 ตอน และซีซั่นที่สองมีจำนวน 29 ตอน ซึ่งพอฉายแล้วก็ฮิตติดลมบนในทันที ไม่ว่าจะลายเส้นที่สวยงาม, ตัวละครที่มีเสน่ห์, ฉากแอคชั่นที่ตื่นตาตื่นใจ, ความโรแมนติกผสมดราม่า, การดำเนินเรื่องที่แสนเข้มข้นคาดเดาไม่ได้ และฉากจบที่แสนตราตรึง ทั้งหมดนี้ส่งผลให้อนิเมะเรื่องนี้ถูกพูดถึงและกลายเป็นตำนานยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เฉกเช่นเดียวกับ 3 สาวในเรื่องที่ใครที่ดูตอนนั้นต่างก็เป็นต้องอวยกันสุดลิ่มทิ่มประตูกันแทบทุกคน ด้วยความดังส่งผลให้เรื่องนี้มีฉบับ OVA ออกมาอีก 3 ตอนในปี 1997 และได้ลงเกมหุ่นยนต์สุดฮิตอย่าง Super Robot Wars เป็นครั้งแรกในปีนี้อีกด้วย

ตัวอนิเมะนั้นเคยมีโอกาสมาฉายในไทยทางช่อง 9 และออกมาเป็นวีดิโออีกด้วย ส่วนตัวฉบับ OVA นั้นก็เคยมีการผลิตออกจำหน่ายในรูปแบบแผ่น DVD ในประเทศไทยโดย DEX ขณะที่ฉบับหนังสือการ์ตูนในประเทศไทยก็มีการพิมพ์ออกมาอย่างถูกลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลยกิจ โดยภาคแรกจำนวน 6 เล่ม และภาคสองจำนวน 6 เล่ม รวม 12 เล่ม ก่อนที่จะมีการพิมพ์ใหม่ออกมาเป็นจำนวนเล่มเท่าตามญี่ปุ่น 

 

GATE Jieitai Kanochi nite Kaku Tatakeri : GATE หน่วยรบตะลุยโลกต่างมิติ

ปีที่ฉาย / ความยาว

  • ซีซั่น 1 : 2015 / 12 ตอน
  • ซีซั่น 2 : 2016 / 12 ตอน

จากนิยายแฟนตาซีที่มียอดขายถึง 1.5 ล้านเล่ม สู่อนิเมะที่สร้างกระแสความแปลกใหม่ของแนวต่างโลกที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อใจกลางกินซ่าปรากฎประตูมิติขึ้น พร้อมกับมีกองทหารและเหล่าสัตว์ประหลาดออกมาจากประตูนั้น แต่กองกำลังป้องกันตนเองก็สามารถยับยั้งเหตุทั้งหมดไว้ได้ ต่อมาร้อยโทอิตามิ นายทหารโอตาคุ แห่งกองกำลังป้องกันตัวเอง ผู้ได้รับการยกย่องเป็นฮีโร่จากเหตุการณ์ที่กินช่า ถูกรับเลือกให้เป็นหนึ่งในกองทหารที่จะเข้าไปยังโลกอีกด้านของประตู และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสำรวจโลกใหม่ที่จะได้พบกับผู้คนมากมายที่ดินแดนด้านหลังของประตูนั้น…

ปกติเนื้อเรื่องแนวไปต่างโลกนั้นตัวเอกมักจะถูกพาไปแค่คนเดียว หรือมากที่สุดก็ 3-4 คน แต่เรื่องนี้คือยกกันไปเป็นกองทัพ… แถมไปตั้งฐานทัพ จนสร้างเป็นเมืองอยู่ที่นั่นกันเลย ทำให้เราจะได้เห็นยุทโธปกรณ์ทางทหารปรากฎอยู่เป็นจำนวนมาก และได้พบกับปฏิบัติการทางทหารที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ อย่างกับเรากำลังดูหนังสงครามขนาดย่อมๆ อย่างไรอย่างนั้นเลย ขณะที่ตัวละครในเรื่องนั้นก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ ไม่ว่าจะฝั่งกองกำลังป้องหรือฝั่งจักรวรรดิ ที่เพียงแค่เราได้สัมผัสก็ทำให้ตกหลุมรักเสน่ห์ของพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ยากเย็น

