สำหรับคนรักอนิซอง เป็นที่รู้กันดีว่าร้านคาราโอเกะเพลงญี่ปุ่น ที่บรรยากาศเป็นร้านคาราโอเกะจริง ๆ (ไม่ใช่ร้านนั่งดริงก์ หรือบาร์คาราโอเกะที่เน้นขายสุราเป็นหลัก) นั้นค่อนข้างหายากแม้จะเป็นในกรุงเทพ ทำให้หาโอกาสในการปลดปล่อยพลังเสียงไปกับเพลงอนิเม หรือเต้นไปร้องไปกับเพลงไอดอลที่เราชื่นชอบนั้นมีได้น้อยเหลือเกิน

แต่เมื่อช่วงต้นปี ที่มีการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าดองกิมอลล์ ทำให้เราได้รู้จักกับร้านคาราโอเกะ Manekineko ที่ทางร้านเองก็มีชื่อเสียงมาจากญี่ปุ่นอยู่แล้ว มาเปิดเป็นร้านคาราโอเกะเพลงญี่ปุ่นยืนหนึ่งในย่านทองหล่อ แถมกระแสตอบรับที่มาจากสายเกะที่ไปทดลองแล้วต่างบอกว่าโอเค และมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนร้านอื่น ๆ พวกเราทีมงาน Akibatan เองก็ได้รับเชิญจากทางร้านให้มารีวิวกับเขาด้วย

ตัวร้านตั้งอยู่ภายในห้างดองกิมอลล์ ห้างญี่ปุ่นเจ้าใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นปี เมื่อมาถึงบริเวณชั้น 4 จะพบกับบรรยากาศหน้าร้านดังนี้ 

เนื่องจากทางร้านได้ชวนให้เรามาตอนบ่ายโมง จึงได้พบกับเหล่าสิงห์คาราโอเกะที่มาจับจองห้องร้องเพลงกันพอดี บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความครึกครื้นไม่เงียบเหงา มีเสียงร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ลอยออกมาจากตามห้องต่าง ๆ ตลอดทางที่เราเดินเข้าไป

รายการสาขาของร้านคาราโอเกะมาเนกิเนโกะ ที่กระจายไปทั่วญี่ปุ่นและภูมิภาค SEA

ทางร้านมีห้องคาราโอเกะไว้รองรับผู้ใช้บริการอยู่ถึง 3 แบบ เพียงแค่แจ้งความต้องการ และจำนวนคน ทางร้านก็จะดำเนินการจัดห้องเตรียมไว้ให้ ซึ่งแต่ละห้องมีแบบไหนบ้าง

ห้อง Normal Room – ห้องแบบธรรมดาพื้นฐานของทางร้าน ที่รองรับได้ถึง 7 คน สามารถยกก๊วนมาสนุกกันเป็นหมู่คณะ หรือจะมานั่งร้องชิลล์ ๆ คนเดียวก็ได้ มีทั้งหมด 3 ขนาดคือ S/M/L เหมาะสำหรับทั้งสายร้องเดี่ยว หรือมาเป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มาก

ห้อง Kids Room – เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและต้องการพบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ๆ ที่พาลูกมาเหมือนกัน สนุกสนานไปกับการร้องคาราโอเกะได้อย่างเต็มที่ โดยที่สมาชิกตัวน้อยยังอยู่ในสายตา ตัวห้องสามารถรองรับได้ถึง 10 คน ไม่มีเก้าอี้ เพราะทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยเบาะวางกับพื้น จึงลุกนั่งได้สบายแม้จะมีเด็ก ๆ มาด้วย

