แบบสอบถามครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันในเรื่องของการออกเดท ระหว่างหนุ่ม และสาว

ญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ความโรแมนซ์แทรกอยู่ในสังคม ในการใช้ชีวิตประจำวัน ตามสื่อต่าง ๆ มีการนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์กันมาแล้ว ในเรื่องของความโรแมนติก อย่างเช่น การจัดอันดับสถานที่เดทยอดนิยมสำหรับคืนคริสต์มาสอีฟ, ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่แนะนำ ฯลฯ แต่การที่มีคนใช้เวลาไปกับการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการสร้างความโรแมนติกนี้ กลับไม่ได้แปลว่าคนที่ได้เดทจะมีเยอะตามเสมอไป อย่างเช่นในแบบสอบถามครั้งนี้

เว็บไซต์จัดหาคู่เดทออนไลน์ในญี่ปุ่น O-net ได้สอบถามผู้ใช้งานเป็นเพศชาย 309 คน และเพศหญิง 309 คน ที่กำลังอยู่ในช่วงวัย 20 ปี ว่าพวกเขาเคยมีแฟนกันหรือไม่ 55% ของผู้ชายตอบว่าเคย แต่เมื่อถามเจาะลึกลงไปอีกว่ายังคบกันอยู่หรือเปล่า มีเพียง 23.3% เท่านั้น ที่ตอบว่ายังคงคบกันอยู่

ในทางกลับกัน เมื่อถามฝ่ายหญิง 35.9% ตอบว่าพวกเธอเคยมีแฟนหนุ่มและยังคบกันอยู่ แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าช่องว่างขนาดใหญ่นี้เกิดจากความบังเอิญที่ไปสุ่มเจอกลุ่มตัวอย่างเฉพาะทาง หรือกลุ่มตัวอย่างฝ่ายชายที่มีความสัมพันธ์แบบหลายคนพร้อมกัน หรืออย่างไรก็ดี มันยังมีข้อแตกต่างชัดเจนเมื่อผู้หญิงถูกถามว่าพวกเธอเคยมีแฟนหรือไม่ 66% ตอบว่าเคยมี ซึ่งถือว่าเยอะกว่าเมื่อเทียบกับฝ่ายชายที่มี 55% ดังที่กล่าวไปข้างต้น

จากคำตอบของฝ่ายชาย 23.3% ที่ว่าตนยังคบกันแฟนอยู่ในปัจจุบันนั้น ถือว่าตกลงจากปีก่อนที่เคยอยู่ที่ 27.5% แต่อย่างน้อยก็ยังไม่ลงไปเท่ากับเมื่อปี 2016 ที่ 20.3% หรือว่าง่าย ๆ ในผู้ชาย 5 คน จะมี 1 คนเท่านั้นที่ยังมีแฟนให้คบกันอยู่

ยิ่งมองย้อนไปไกล ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าความต่างในเรื่องการเดทของหนุ่มสาวญี่ปุ่นต่างห่างกันมาแต่ไหนแต่ไร อย่างเช่นเมื่อปี 2008 ที่จำนวนของ “คนที่กำลังคบกับแฟนอยู่” จากฝ่ายชายอยู่ที่ 37.1% และฝ่ายหญิงอยู่ที่ 21.4%

ซึ่งไม่ต่างกับสถานการณ์ในปี 2020 นี้ แม้ในตอนที่พวกเขาถูกถามว่าอยากจะมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติกในอนาคตอีกไหม ฝ่าชาย 47.2% และหญิง 47.6% ตอบว่าอยาก กระนั้น ในภาพรวมจำนวนของคนที่ตอบเช่นนั้นต่างลดลงจากปีก่อน ๆ ทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายชายลดลงมา 0.7% และฝ่ายหญิงลดลงมา 5.8%

น่าแปลก ที่ผู้เข้าร่วมทำแบบสอบถามต่ำกว่าครึ่งล้วนแสดงออกว่าต้องการที่จะคบกับใครสักคน หรือแม้แต่ส่วนใหญ่ที่มองว่าพวกเขาอยากจะไปถึงขั้นแต่งงานในสักวันหนึ่งเลยด้วยซ้ำ (เป็น 74.2% สำหรับฝ่ายชาย และ 84.1% สำหรับฝ่ายหญิง) อาจจะดูเหมือนแย้งกัน แต่ในสังคมญี่ปุ่น การทำความรู้จักซึ่งกันและกันโดยปราศจากการเดท หรือเดทให้น้อย ๆ มักจะไม่ใช่ทางที่คู่แต่งงานเขาเลือกกัน ปรากฏการณ์ทางสังคมแบบนี้จึงมีส่วนสำคัญทำให้การเดทเต็มไปด้วยความเครียด อึดอัด พาลหมดสนุกเอาได้ แต่ในบางครั้ง การปฏิเสธที่จะออกเดทก็ไม่ได้แปลว่าอยากจะโสดเสมอไป แม้การขยายขอบเขตของความสัมพันธ์ที่ใช้คำว่า “แค่เพื่อนกัน” มันจะเป็นการเลื่อนวันที่จะได้อาบน้ำร้อนด้วยกันให้มาถึงช้าลงก็ตามที

Source: PR Times via SoraNews24