ต้นฉบับของเรื่องนี้เริ่มมาจากเว็บโนเวลที่ให้อ่านบนอินเตอร์เน็ต ก่อนที่ต่อมาจะมีการพิมพ์ออกมาในรูปแบบนิยาย และกลายมาเป็นไลทโนเวล, หนังสือการ์ตูน, อนิเมะตามลำดับ แถมยังมีนิยายสปิ๊นออฟออกมาอีกภาคด้วย ตัวอนิเมะนั้นสามารถเข้าไปดูแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทาง Neflix ส่วนฉบับนิยายและหนังสือการ์ตูนนั้นมีการแปลออกมาเป้นภาษาไทยแล้ว ลิขสิทธิ์โดย DEXpress จ้า

 

Juuni Kokuki : 12 อาณาจักรเทพยุทธ์ 

ปีที่ฉาย : 2002-2003

ความยาว : 45 ตอน

อนิเมะที่สร้างมาจากนิยายสุดดังที่ออกมายาวนานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวของโยโกะ เด็กสาวมัธยมปลายธรรมดาที่ใช้ชีวิตปกติไปในแต่ละวัน วันหนึ่งหลังเลิกเรียนเธอได้พบกับชายปริศนา และถูกพาตัวไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ถูกแบ่งเป็น 12 อาณาจักร และนั่นคือจุดเริ่มต้นการเดินทางอันยาวนานจากเด็กสาวธรรมดาต่างโลกคนหนึ่ง ที่จะต้องกลายมาเป็นจักรพรรดินีแห่งอาณาจักรต่างโลกนี้

เรื่องนี้เป็นการนำตำนานโบราณจีนมาประยุกต์ ทำให้ตัวอนิเมะนั้นจะมีกลิ่นอายออกแนวจีนสมัยยุคโบราณหน่อยๆ โดยตัวฉบับอนิเมะนั้นดัดแปลงมาจากนิยายเล่มที่ 1-4 ซึ่งตัวเนื้อเรื่องนั้นมีการเล่าเรื่องราวที่เข้มข้นทั้งในด้านการเมือง สงคราม พัฒนาการและความรู้สึกของตัวละคร โดยจะโฟกัสไปที่เรื่องราวของตัวละครหลายตัวพอสมควร ไม่ได้เน้นที่นางเอกแค่คนเดียว แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่เข้มข้นและเสน่ห์ที่ชวนติดตาม ทำให้กลายเป็นหนึ่งในอนิเมะที่หากได้ดูเพียงครั้งนึงแล้ว ก็ชวนให้เราตามต่อไปจนจบได้ไม่ยาก

ตัวอนิเมะเคยมีโอกาสเข้ามาฉายในไทยด้วยนะ ทางช่องเคเบิ้ลทีวีอย่าง UBC (True Vision ในยุคปัจจุบัน) ขณะที่ตัวนิยายที่ญี่ปุ่นออกมาแล้วเล่ม 12 ส่วนในประเทศไทยมีการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว 11 เล่ม ลิขสิทธิ์โดยสยามอินเตอร์คอมิกส์ (แต่ตอนนี้เล่มแรกๆ อาจจะหายากซะหน่อยนะ)

 

Zero no Tsukaima : อสูรรับใช้ของยาย 0 สนิท

ปีที่ฉาย / ความยาว

  • ซีซั่น 1 : 2006 / 13 ตอน
  • ซีซั่น 2 : 2007 / 12 ตอน
  • ซีซั่น 3 : 2008 / 12 ตอน
  • ซีซั่น 4 : 2012 / 12 ตอน

อนิเมะที่สร้างมาจากไลท์โนเวลชื่อดัง ที่เรื่องราวกว่าจะมีถึงเล่มสุดท้าย คือตำนานหน้าหนึ่งของวงการที่แสนยาวนาน

