Warehouse Kawasaki คืออาร์เคดเซนเตอร์ที่คุณจะหาแบบนี้ที่ไหนในวงการตู้เกมอีกไม่ได้แน่ ๆ แต่ปีหน้าอาจไม่มีแล้ว

มองไปที่ภาพด้านล่างนี้ด้วยอาคารที่ดูเก่า และผุพัง พร้อมๆ กับหลอดนีออน และป้ายอักษรจีนเต็มไปหมดอาจจะทำให้คุณเผลอคิดว่ามันเป็นภาพสลัมในฮ่องกงยุค 80

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ดูคล้ายกับภาพของโลกอนาคตแนวดิสโทเปีย ยามเมื่ออารยธรรมล่มสลายได้เช่นกัน

แต่ในความเป็นจริงๆ แล้วทั้งสองคำตอบนั้นก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเพราะภาพถ่ายที่คุณเห็นอยู่นี้เป็นภาพในยุคปัจจุบันนี่แหละ และมันก็อยู่ในญี่ปุ่นเสียด้วย สถานที่แห่งนี้ก็คือ Warehouse Kawasaki อาร์เคดเซนเตอร์ระดับตำนาน ณ เมืองคาวาซากิ ทางตอนใต้ของโตเกียว ที่แค่ก้าวแรกที่เขามายังสถานที่แห่งนี้ก็ทำให้คุณรู้สึกราวกับอยู่ในฉากหนึ่งของเกมแนวไซไฟสยองขวัญ ที่ราวกับจะมีฆาตกรใจโหดโผล่ออกมาสังหารคุณได้จากทุกที่ในนี้ แต่สิ่งที่คุณจะได้พบในนี้ไม่ใช้ฆาตกรโหดจากไหน หากแต่เป็นตู้เกมหยอดเรียญจำนวนมาก ที่แต่ละตู้ก็เรียกได้ว่าเป็นเกมเรโทรแสนน่าคิดถึงสุดๆ

แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะดูราวกับถูกทิ้งร้างมานานหลายปี แต่ที่จริงแล้วที่นี่ตั้งอยู่ในย่านการจราจรพลุกพล่านที่อยู่ไมไกลจากสถานีคาวาซากิเพียงเท่านั้น ซึ่งเดิมทีแล้วอาคารแห่งนี้เคยถูกในเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อน แต่ร้านก็ได้ปิดตัวลงไปเมื่อช่วงกลางปี 2000 และ Warehouse Kawasaki ก็ได้ย้ายเข้ามาแทนที่

และถึงที่นี่จะดูเหมือนเก่าแก่แค่ไหน แต่ตัว Warehouse Kawasaki เองนั้นมีอายุแค่เพียง 14 ปีเท่านั้น และที่เจ้าของเลือกที่จะตกแต่งที่แห่งนี้ให้เห็นแบบนี้ก็เป็นเพราะด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ เขาจึงเลือกที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของที่นี่ดูมีอิมแพ็คกว่าเกมอาร์เคดทั่ว ๆ ไป โดยได้ยึดต้นแบบมาจากเมืองกำแพงเกาลูน สลัมลอยฟ้าสุดอัดในอดีตของฮ่องกง ซึ่งถูกทุบทิ้งเปยสวนสาธารณะเมื่อปี 1994

แม้แต่ห้องน้ำยังดูน่าขนลุก

แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เหมือนกับเมืองกำแพงเกาลูนที่ตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว Warehouse Kawasaki ก็กำลังจะลาจากวงการเกมอาร์เคดไปเช่นกัน หลังจากที่ได้มีการประกาศอันน่าเศร้าว่าสถานที่แห่งนี้กำลังจะปิดตัวลงอย่างถาวรในเดือนหน้านี้

แม้ว่าทางผู้ดูแลของที่นี่ปฏิเสธที่จะบอกสาเหตุที่ตัดสินใจปิด Warehouse Kawasaki ลง แต่มันก็อาจจะเดาได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก เพราะแม้ว่าในปัจจุบันเกมอาร์เคดในญี่ปุ่นจะถือได้ว่ายังเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ดีอยู่ธุรกิจหนึ่ง แต่กับทางฝั่งตะวันตกนั้นต่างไปมาก เพราะท่ามกลางยุคที่ไม่ว่าใครก็สามารถเล่นเกมผ่านสารพัดอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ เครื่องเกมคอนโซล หรือเครื่องเกมพกพา ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องถ่อมาเล่นเกมถึงร้านเกมตู้นั้นน้อยลงไปเรื่อยๆ จนทำให้ธุรกิจอาจจะเรียกว่าไปได้ไม่ราบรื่นแล้วเท่าไหร่นัก

แต่สำหรับในญีปุ่นตู้เกมที่ดึงดูดผู้คนได้เป็นจำนวนมากคือตู้เกมประเภทตู้ UFO Catcher หรือตู้คีบรางวัลต่างๆ ไปจนถึงตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ Purikura ซึ่งสำหรับ Warehouse Kawasaki นั้นบรรยากาศของตู้เหล่านั้นคงไม่เข้ากันสักเท่าไหร่

ซึ่งทาง Warehouse Kawasaki ก็คงมองเห็นถึงปัญหาในจุดนี้ ยิ่งกับตอนนี้ที่เพิ่งมีการปรับขึ้นภาษีบริโภคขึ้นจาก 8 เป็น 10% ประกอบกับตู้เกมหยอดเหรียญที่ใช้การจ่ายเงินด้วยเหรียญ 100 เยนก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปรับราคาในการเล่นเกมแต่ละครั้ง สุดท้ายภาษีที่ถูกเพิ่มมากก็ต้องเจียดออกจากกำไรที่แต่เดิมก็ไม่ได้มีมากสักเท่าไหร่อยู่แล้ว จึงอาจเป็นฟางเส้นสุท้ายที่ทำให้เจ้าของต้องตัดสินใจเช่นนี้

ป้ายประกาศปิดให้บริการ

แต่สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายคุณก็ยังคงมีโอกาสอยู่เพราะ Warehouse Kawasaki จะยังคงเปิดต่อไปจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

ข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยว
ชื่อสถานที่: Warehouse Kawasaki / ウェアハウス川崎
ที่ตั้ง: Kanagawa-ken, Kawasaki-shi, Kawasaki-ku, Nisshncho 3-7
神奈川県川崎市川崎区日進町3-7
เวลาเปิด 9 a.m.-11:45 p.m. (จันทร์-ศุกร์), 7 a.m.-11:45 p.m. (เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด)
Website

Source: Warehouse Kawasaki via SoraNews24