ห้อง VIP Room – ห้องขนาดใหญ่สำหรับการสังสรรค์เป็นปาร์ตี้ขนาดย่อม ๆ สามารถจุได้ถึง 30 คน (สำหรับห้อง VIP 1 และ 15 คน ที่ห้อง VIP 2) ที่มากับระบบควบคุมไฟภายในห้องที่สามารถปรับให้เข้ากับบรรยากาศได้ จับกลุ่มก๊วนเพื่อนฝูงมาร้องคาราโอเกะอย่างมีสไตล์ด้วยไมค์ทองคำสุดเท่ พร้อมหน้าจอที่กระจายไปทั่วห้องด้วยระบบฉายภาพจากเครื่องโปรเจกเตอร์ ให้อยู่ที่มุมไหนของห้องก็เอนจอยไปด้วยกันได้ และสนุกไปกับโต๊ะพูลที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้ จะเล่นจริง หรือใช้เป็นพรอพถ่ายรูปคูล ๆ ก็ได้

ซึ่งในวันที่เราไป ทางร้านได้เลือกห้อง VIP ไว้รองรับทีมงานของพวกเราพอดี รีวิวฉบับนี้จึงเป็นมุมมองจากการใช้งานห้อง VIP เพียงอย่างเดียว

เปิดไฟเพื่อปรับบรรยากาศ ว่าแล้วก็ Let’s go!

ตัวเครื่องเล่นคาราโอเกะที่เราเอาไว้ใช้เลือกเพลง มีหน้าจอพร้อมบรรยายภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ไทย ฮินดู ให้เลือกปรับได้ตามความสะดวก สามารถค้นหาจากชื่อเพลง ชื่อนักร้องได้เหมือนกับเครื่องคาราโอเกะแบรนด์อื่น ๆ แต่ของเจ้านี้จะพิเศษตรงที่บางเพลงจะมีหน้าปกจากแผ่นเพลง หรือภาพของศิลปินขึ้นมาให้เห็น ทำให้ง่ายต่อการค้นหาเข้าไปอีก

และจุดเด่นที่เครื่องเล่นคาราโอเกะร้านนี้มี คือหลายจุดในระบบมีการแสดงผลเป็นโรมันจิ ไม่ใช่แค่ในเนื้อเพลง แต่ยังสามารถค้นหาเพลงผ่านการพิมพ์แบบโรมันจิได้ แถมยังมีการแสดงผลเนื้อเพลงแบบคำอ่านภาษาไทยอีกด้วย! เรียกได้ว่าต่อให้ไม่แม่นภาษาญี่ปุ่น แต่อยากร้องเพลงญี่ปุ่นโชว์พลังเสียงดูบ้างสักครั้ง เรื่องภาษาก็ไม่ใช่ปัญหา

ร้อง ๆ ไปแล้วท้องหิว ทางร้านมีบริการทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาลี ไทย และอีสาน! ใช่แล้ว เราสามารถจกลาบไปพร้อมกับร้องเพลงอนิเมสุดนัวได้ที่ร้านนี้ รวมถึงของทานเล่นที่ขนมาตั้งแต่ทาโกะยากิ เฟรนช์ฟราย ไปจนถึงขนมจีบ ซาลาเปา ถ้ามากับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ หรืออยากลองทานหลาย ๆ แบบ ก็มีเซ็ทของทานเล่นชุดใหญ่ GIGANEKO ให้สั่งด้วย

แต่ทีเด็ดของร้านนี้อีกอย่างที่แตกต่างจากร้านอื่น คือบาร์น้ำเติมไม่อั้น! เป็นเครื่องดื่มจำพวกซอฟท์ดริงก์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ (ร้อน – เย็น) ร้องไปไม่ต้องห่วงคอแห้งเลยกับที่นี่ ถือแก้วเดินออกมาจากห้องกับบาร์น้ำรอคอยให้บริการอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นค็อกเทล น้ำผลไม้ผสมโซดาหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลอื่น ๆ พวกสุรา เบียร์ไทย-เทศ วิสกี้ ไวน์ ก็สั่งได้เช่นกัน ส่วนของหวาน ทางร้านมีเครื่องทำซอฟท์ครีม แนะนำให้ลองเพราะอร่อยจริง