เรื่องราวของ หลุยส์ นักเรียนเวทมนตร์ในโรงเรียนเวทมนตร์เทริสเตน แต่กลับใช้เวทมนตร์ไม่ได้ จนได้รับการขนานนามว่า “ยาย 0 สนิท” จากเพื่อนร่วมชั้นตลอดเวลา วันหนึ่งมีการจัดให้นักเรียนใช้เวทมนตร์อัญเชิญอสูรรับใช้ แต่ด้วยความผิดพลาด สิ่งที่หลุยส์อัญเชิญออกมากลับเป็นมนุษย์จากอีกโลกหนึ่งที่ชื่อ ฮิรากะ ไซโตะ ขึ้นมา และนั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักและการผจญภัยของจอมเวทอกแบนซึนเดเระ กับไอ้หนุ่มชาวญี่ปุ่นขี้หลี,เจ้าชู้ ผู้ชอบสาวหน้าอกใหญ่ๆ นั่นเอง…

ตัวอนิเมะนั้นมองเผอิญๆ อาจดูคล้ายๆ อนิเมะฮาเร็มทั่วๆ ไป แต่เสน่ห์ที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยก็คือการดำเนินเรื่องที่มีอะไรให้น่าติดตามตลอดเวลา กับตัวละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้คุณหลงรักและเอาใจช่วยตามไปได้อย่างไม่ยากเย็น และอีกสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ได้กลายเป็นตำนานเล่าขานในวงการนั้นก็คือ การเดินทางของตัวฉบับไลท์โนเวลที่กว่าจะมาถึงเล่มสุดท้าย… แรกเริ่มนั้นฉบับไลท์โนเวลแต่งโดยอาจารย์ Yamaguchi Noboru แต่ทว่าหลังจากตีพิมพ์มาได้อย่างต่อเนื่อง 20 เล่ม อาจารย์ Yamaguchi ก็ได้เสียชีวิตลงก่อนที่จะเขียนเนื้อเรื่องต่อได้จบในปี 2013 ซึ่งอาจารย์นั้นตั้งใจจะที่จบนิยายเรื่องนี้ในอีก 2 ฉบับ แต่ก็มาด่วนจากไปซะก่อน ทำให้เรื่องนี้อยู่ในฐานะนิยายที่ไม่มีตอนจบอยู่นาน แต่แล้วด้วยความต้องการของครอบครัวอาจารย์ Yamaguchi และแฟนๆ ที่อยากจะเห็นเรื่องนี้จบลงตามความตั้งใจสุดท้ายของอาจารย์ ทำให้ทางสำนักพิมพ์นำเนื้อเรื่องที่ทางอาจารย์ได้วางโครงคร่าวๆ ไว้ กับเนื้อหาตอนจบที่อาจารย์ได้คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกก่อนเสียชีวิต มามอบหมายให้ อาจารย์ Shimizu Yū (ผู้แต่ง Seirei Tsukai no Bladedance) มาเป็นผู้แต่งเนื้อเรื่องสองเล่มสุดท้าย เพื่อสานต่อปณิธานของอาจารย์ Yamaguchi ให้เป็นจริง จนในที่สุดตัวนิยาย 2 เล่มสุดท้ายก็สามารถออกวาจำหน่ายในปี 2016 และ 2017 ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นนิยายที่จบบริบูรณ์ครบถ้วนสมบูรณ์ในที่สุด

นอกจากตัวไลทโนเวลและอนิเมะแล้ว เรื่องนี้ยังถูกนำไปดัดแปลงออกมาในอีกหลายรูปแบบด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะมังงะ, เกม, ดราม่าซีดี, OVA แถมยังมีนิยายสปิ๊นออฟอีกด้วย โดยตัวฉบับนิยายนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของทางรักพิมพ์ ส่วนตัวฉบับอนิเมะนั้นเคยมีการนำเข้ามาจัดจำหน่ายในรูปแบบ DVD โดยบริษัท Rose Media & Entertainment

 

Sword Art Online : ซอร์ดอาร์ตออนไลน์

ปีที่ฉาย / ความยาว

  • Sword Art Online : 2013 / 25 ตอน
  • Sword Art Online: Extra Edition (OVA) : 2014 / 1 ตอน
  • Sword Art Online II : 2016 / 24 ตอน
  • Sword Art Online The Movie: Ordinal Scale (Movie) / 2017
  • Sword Art Online -Alicization- ซีซั่น 1 : 2018-2019 / 24 ตอน
  • Sword Art Online -Alicization- ซีซั่น 2 : 2019-2020 / 23 ตอน

