เมื่อชีวิตมันบัดซบ ก็จงแบ่งปันความบัดซบนี้ให้กับทุกคนบนโลก มากที่สุดเท่าที่จะทำได้….ไม่ดีมั้ง?

เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา คุณลุง Hatori Akio วัย 61 ปี อาศัยอยู่ในแขวงโอตะ โตเกียว มีอยู่วันหนึ่งแกซวย โดนใครก็ไม่รู้ขโมยอานจักรยานของแกไป

ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าลุงจะไปซื้ออานจักรยานมาเปลี่ยนใหม่ แถมราคาก็ไม่ได้แพง แต่ตัวคุณลุงยังคงช็อคและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันจึงเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่ามันมีตลาดมืดที่เม็ดเงินสะพัดเป็นหลายล้านจากการค้าขายอานจักรยาน หรือเป็นสิ่งที่สามารถหาได้ทันทีในยามที่ต้องการจะใช้ การถูกขโมยอานจักรยานจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ลุงฮาโตริถึงกับจิตตก เพราะเหตุผลเดียวที่คนเราจะขโมยแค่อานจักรยานนั้นคือต้องการก่อกวนเจ้าของจักรยานคันนั้น ๆ เป็นการกลั่นแกล้งทางจิตวิทยาที่มากกว่าการก่อกวนป่วนเมืองตามปกติ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าลุงฮาโตริแกจะโกรธ และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน

เมื่อทุกอย่างจบลง แต่เพลิงแค้นไม่ได้มอดไปง่ายดายเช่นนั้น ลุงฮาโตริจึงต้องทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่ลุงเขาจะทำคือการใช้ความรู้และเครือข่ายคนรู้จักในการตามหาคนร้ายที่ขโมยอานจักรยานของลุงไป? หรือลุงจะหาซื้ออานจักรยานอันใหม่มาใช้งาน และควบจักรยานออกลาดตระเวนเพื่อระงับเหตุร้ายแบบเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นนี้?

ไม่เลย ลุงแกหันมาเริ่มขโมยอานจักรยานของคนอื่น ๆ อีกหลายคนแทน ทำไปทำมาจนมีอานจักรยานในครอบครองกว่า 159 อันเลยนะ!

สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจในโตเกียวได้เข้าจับกุมคุณลุงฮาโตริ ในฐานะผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีขโมยอานรถจักรยานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมเป็นต้นมา โดยอาศัยภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีภาพลุงกำลังถอดอานจักรยานออกจากจักรยานคันอื่น ๆ มาใส่ไว้ในตะกร้าหน้าจักรยานของตัวเอง แล้วขับหลบหนีไป เมื่อตามไปที่บ้านจึงพบว่าเจ้าตัวเก็บสะสมอานจักรยานที่ขโมยมาเอาไว้ถึง 159 อัน

ตามธรรมเนียมการแถลงข่าวของตำรวจ ที่ต้องนำของกลางมาวางเรียงหน้ากล้อง คราวนี้เป็นตาของอานจักรยานเกือบสองร้อยอัน หลากรูปร่างสีสัน

จากข้อเท็จจริงที่ว่าคุณลุงฮาโตริแกจัดเก็บอานรถจักรยานเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ เป็นไปได้ว่าแกอาจจะกำลังสะสมเอาไว้เผื่อใช้งานในตอนที่ถูกขโมยอานจักรยานของตัวเองเข้าอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าที่คุณลุงฮาโตริทำไป เพราะต้องการให้คนอื่น ๆ ได้รู้สึกเหมือนกับแก เลยต้องขโมยอานจักรยานเพื่อแก้แค้น

นอกจากคำถามที่ว่าสิ่งที่ลุงทำลงไปนี้ถือเป็นการแก้แค้นหรือไม่ เพราะเป็นการที่ลุงไปทำกับคนอื่น ที่ไม่ใช่ขโมยที่มาเอาอานรถจักรยานของลุงไป เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ลุงฮัตโตริแทนที่จะต่อต้าน แต่กลับเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงจรความเกลียดชังและอาชญากรรมด้วยการขโมยอานรถจักรยาน ทั้ง ๆ ที่ตัวลุงเองน่าจะเป็นคนที่รับรู้ได้ถึงความเสียใจที่ถูกขโมยอานรถจักรยานมากกว่าใคร ๆ ก่อนที่จะมาลงท้ายด้วยการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในฐานะผู้ต้องหา แทนที่จะเป็นผู้เสียหาย หรือโจทก์

Sources: Kyodo via Hachima KikoYouTube/テレ東NEWS via SoraNews24
Images: Irasutoya