เช่นเดียวกับร้านคาราโอเกะที่อื่น ร้านมาเนกิเนโกะแห่งนี้ก็คิดราคาค่าบริการเป็นรายคน ยิ่งมาหลายคนราคายิ่งถูก และราคาในช่วงกลางวันจะถูกกว่าช่วงกลางคืน ใครที่เป็นสายแข็งอยากร้องยาว ๆ ไม่แย่งกับใคร แนะนำให้มาช่วงกลางวัน

และตอนนี้มีโปรโมชัน 1 บาท 1 ชั่วโมงอยู่ บอกได้เลยว่าคุ้มสุด ๆ

ความรู้สึกหลังจากได้ลองใช้บริการ เป็นการร้องคาราโอเกะที่เข้าถึงง่าย สำหรับคนที่ไม่เชี่ยวภาษาญี่ปุ่น เพราะมีแบบโรมันจิให้อ่าน ทั้งเนื้อเพลง และในหน้าจอตอนค้นหาเพลง เพลงอนิเม หนังโทคุซัทสึใหม่ ๆ ที่คาดหวังไว้มีให้เลือกร้อง แต่พอเป็นเพลงคาแรกเตอร์ หรือเพลงประกอบอนิเมเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้าง ก็จะหายากหน่อย

ในภาพรวมถือเป็นร้านคาราโอเกะที่เป็นมิตรกับคนที่ยังไม่คล่องภาษาญี่ปุ่นและกับมือใหม่หัดเกะ มีทั้งเพลงไทย สากล ญี่ปุ่น เกาหลี ให้เลือกร้อง แต่ถ้าต้องการความหลากหลายในเชิงลึกมากกว่านี้ ยังตอบโจทย์ไม่ได้เท่าที่ควร 

เรื่องสถานที่ เพราะเป็นห้อง VIP ที่กว้าง และพิเศษกว่าห้องอื่น ๆ การใช้งานจึงชวนให้ตื่นตาตื่นใจมาก ทั้งโต๊ะพูล ขาตั้งไมค์ จอโปรเจกเตอร์ และแผงควบคุมไฟภายในห้อง คุณภาพไมโครโฟนอยู่ในระดับที่โอเค ไม่ช็อต ไม่จี่ สะอาดในระดับหนึ่ง แต่เรื่องเก็บเสียงในแต่ละห้องยังไม่ชวนให้ประทับใจเท่าไร เพราะระหว่างร้องเพลง ยังคงได้ยินเสียงดังมาจากห้องข้าง ๆ ซึ่งยังสามารถมองได้ว่าเป็นปัญหาที่ร้านคาราโอเกะทั่วไปแทบทุกร้าน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจ ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าดองกิมอลล์ ทองหล่อ แม้จะไม่ติดรถไฟฟ้า แต่การเดินทางไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด โดยมีวิธีการเดินทางดังนี้

  • รถเมล์ สาย 23 และ 72 (เข้าทางซอยเอกมัย 5)
  • รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ, เอกมัย ต่อมอเตอร์ไซค์วินราว 20 บาทจากฝั่งเอกมัย และ 15 บาท จากฝั่งทองหล่อ
  • รถบัสรับ-ส่ง จาก 3 จุด คือโรงแรมนิกโก้ กรุงเทพ, โรงแรมซีวิค ฮอไรซอน โฮเทล แอนด์เรสซิเดนท์ และร้านคุณหญิง ที่จะมีให้บริการทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09:00 – 21:00 น.
  • รถยนต์ส่วนบุคคล สามารถใช้บริการพื้นที่จอดรถของทางห้างได้ (มีค่าบริการของทางลานจอดรถ)

ถึงตัวห้างจะเปิด 24 ชั่วโมง แต่ทางร้านคาราโอเกะ Manekineko เปิด – ปิดเป็นเวลา คือช่วง 11:00 – 03:00 น. จึงควรเช็คเวลาให้ดีสำหรับสายนอนเช้า 

ช่องทางการติดต่อ: Website, Facebook, Instagram และ Line ของทางร้าน