ผู้ว่าในวัย 55 ปี มองว่าสมาร์ทโฟนก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็ก ๆ โดดเรียน

ในฐานะที่เป็นผู้ว่าการเมืองโอซาก้า คุณมัตสึอิ อิจิโร่ มีหน้าที่ที่จะต้องคอยดูแลประชากรถึง 2.6 ล้านคน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานหนักเลยทีเดียว และในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในโอซาก้าแห่งนี้

และกลุ่มเด็กที่คุณมัตสึอิให้ความสนใจเป็นพิเศษคือกลุ่มเด็กที่ไม่ยอมเข้าเรียน การโดดเรียนเป็นปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน และมักจะไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากสาเหตุพื้น ๆ อย่างเช่นความขี้เกียจ หรืออาการขาดความมุ่นมั่น แต่ครูที่ไม่แยแสนักเรียน รวมถึงแผนการสอนที่ไม่สามารถทำให้นักเรียนสนใจบทเรียน หรือแม้แต่การกลั่นแกล้งภายในโรงเรียนก็ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลให้การมาโรงเรียนเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ไม่อยากทำที่สุดได้เช่นกัน โดยในงานแถลงข่าวคุณมัตสึอิได้บอกว่าเขาคิดว่าเด็ก ๆ จะมาเข้าเรียนมากขึ้นหากกฎหมายบังคับให้พวกเขาออกห่างจากสมาร์ทโฟน

“จะเป็นยังไงหากเราออกกฎหมายห้ามไม่ให้เด็กใช้สมาร์ทโฟนในบางช่วงเวลาอย่างเช่นเวลากลางคืน หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่คล้ายๆ กัน” คุณมัตสึอิกล่าว นอกจากนี้เขายังได้บอกอีกว่าเขาได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการการศึกษาของเทศบาลเมืองโอซาก้าให้ตรวจสอบประสิทธิภาพของการห้ามใช้สมาร์ทโฟนในบางช่วงเวลา และการจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนในลักษณะอื่นว่าสามารถเพิ่มอัตราการเข้าเรียนได้มากน้อยแค่ไหน

ซึ่งการออกมาพูดถึงการใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณมัตสึอิในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทีมร่างกฎหมายของสภาจังหวัดคานากาวะเปิดเผยร่างกฎหมายใหม่ที่จะห้ามไม่ให้เด็กประถม และมัธยมเล่นวีดิโอเกมมากกว่าหนึ่งชั่วโมงในวันธรรมดา และมากกว่า 90 นาทีในวันหยุด แต่สิ่งที่สมาร์ทโฟนแตกต่างจากวีดิโอเกม อย่างเห็นได้ชัดก็คือการที่มันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมอบความบันเทิงแก่ผู้ใช้แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประตูสู่โลกอินเตอร์เน็ตที่เป็นดั่งคลังความรู้จากทั่วโลกด้วยเช่นกัน

แม้คำพูดของท่านผู้ว่าจะไม่ได้บอกว่าเขารู้สึกว่าการใช้สมาร์ทโฟนส่งผลยังไงต่อการละทิ้งหน้าที่ในการเรียน แต่จากที่เขาพูดย้ำถึงการใช้งานในช่วงกลางคืนอาจจะคิดได้ว่าเขาคิดว่าเด็ก ๆ โดดเรียนเพราะง่วงนอน ซึ่งนั่นดูไม่น่าใช่เหตุผลที่เป็นไปได้เท่าไรนัก อย่างน้อยถ้าพวกเขาง่วงจริง ๆ ถึงอยู่โรงเรียนก็หาที่แอบงีบกันได้อยู่

แต่อย่างน้อยคุณมัตสึอิก็ยังระลึกได้ว่าการบังคับห้ามใช้รวมถึงออกบทลงโทษไม่ว่าจะต่อตัวเด็ก หรือผู้ปกครองก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ พร้อมกล่าวเสริมว่า “มันอาจจะดูเป็นกฎหมายโง่ ๆ แต่มันก็อาจจะเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องมีกฎหมายแบบนี้”

อนึ่งคุณมัตสึอินั้นเกิดในปี 1964 ซึ่งแปลว่าเขาเติบโตมาในยุคสมัยที่ผู้คนกรีดร้องว่าสังคมกำลังจะล่มสลายเพราะการมาถึงของสื่อบันเทิงที่ไม่ดีอย่างดนตรีร็อค หนังแอคชั่น และวีดิโอเกม แต่เขาอาจจะคิดก็ได้ว่าคนรุ่นหลังอาจจะโชคดีแล้ว ที่ไม่ต้องเจอสภาพสังคมแบบในยุคนั้น

Source: The Sankei News via Soranews24