จากไลท์โนเวลชื่อดังที่สร้างกระแสถล่มทลายในประเทศญี่ปุ่น สู่อนิเมะที่เกิดเป็นกระแสความนิยมถล่มทลายไปทั่วโลก

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ Sword Art Online เกมออนไลน์รูปแบบใหม่ที่ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์การเล่นเสมือนอยู่ในโลกนั้นจริงๆ ได้เปิดให้บริการ แต่ในวันที่เปิดให้เล่นนั้น ผู้คนที่ล็อคอินเข้าไปเล่นกลับถูกขังเอาไว้ในเกมไม่สามารถออกมาได้ พร้อมกับมีสารจากผู้สร้างถึงผู้เล่นทุกคน หากไม่สามารถเคลียร์ด่านทั้ง 100 ด่านได้ ก็จะไม่สามารถออกไปจากเกมได้ และใครที่ตายในโลกนี้ ก็จะถือว่าตายในโลกจริงด้วย ขณะที่ในโลกภายนอก หากมีใครพยายามถอดอุปกรณ์การเล่นอย่าง Nerve-Gear ออก ผู้เล่นก็จะตายทันทีเช่นกัน คิริโตะ เด็กหนุ่มติดในเกมเช่นเดียวกับคนอื่นๆ จึงต้องหาทางเคลียร์ด่านภายในเกม เพื่อหาทางออกไปจากเกมมรณะนี้ให้ได้

เรื่องนี้เดิมเป็นนิยายในรูปแบบเว็บโนเวลที่สามารถอ่านได้ทางอินเตอร์เน็ต ก่อนที่ต่อมาจะมีการซื้อลิขสิทธิ์มาตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม และกลายเป็นหนึ่งในไลท์โนเวลที่ทำยอดจำหน่ายสูงที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้เมื่อมีการดัดแปลงในรูปแบบอนิเมะก็กลายเป็นที่จับตามองของแฟนๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ไม่ว่าจะด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นซีเรียส, ฉากแอคชั่นที่สนุกเร้าใจ, ตัวละครที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหล, การดำเนินเรื่องที่กระชับไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป ทำให้ตัวซีรี่ส์โด่งดังและมีแฟนๆ ติดตามมากมายไปทั่วโลก และมีผลงานตามออกมาอีกหลายรูปแบบ ทั้งมังงะ, OVA, ไลท์โนเวลสปิ๊นออฟ, เกม และภาพยนตร์ที่สามารถทำแคมเปญออกฉายพร้อมกันทั่วโลกโดยที่ไม่มีอนิเมะเรื่องไหนเคยทำได้ขนาดนี้มาก่อนเลยทีเดียว

ตัวไลท์โนเวลนั้นมีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยในโดยทาง Zenshu ขณะที่ตัวอนิเมะนั้นซีซั่นที่ 1 และ 2 นั้นเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Rose Media & Entertainment ขณะที่ตัวฉบับภาพยนตร์และทีวีซีรี่ส์ภาค Alicization นั้นเป็นลิขสิทธิ์ของทาง DEX

 

No Game, No Life : โนเกม, โนไลฟ์

ปีที่ฉาย : 2014

ความยาว : 12 ตอน

จากไลท์โนเวลเรื่องดัง สู่อนิเมะที่สร้างกระแสความฮิตถล่มทลายในหมู่แฟนๆ ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทย

