เรื่องราวน่าสะพรึงจากปากครีเอเตอร์หลายคนที่ได้รับความเสียหายจากสตูดิโอผู้ผลิตแอนิเมชันระดับฉายโรงภาพยนตร์ในปีนี้ ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยแบบไม่ทันตั้งตัว

มาถึงตอนนี้ก็คงไม่ต้องสงสัยกันแล้วว่างานในอุตสาหกรรมอนิเมนั้นเป็นอยู่ได้เพราะใจรัก ด้วยชั่วโมงทำงานที่หนักหน่วง และรายได้อันน้อยนิด จึงถือได้ว่าไม่ใช่สายงานที่จะนำไปสู่ความร่ำรวยอย่างรวดเร็วแต่อย่างใด เว้นแต่คุณจะกลายเป็นบุคคลากรอันมีชื่อเสียงของวงการ ที่เป็นที่ต้องการไม่ว่าจะไปที่ไหน และนั่นคือสิ่งที่ซาโต้ เก็น (@GENP37) ฟรีแลนซ์นักวาด, แอนิเมเเตอร์, นักออกแบบตัวละคร และเมคานิค ที่ทำงานในวงการนี้มาตั้งแต่ปี 1986 เข้าใจและนำมาเขียนเป็นปรัชญาการทำงานบนเว็บไซต์ของเขาว่า

“เพราะผมจน ผมจึงไม่ปฏิเสธข้อเสนองานใด ๆ เพื่อสักวันหนึ่งผมจะสามารถปฏิเสธมันได้”

แต่น่าเสียดายที่แค่การมีจรรยาบรรณที่ดีอย่างเดียวไม่ได้ทำให้คุณอยู่รอดได้เสมอไป หากไม่ได้ร่วมงานกับบริษัทที่ศีลเสมอกัน โดยในทวีตเมื่อเร็ว ๆ นี้ของซาโต้ได้เปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับค่าจ้างจากงานที่ทำไปในช่วงนี้ และที่เลวร้ายที่สุดก็คือบริษัทนั้นได้หายตัวไปเสียแล้ว

“ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบริษัทระดับที่ทำอนิเมฉายโรงภาพยนตร์ จะไม่เพียงไม่จ่ายเงินแก่ลูกจ้าง แต่ยังลบตัวตนบนทวิตเตอร์ออกและหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้ผมเจอปัญหาร้ายแรงจริง ๆ เข้าซะแล้ว (ร้อง)”

ซึ่งหากคุณลองดูข้อความต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นแล้วจะพบคันจิ 泣 ที่แปลว่า ร้องไห้ อยู่หลายครั้งซึ่งนั่นไม่ใช่แค่เพียงเพราะเขาต้องการสื่ออารมณ์ความเศร้าออกมาเท่านั้น แต่เพราะสตูดิโอที่เขาพูดถึงนั้นก็คือ Tear Studio ที่เคยตั้งอยู่ในย่านสุกินามิ โตเกียว แหล่งรวมสตูดิโออนิเมหลายเจ้า

โดยสตูดิโอนี้ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2013 และใช้เวลาในช่วงแรก ๆ กับงานซัพพอร์ทสตูดิโออื่น ๆ จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็เติบโตจนสามารถสร้างอนิเมะสำหรับฉายโรงภาพยนตร์ของตนเองออกมาได้ ซึ่งก็คือเรื่อง “Oushitsu Kyoushi Heine” ที่ฉายไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และผลงานอนิเมะซีรีส์ “Nande Koko ni Sensei ga!?” หรือในชื่อไทยว่า “ไหงมาอยู่นี่ครับคุณครู!?” ที่ฉายไปเมื่อปี 2018

คลิปตัวอย่างเรื่อง Fragtime ผลงานอนิเมะเรื่องล่าสุดของ Tear Studio

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสตูดิโอเองก็ยังทำงานกันดูเป็นปกติ และพึ่งออก OVA ของเรื่อง Fragtime ไปเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่หากคุณลองเปิดหน้าเว็บไซต์ของทางสตูดิโอในตอนนี้จะพบว่าข้อมูลในส่วนของรายละเอียดสตูดิโอ การติดต่อ และสมัครงานบนเว็บไซต์นั้นได้หายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่เพียงข้อความแจ้งข้อผิดพลาด

ทางด้านทวิตเตอร์ของสตูดิโอเองก็ถูกลบหายไปแล้วเช่นกัน

เรื่องราวของซาโต้ได้สร้างความสะเทือนใจแก่ชาวทวีตไม่น้อยเช่นกัน

“นี่มันแย่ที่สุด! แบบนี้มันต้องฟ้องแล้ว”
“จะมีคนจนอีกมากที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของบริษัทในครั้งนี้”
“อย่างกับเรื่องที่ออกมาากในหนังเลย”
“มันน่าทึ่งมากว่าทำไมพวกเขาแย่ได้ขนาดนี้”

นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ที่มาคอมเมนท์อีกหลายคนซึ่งเป็นนักวาดที่กำลังประสบปัญหาไม่ได้รับค่าจ้างจากทาง Tear Studio เช่นกัน

“งั้นฉันก็คงโดนด้วยแล้วสินะ”

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันเองก็มีแววจะโดนด้วยเหมือนกัน…”

คุณซาโต้ไม่ได้บอกว่าเขาพยายามติดต่อไปหา Tear Studio ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ อีเมล หรือตามไปถึงออฟฟิศหรือไม่ แต่ก็การพูดถึงบนโลกออนไลน์ว่าประธานบริษัทได้หายสาบสูญไปแล้ว ทิ้งให้พนักงานอีกหลายรายไม่ได้รับค่าจ้างจากงานที่ทำไป

ซึ่งในยุคนี้การไปแบนไม่ซื้อผลงาน หรือแม้แต่ในทางกลับกันอย่างการไปรุมช่วยซื้อแผ่นอนิเมะที่สตูดิโอนี้ทำ ก็ไม่ได้ทำให้เงินตกไปถึงมือของ Tear Studio แต่อย่างใด เพราะรายได้จะเข้าไปยังผู้จัดจำหน่ายแผ่นอนิเมะเหล่านี้ ในฐานะผู้มีสิทธิจัดจำหน่าย ซึ่งบางทีก็อาจจะได้แต่หวัง ว่าพวกเขาจะมีน้ำใจช่วยเหลือเหล่าทีมสร้างที่ถูกเท ถูกเชิดค่าจ้างได้บ้างหรือไม่

Sources: Twitter/@GENP37 via SoraNews24