ซ้ำร้ายกว่านั้นคือโรงเรียนแห่งนี้ยังรับสอนเด็กชั้นประถม – มัธยมต้น อีกหลายคน

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีไหม ที่โรงเรียนกวดวิชากลายเป็นหนึ่งในส่วนประกอบแบบกลาย ๆ ในด้านการศึกษาของญี่ปุ่น จนเกือบทุกย่านแม้แต่ชานเมืองยังต้องมีอย่างน้อยชุมชนละแห่ง หรือบางที่ก็มีโรงเรียนกวดวิชาสำหรับเด็กชั้นประถม มัธยมต้น ไปจนถึงมัธยมปลายเลยทีเดียว

ข้อได้เปรียบของการส่งลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชา คือลูกหลานจะได้รับการเรียนการสอนอย่างมีแบบแผน สร้างสมาธิให้จดจ่อกับการเรียนรู้ได้มากกว่าห้องเรียนปกติเพราะมีขนาดชั้นเรียนที่เล็กลง หรือในบางกรณีก็เป็นการเรียนแบบตัว – ตัว โชคร้ายที่ความคาดหวังเหล่านั้น ในมุมกลับกันก็เป็นช่องทางให้ครูสอนพิเศษคนหนึ่งอาศัย เพื่อทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ผู้อยู่ในความดูแลของเขา

ย้อนไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนปีก่อน ช่วงบ่าย ที่โรงเรียนกวดวิชาเฮเซชินกัคไค ที่เขตฟุจิโนะคิได เมืองนาระ ที่เปิดให้บริการมากว่า 10 ปี มีนักเรียนในสังกัดถึง 25 คน ดำเนินการสอนโดยผู้จัดการ น้องชายผู้จัดการ และนักศึกษามหาวิทยาลัยอีก 2 คน แม้ในวันดังกล่าวจะเป็นวันหยุดของโรงเรียนกวดวิชา แต่ก็ยังมีคนมาเรียนเสริมอยู่ นาย Ito Koji (62) ผู้จัดการของโรงเรียนดังกล่าวได้เปิดคอร์สเรียนกวดวิชาแบบตัว – ตัว กับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง (แม้จะไม่มีการบอกอายุอย่างชัดเจน แต่เพราะใช้คำว่านักเรียน จึงน่าจะอยู่ระหว่าง 10 – 19 ปี) ซึ่งในส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนนั้น นายอิโต้กล่าวกับนักเรียนของเขาว่า “ลองสวมนี่ดูหน่อยเป็นไร?” ซึ่งเขาหมายถึง “ปลอกคอสุนัข” พร้อมกับติดเข้าที่คอของนักเรียนหญิงคนดังกล่าว ไม่พอยังติดที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง และเชื่อมมันเข้าหากันเป็นตรวน ก่อนที่จะดำเนินการสอนต่อ ปล่อยให้เธอมีเพียงมือเท่านั้นที่ขยับได้ เพื่อจดโน้ตและทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น

แม้ทางกายภาพเด็กจะไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ แต่ไม่อาจทราบได้ว่าการที่อิโต้ให้เด็กหญิงสวมปลอกคอสุนัขนั้น เกิดจากการใช้กำลังข่มขู่ หรือใช้การกดดันทางจิตวิทยาอื่นใดหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งคือเมื่อเขาสวมปลอกคอให้เด็กหญิงแล้ว เขาก็ไม่อนุญาตให้เธอออกจากห้องเรียนเลยตลอดระยะเวลาการสอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาราว 13:00 – 16:20 น. ก่อนที่จะได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการ และให้เธอกลับบ้านตามปกติ

ไม่นานนักหลังเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น วันที่ 20 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน พ่อแม่ของเด็กหญิงได้สังเกตเห็นร่องรอยจากพฤติกรรมดังกล่าว และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดนาระ กระทั่งมีการเข้าจับกุมนายอิโต้ในวันอังคารที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าตนเป็นคนทำอย่างไม่ปิดบังอะไร

เรื่องราวดังกล่าวยิ่งทำให้สถานการณ์ดูแย่ลงไปอีก เมื่อทราบว่าโรงเรียนกวดวิชาชินกักไคแห่งนี้เปิดสอนเด็กนักเรียนชั้นประถม จนถึงมัธยมต้นอีกหลายคน แปลว่ายังมีความเป็นไปได้ที่เหยื่อของนายอิโต้คนนี้ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนถึงวิธีการและแรงจูงใจของนายอิโต้ เพื่อจบปัญหาการล่วงละเมิดครั้งนี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ อีกต่อไป

แต่จากการสืบสวนเบื้องต้น ก็พบความน่าสงสัยที่ว่าบ้านของนายอิโต้ รวมถึงสถานที่ประกอบการ ไม่มีการเลี้ยงดูสุนัขเอาไว้ แต่กลับมีปลอกคอสุนัขอยู่ในครอบครอง จึงทำให้พอเชื่อได้ว่าเจ้าตัวได้ลงมือจริง ๆ แต่จากการสอบถามน้องชายของนายอิโต้โดยผู้สื่อข่าว เขาอ้างว่าโรงเรียนพยายามเลี่ยงการลงโทษทางเนื้อตัวร่างกายมาตลอด อีกทั้งเจ้าตัว (นายอิโต้) ยังเคยบอกเสมอว่า “การลงโทษเด็กด้วยการตี หรือทำร้ายร่างกาย ไม่เคยส่งผลดีให้กับการศึกษาเลยแม้แต่น้อย” และอยากจะถามพี่ชายของตัวเองว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้

คุณแม่รายหนึ่งที่ได้ส่งลูกชายของเธอข้ามาเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเห็นการเรียนการสอนของเขา (นายอิโต้) เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่เร่าร้อน ตกใจมากที่ได้ยินว่าเขาทำแบบนี้” รวมถึงเพื่อนบ้านใกล้เคียงยังบอกว่า “พวกเราก็ไว้ใจครูคนนี้มานานเหมือนกัน อยากให้เรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันสักอย่าง”

Sources: Livedoor News/Sankei News (2) via SoraNews24
Image: Irasutoya