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ โซระและชิโระ สองพี่น้องฮิคิโคโมริ ผู้เล่นเกมภายใต้ชื่อคูฮาคุ ผู้เล่นเกมส์ที่ได้รับชัยชนะเหนือผู้เล่นทั้งหมดในเกม จนในวันหนึ่งทั้งสองที่ได้ชนะเกมหมากรุกที่แข่งกับ เทโตะ พระเจ้าจากอีกโลกหนึ่ง ทำให้ถูกพาตัวไปยังต่างโลก ที่ตัดสินทุกอย่างด้วยเกม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เงินทอง หรือแม้แต่เขตแดนประเทศ เรื่องราวการต่อสู้ของสองพี่น้องด้วยการแข่งเกมต่างๆ เพื่อเอาชีวิตรอดในต่างโลกก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ความแปลกใหม่ที่ทำให้เรื่องนี้ไม่เหมือนใครก็คือ การที่ตัดสินทุกอย่างด้วยเกมนั่นเอง ทำให้ในแต่ละตอนเราจะได้เห็นการเล่มเกมที่ต้องใช้มันสมอง และการชิงไหวชิงพริบอยู่เสมอ ซึ่งก็ทำออกมาได้ตื่นเต้น กดดัน และเร้าใจมากๆ ขณะที่การเล่นสีในเรื่องนั้นก็มีความแปลกและแตกต่างจากอนิเมะเรื่องอื่นๆ กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้คนจดจำเรื่องนี้ได้ดี ขณะที่ตัวละครแต่ละตัวนั้นก็เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์ที่หลากหลาย ที่ทำให้ผู้ชมจดจำกันได้ไม่ยาก และด้วยความโด่งดังนี้เอง จึงได้มีการดัดแปลงออกมาทั้งในรูปแบบมังงะ, มังงะสปิ๊นออฟ และฉบับภาพยนตร์อีกด้วย

ตัวไลท์โนเวลและมังงะนั้นมีลิขสิทธิ์ในไทยโดยทาง A-Plus ส่วนฉบับทีวีอนิเมะนั้นเคยมีการจัดจำหน่ายในรูปแบบ DVD โดยทาง Rose Media & Entertainment ส่วนตัวฉบับภาพยนตร์นั้นก็เคยมีการนำเข้ามาฉายในไทยโดยทาง JAM นั่นเอง

 

Isekai Shokudou : ร้านอาหารต่างโลก

ปีที่ฉาย : 2017

ความยาว : 12 ตอน

จากไลท์โนเวลเรื่องเยี่ยม สู่อนิเมะที่สร้างกระแสเรื่องราวต่างโลกที่แปลกใหม่ชวนน้ำลายหก

ร้านอาหารตะวันตก Nekoya ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในย่านช็อปปิ้งแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ที่ตอนกลางวันเป็นร้านอาหารสำหรับคนทั่วไปในวันธรรมดา แต่ทว่าในทุกวันเสาร์นั้น ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการเพื่อรับแขกที่มาจากดินแดนต่างๆ ในต่างโลก ผ่านบานประตูของร้านที่จะไปปรากฎตามสถานที่ต่างๆ และนี่คือเรื่องราวของแขกต่างโลกที่ต่างทั้งเชื้อชาติ, เผ่าพันธ์และที่มา ที่ได้มาลิ้มรสชาติอาหารจานเด็ดต่างๆ ที่ปรุงโดยสุดยอดพ่อครัวของร้าน

ปกติเรื่องราวถูกเชิญไปต่างโลกนั้นจะเป็นแนวตัวเอกเป็นผ่ายถูกอัญเชิญไป พร้อมกับต้องไปผจญภัย, ต่อสู้หรือแก้ไขวิกฤตบางอย่างในต่างโลกนั้น แต่เรื่องนี้ค่อนข้างจะกลับตาลปัตรกับที่กล่าวไป เพราะคนที่ต้องไปต่างโลกนั้นไม่ใช่พระเอก แต่เป็นเหล่าผู้คนจากต่างโลกตั้งหาก ที่จะเดินทางมายังโลกฝั่งพระเอก(ในที่นี้ก็คือเชฟเจ้าของร้านนั่นเอง) และไม่ได้มาเพื่อสู้รบ แต่เป็นการมาเพื่อลิ้มชิมรสอาหารที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน กลายเป็นสถานที่ๆ พวกเขาสามารถมาสนทนาร่วมกัน เพื่อผ่อนคลายจากเรื่องราวแสนหนักอึ้งที่อยู่อีกฟาก ซึ่งก็ต้องชมว่าตัวฉบับอนิเมะนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาวต่างโลกแต่ละคนที่เดินทางมายังร้านอาหาร Nekoya ได้อย่างมีเสน่ห์น่าสนใจ ขณะที่อาหารแต่ละจานที่ออกมานั้นก็ทำออกมาได้น่ากิน จนเล่นทำเอาคนดูอย่างเราน้ำลายไหลตามไปด้วยในทันที

