ถึงจะมองได้ยากว่ามันจะเป็นประเด็นขึ้นมาได้อย่างไร แต่มันก็เป็นขึ้นมาเสียแล้ว

ในยุคปัจจุบัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเลือกที่จะสวมใส่เสื้อผ้าแบบตะวันตก สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน แน่นอนว่ากิโมโนนั้นก็พอสวมใส่ได้ แต่มันก็จะไม่ยืดหยุ่นคล่องตัวเท่า แถมยังเสียเวลาในการสวมใส่มากกว่าชุดแบบตะวันตกเสียอีก

แต่นั่นไม่ใช่กับเหล่าบริกรหญิงที่ต้องคอยให้บริการในร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่ต้องสวมชุดกิโมโนเพื่อทำงาน ซึ่งร้านอาหารเหล่านี้ก็มีจุดขายที่นอกเหนือจากตัวอาหาร คือการบริการ และบรรยากาศภายในร้านที่ชวนให้นึกถึงความเป็นดั้งเดิมของญี่ปุ่น แน่นอนว่าเครื่องแต่งกายของพนักงานก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีผลอย่างมาก

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่นนาม @wine_kimono เองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่น และต้องสวมกิโมโนเสียด้วย และจากชื่อของบัญชี ก็คงบอกได้ว่าเธอชอบชุดกิโมโนนี้มากแค่ไหน กระนั้น ยังมีกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของบริกรในร้านอาหารญี่ปุ่นแนวดั้งเดิมบางข้อ ที่เธอไม่พอใจจนถึงกับต้องมาบ่นลงโซเชียล ดังนี้

“ในฐานะที่ฉันทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่น มีข้อสงสัยอย่างที่สุด 1 ข้อ คือตอนที่ถูกบอกว่า [ช่วยถอดแว่นออกทีซิ] ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือใหญ่ ร้อยละ 90 จะถูกเตือนแบบนี้เสมอ พอถามกลับไปว่าทำไมล่ะ? ก็ได้ฟังแต่เหตุผลที่ชวนเข้าใจได้ยาก อย่างเช่น [กิโมโนกับแว่นตามันไม่เข้ากันไม่ใช่เหรอ] หรือ [ถ้าแว่นมันหล่นลงไปในอาหารล่ะจะทำยังไง] และ [การมองลูกค้าผ่านแว่นตาถือเป็นเรื่องเสียมารยาทนะ] เป็นต้น”

แค่สองข้อหลังก็ประหลาดพอแล้ว เพราะใช่ว่าแว่นตาจะหลุดจากผู้สวมใส่ไปได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไร หากมันจะร่วง มันก็คงไม่ร่วงใส่อาหารญี่ปุ่นบ่อยไปกว่าอาหารประเภทอื่นหรอก และใช่ว่าบริกรหญิงทุกคนบนโลกที่สวมแว่นจะต้องทำแว่นหลุดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับการที่มาห้ามมองลูกค้าผ่านทางแว่นตา คือต้องมองลูกค้าด้วยการก้มหน้าแล้วถลึงตาขึ้นไปข้างบนเพื่อเลี่ยงไม่ให้สายตามองผ่านเลนส์อย่างนั้นหรือ? แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารประเภทไหนก็คงไม่สำคัญแล้วล่ะ การให้เหตุผลเช่นนี้เหมือนกำลังปรักปรำว่าคนที่ใส่แว่นจะต้องกระทำพฤติกรรมที่ไม่สุภาพอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะนอกเวลา หรือในเวลางาน

แต่เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่บอกว่าแว่นตาไม่เข้ากับกิโมโน ยิ่งทำให้ชาวเน็ตญี่ปุ่นเกาหัวแกรก ๆ เข้าไปใหญ่ เพราะข้ออ้างทำนองนี้ถูกพูดขึ้นโดยมีข้อเท็จจริงว่าญี่ปุ่นไม่เคยมีแว่นตามาก่อนจนกระทั่งได้ติดต่อค้าขายกับชาวตะวันตก ที่เข้ามาทำให้ “ความเป็นญี่ปุ่น” ในตัวของบริกรหญิงในร้านอาหารญี่ปุ่นต้องลดลง เช่นเดียวกับการสวมแว่นตา ประกอบกับความชาตินิยมหรืออะไรก็แล้วแต่ จึงกลายเป็นข้อสรุปว่าการสวมแว่นตาพร้อมกับกิโมโน ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ เหมือนพวกแยงกี้ไร้ราก ไร้วัฒนธรรม ตามคติที่ของคนญี่ปุ่นโบราณนับถือ

ชาวเน็ตเมื่อได้ทราบเรื่องราวนี้ก็มีความเห็นหลากหลาย ดังนี้

“เดิมทีแว่นตาคืออุปกรณ์ทางการแพทย์ มันจะแปลกตรงไหนที่พนักงานจะสวมใส่ตอนทำงาน”
“เขาจะพูดแบบนี้กับพนักงานที่ติดเครื่องช่วยฟัง หรือแขนขาเทียมด้วยไหม?”
“สำหรับคนที่ต้องสวมแว่นตา มันเหมือนเป็นอวัยวะหนึ่งของเขาเลยนะ”
“บางคนเขาก็มีเหตุผลจำเป็นด้านสุขภาพ ที่ทำให้สวมคอนแทคเลนส์ไม่ได้เหมือนกัน”
“ฉันไม่คิดว่าการสวมแว่นตากับกิโมโนมันจะผิดอะไรนะ แม่ฉันก็ทำ แถมยังสอนพิธีชงชาด้วย…ฉันว่ามันคงไม่สุภาพ แถมอันตรายยิ่งกว่า หากจะให้ไปเสิร์ฟอาหารลูกค้าในขณะที่บริกรมองไม่เห็นอะไรเลย”

มาเพิ่มรอยย่นบนใบหน้ากันอีกหน่อย กับข้อเท็จจริงที่ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นไฮเอนด์หลายแห่งในญี่ปุ่นเลือกที่จะบังคับให้พนักงานทำแบบนั้น ซึ่งร้านอาหารแนวนี้ส่วนใหญ่ล้วนมีประวัติศาสตร์ยาวนาน จึงกลายเป็นเส้นแบ่งระหว่างแฟชันสมัยเก่า และสมัยใหม่ในร้านอาหารแต่ละแห่ง ในแง่ดี กระแสตอบรับในโลกออนไลน์นี้อาจจะทำให้เห็นได้ว่าคนทั่วไปต่างยอมรับการสวมแว่นตาพร้อมกับกิโมโน ฉะนั้นอีก 10% ที่เหลือของคุณ @wine_kimono อาจจะเพิ่มขึ้นมาบ้างในอนาคตก็เป็นได้ อย่างเช่นกับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นยังให้พนักงานสวมกิโมโนมาจนถึงทุกวันนี้

Source: Twitter/@wine_kimono via SoraNews24
Top Image: Irasutoya