หลังจากที่รอมาซะพักใหญ่ๆ ในที่สุดตัวเกม Doraemon Story of Seasons หรือชื่อญี่ปุ่นว่า Doraemon: Nobita No Bokujou Monogatari Beberkan ที่เป็นเวอร์ชั่นชั่นภาษาอังกฤษก็ได้วางจำหน่ายแล้ว พอกดซื้อเรียบร้อยแล้วเปิดเล่นปั๊บ สิ่งหนึ่งที่น่าจะทำเอาหลายคนคิ้วกระตุกขึ้นมาก่อนเลยก็คือ นอกจากโดราเอมอนแล้ว ไหงชื่อตัวละครคนอื่นถึงไม่เหมือนกับเราที่เรารู้จักมาตลอดเลยล่ะเนี่ย!?

ตัวเกมเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ

อันที่จริงชื่อตัวละครที่เปลี่ยนไปนี่ไม่ใช่เป็นการตั้งใหม่ขึ้นมามั่วๆ แต่อย่างใด หากแต่อ้างอิงมาจากชื่อที่ผ่านกระบวนการ Localization (หรือการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรม)จากภาคทีวีที่ไปฉายที่อเมริกานั่นเอง ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะการ์ตูนดังหลายเรื่องจากญี่ปุ่นเอง เมื่อได้ไปฉายทางฝั่งตะวันตกแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนชื่อนี้กันหมดเกือบทุกเรื่อง ว่าแล้วครั้งนี้เราจะพาไปดูกันว่าชื่อของเหล่าตัวละครจากเรื่องโดราเอมอนที่ถูกปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันตกนั้นมีใครกันบ้าง โดยขอเอามาเฉพาะจากเวอร์ชั่นเกมที่พึ่งออกนี่แหล่ะ

Noby Nobi ชื่อเรียกของ โนบิตะ ในเวอร์ชั่นที่ไปฉายทางฝั่งตะวันตก ความจริงแล้วชื่อเต็มตัวละครนั้นยังคงเหมือนเดิมคือ Nobi Nobita (โนบิ โนบิตะ) เพียงแต่ Noby นั้นเป็นชื่อเล่นเอาไว้สำหรับเรียกง่ายๆ เท่านั้นเอง ทำให้โนบิตะเป็นหนึ่งในสองตัวละครหลักของเรื่องที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลจริงแต่อย่างใด

Sue Morris ชื่อเรียกของ ชิสุกะ ในเวอร์ชั่นที่ไปฉายทางฝั่งตะวันตก เดิมทีแล้วในฉบับมังงะที่ไปตีพิมพ์ที่อเมริกานั้นยังคงใช้ชื่อและนามสกุลตามต้นฉบับคือ Minamoto Shizuka (มินามาโตะ ชิสุกะ) แต่พอมีการนำฉบับทีวีอนิเมะเข้าฉาย กลับมีการเปลี่ยนชื่อตัวละครใหม่แทน ทำให้ชิสุกะกลายเป็นตัวละครหลักเพียงตัวเดียวที่ถูกเปลี่ยนชื่อและนามสกุลทั้งหมด แถมความหมายในชื่อยังเปลี่ยนอีกตั้งหาก (ไม่รู้ว่าที่ตั้งชื่อใหม่ว่า Sue ที่มีความหมายว่าการร้องขอหรืออ้อนวอนนี่ เป็นเพราะชิสุกะชอบทำหน้าอ่อนโยนเหมือนจะขอร้องตลอดเวลา หรือขอร้องให้โนบิตะเลิกเปิดประตูไปที่ไหนก็ได้ไปเจอเธอตอนอาบน้ำเสียทีก็ไม่รู้ ฮา)

Sneech Honekawa ชื่อเรียก ซูเนโอะ ในเวอร์ชั่นที่ไปฉายทางฝั่งตะวันตก โดยคำว่า Sneech นี้เป็นคำแสลงที่มีความหมายว่าขี้อวด ซึ่งก็ตรงกับนิสัยของซูเนโอะที่ชอบอวดชาวบ้านชาวช่องตลอดเวลา แม้ชื่อจะเปลี่ยนไปแต่นามสกุลนั้นยังคงใช้เป็น Honekawa ตามต้นฉบับอยู่เช่นเดิม

Big G ชื่อเรียก ไจแอนท์ ในเวอร์ชั่นที่ไปฉายทางฝั่งตะวันตก จริงๆ แล้วชื่อ-นามสกุลจริงของไจแอนท์เวอร์ชั่นตะวันตกนั้นยังคงเหมือนต้นฉบับคือ Goda Takeshi (โกดะ ทาเคชิ) แต่มีการเปลี่ยนชื่อเล่นใหม่เป็น Big G แทน เลยทำให้ไจแอนท์กลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลจริงแต่อย่างใดเช่นกัน