เรื่องนี้ต้นฉบับเคยลงในรูปแบบเว็บโนเวลที่อ่านได้ทางอินเตอร์เน็ตมาก่อน ต่อมาจึงได้มีการตีพิมพ์จัดจำหน่าในรูปแบบไลท์โนเวลลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์ญี่ปุ่น และมีการต่อยอดออกมาในรูปแบบของมังงะ และอนิเมะตามลำดับ ตัวฉบับนิยายและมังงะนั้นยังไม่มีลิขสิทธิ์ในไทย ส่วนตัวฉบับอนิเมะนั้น ตอนนี้สามารถหาดูได้ทาง Netflix และ AIS Play จ้า

 

Re:Zero kara Hajimeru Isekai Seikatsu : รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก

ปีที่ฉาย : 2016

ความยาว : 25 ตอน

จากไลท์โนเวลเรื่องดัง สู่อนิเมะที่มีความแปลกใหม่สร้างกระแสความโด่งดังเป็นที่รู้จักในประเทศญี่ปุ่นและไทย

เรื่องเริ่มต้นเมื่อ นัทสึกิ สุบารุ เด็กหนุ่มธรรมดาที่ระหว่างกลับจากการไปร้านสะดวกซื้อ เขาก็ถูกเรียกตัวไปยังต่างโลก ทว่าเขากลับโดนกลุ่มโจรเล่นงาน แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวปริศนาที่ชื่อเอมิเลีย เขาจึงอาสาช่วยเธอตามหาของที่ถูกขโมยไป ในขณะที่กำลังจะได้ของคืนนั้นทั้งคู่กลับถูกโจมตีจนถึงแก่ชีวิต แต่แล้วสุบารุกลับรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งตรงสถานที่ที่เขาถูกเรียกมาครั้งแรก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่มีความสามารถ ‘กลับจากความตาย’ ในต่างโลกแห่งนี้

ความแปลกใหม่ที่ทำให้เรื่องนี้ไม่เหมือนกับอนิเมะแนวต่างโลกเรื่องไหนก็คือ พลังของตัวสุบารุพระเอกของเรื่องที่ไม่ได้มีสกิลการต่อสู้แบบระดับเทพหรือมีพลังทำลายล้างโอเวอร์อะไร แต่เป็นคนธรรมดาที่มีความสามารถ ‘กลับจากความตาย’ หลังจากที่ตายไปแล้วได้ ทำให้นอกจากจะได้เห็นความสนุกและความแปลกใหม่ในการดำเนินเรื่องแล้ว ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน ที่ทำเราเองรู้สึกหนักอึ้งตามพระเอกของเรื่องไปด้วยเลยทีเดียว ในขณะที่ตัวละครอื่นๆ ในเรื่องนั้นก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ ที่ทำให้เราตกหลุมรักพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ยากเย็น ต้นฉบับของเรื่องนั้นมาจากเว็บโนเวล ก่อนที่จะได้มีการตีพิมพ์ออกมาในรูปแบบเล่มจนกลายเป็นกระแสโด่งดัง ทำให้ถูกดัดแปลงออกมาในรูปแบบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมังงะ, อนิเมะ, วิทยุอินเตอร์เน็ต, เกม, OVA, ONA รวมไปถึงออกหนังสือคอลลาโบพิเศษคู่กับไลท์โนเวลในค่ายเดียวกับตัวเองอย่าง Konosuba อีกด้วย

ตัวไลท์โนเวลและมังงะนั้นมีแปลเป็นภาษาไทยลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์ A-Plus จ้า

 

Digimon Adventure : ดิจิมอน แอดเวนเจอร์

ปีที่ฉาย : 1999-2000

ความยาว : 54 ตอน

จากของเล่นสุดฮิตที่ใครก็อยากมี สู่อนิเมะที่สร้างความโด่งดังจนกลายเป็นตำนานที่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

เนื้อเรื่องเริ่มขึ้นในปี 1999 โลกทั้งโลกเกิดความแปรปรวนทางสภาพอากาศ ประเทศที่เป็นฤดูหนาวกลับแห้งแล้ง ประเทศที่เป็นฤดูแล้งกลับน้ำท่วม ในระหว่างที่ไทจิและเพื่อนๆ ในโรงเรียนกำลังตั้งค่ายฤดูร้อนกันอยู่นั้นเอง ก็ได้เกิดพายุหิมะถล่มค่าย จากนั้นก็ได้มีวัตถุประหลาดที่เรียกว่าดิจิไวซ์หล่นลงมาจากฟากฟ้า ก่อนที่ไทจิและเพื่อนอีก 6 คนจะถูกพาไปยังโลกดิจิตอล และนั่นคือจุดเริ่มต้นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าเด็กที่ถูกเลือกกับเหล่าดิจิมอนคู่หู เพื่อกอบกู้ความสงบสุขของโลกดิจิตอลให้กลับคืนมาอีกครั้ง

แรกเริ่มนั้นดิจิมอนคือของเล่นในรูปแบบสัตว์เลี้ยงดิจิตอลที่ถูกผลิตขึ้นมาโดยได้แรงบันดาลใจมาจากทามาก็อตจิ ซึ่งหลังจากที่ได้มีการวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1997 ก็ได้มีการเริ่มแผนสร้างความนิยมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านสื่อต่างๆ และหนึ่งในนั้นก็คืออนิเมะนั่นเอง เมื่อตัวฉบับอนิเมะออกฉายมันได้สร้างความนิยมแบบถล่มทลาย กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างไม่ใช่แค่ในประเทศญี่ปุ่น แต่ลามไปทั่วโลก ด้วยการดำเนินเรื่องที่สนุกสนานครบทุกอารมณ์ ฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้สนุก คาแรคเตอร์ในเรื่องที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในกลุ่มและดิจิมอนคู่หูที่ชวนเอาใจช่วย บทที่คาดเดาไม่ได้ในแต่ละตอน รวมไปถึงเพลงประกอบที่เพราะโดนใจติดหู ทั้งหมดนี้คือส่วนผสมที่ส่งให้อนิเมะเรื่องนี้โด่งดังถึงขีดสุด และมีอนิเมะจากซีรี่ส์ดิจิมอนตามออกมาอีกเป็นจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน

บ้านเรานั้นตัวฉบับมังงะนั้นมีการจัดจำหน่ายในรูปแบบลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์ NED (เนชั่น) ขณะที่ตัวอนิเมะทีวีนั้นก็ได้มีการนำมาฉายทางช่อง 9 ครบทุกภาคเลยด้วยนะ

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน ซึ่งนอกจาก 11 เรื่องนี้ก็ยังมีอนิเมะแนวไปต่างโลกอีกมากมายที่มีความสนุกและความน่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น Konosuba ที่ตัวละครแต่ละตัวนั้นมีความเป็นอกลักษณ์สร้างความแปลกใหม่ในการดำเนินเรื่องเป็นอย่างมาก, Tensei shitara Slime datta ken อีกหนึ่งอนิเมะที่สร้างกระแสได้เป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา, DOG DAYS ที่มีเนื้อหาสนุกสนานและถูกใจแฟนๆ ตัวละครแนว Nekomimi กันไม่น้อย หรือ NG Knight Lamune & 40 อนิเมะแนวหุ่นยนต์ที่ความสนุกนั้นเรียกว่าไม่แพ้ซีรี่ส์วาตารุเลย ซึ่งหากมีโอกาสทางเราจะหยิบพวกเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ มานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันอีกจ้า

อ่านจบแล้วอย่าเพิ่งปิด! ตอนนี้เรามีกิจกรรมแจกของรางวัลที่ Fanpage Akibatan อยู่ด้วยนะ!
มีทั้งหมด 3 กิจกรรมจาก 3 บทความพิเศษของเรา อ่านกติกา และร่วมสนุกได้ง่าย ๆ กดที่รูปข้างล่างนี้เลย!

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านรายละเอียดกิจกรรม ณ Fanpage Akibatan
เมื่อคลิกแล้วจะถูกพาไปที่โพสกิจกรรม บน Fanpage Akibatan