นอกจากชื่อตัวละครแล้ว ชื่อของวิเศษบางอย่าง หรือสิ่งของบางชิ้นก็ยังถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันตกด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น

วุ้นแปลภาษา (Honyaku Konnyaku) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Traslation Gummy เห็นชื่อภาษาอังกฤษแล้วหลายคนคงจะคิดว่า อ้าว ก็ยังแปลออกมาเป็นขนมไม่ใช่เหรอ แต่ที่จริงๆ มันคือ “คอนเนียกุ” ซึ่งถ้านับแล้วออกจะเป็นเหมือนบุกมากกว่า ไม่ใช่ขนมพวกวุ้น ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมเอาไปใช้ทำอาหารคาว เช่น ใส่ในโอเด้งหรือเมนูต้มทั้งหลาย

ขนมโดรายากิ (Dorayaki) ขนมสุดเลิฟของโดราเอมอนที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งหากใครเล่นเกมก็น่าจะเห็นว่ามันมีขายในร้านอาหารที่ซูเนโอะไปทำงานอยู่ด้วย แต่ที่ทำเอาหลายคนมึนเล็กน้อยคือ บทพูดของซูเนโอะตอนที่พยายามติดสินบนขอของวิเศษจากโดราเอมอนด้วยโดรายากินั้น ในเกมเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมีการแปลชื่อขนมที่ใช้ใหม่เป็น ขนมปังนุ่มๆ แทนซะอย่างงั้น

ถ้าคิดว่าแค่นี้ยังไม่พอล่ะก็ แม้แต่ตัวละครออริจินัลของเกมเอง ตัวเกมเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษชื่อก็ยังไม่เหมือนกันอีกนะ ยกตัวอย่างเช่น

Launch เด็กหนุ่มที่พวกโดราเอมอนเจอหลังถูกพาไปต่างโลก และให้ที่พักพิงในตอนแรกแก่ทุกคน ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษนี้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Harmon

Pasty คุณยายของ Launch ซึ่งในเกมเวอร์ชั่นภาษาอังกฤกก็ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Ravi

Yamei นายกเทศมนตรีของเมืองในต่างโลกที่โดราเอมอนไปอยู่ ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษนั้นถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Ryam

นอกจากนี้ในกลุ่มเพื่อนโดราเอมอนนั้นยังตัวละครที่แม้จะไม่มีบทบาทในเกมนี้ แต่ในฉบับอนิเมะนั้นเมื่อไปฉายทางตะวันตกก็ถูกกระบวนการเปลี่ยนด้วยเช่นกันอีก 2 คน ได้แก่

เดคิสุงิ (Dekisugi) เพื่อนหัวดี เรียนเก่ง ทำอะไรก็เพอร์เฟ็ค ตรงสเป็คของสาวๆ ในฉบับตะวันตกนั้นถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Ace Goody แทนซะงั้น

ไจโกะ (Jaiko) น้องสาวสุดหวงของไจแอนท์ ผู้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักวาดการ์ตูน ในฉบับตะวันตกนั้นถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Little G เพื่อให้สอดคล้องกับ Big G ที่เป็นชื่อเล่นทางฝั่งตะวันตกของไจแอนท์นั่นเอง

ทั้งหมดนี่คือบางส่วนเท่านั้นที่ตัวเกมเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมีความแตกต่างกับตัวเกมต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น ซึ่งส่วนหนึ่งเข้าใจว่าน่าจะทำมาเพื่อให้เข้ากับฐานแฟนจากทางฝั่งตะวันตก บางครั้งเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการ localization หรือการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของที่ต่างๆ นั้นก็เป็นหนึ่งในกลยุทธิ์ที่ทำให้คนในประเทศนั้นๆ เข้าถึงตัวเกมหรือการ์ตูนได้ง่ายขึ้นจริง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าก็อาจจะมีคนที่ไม่ถูกใจในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่แฝงอยู่ในกระบวนการนี้ที่เราสัมผัสได้ก็คือ ประเทศต้นกำเนิดอย่างญี่ปุ่นนั้นเขามีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่อยากจะเผยแพร่ให้การ์ตูนเรื่องนั้นๆ ได้เข้าไปนั่งอยู่กลางใจของคนทุกประเทศทั่วโลกให้ได้นั่นเอง

ส่วนใครที่อยากจะหาเกม Doraemon Story of Seasons มาเล่นกันนั้น ตอนนี้ก็มีวางจำหน่ายทั้งสำหรับเครื่อง Ninitendo Switch และบน Stream กันแล้ว ใครถนัดเล่นผ่านทางไหนก็เลือกได้เลยจ้า!