มารู้จักกับเรื่องราวของเม่นสายฟ้า Sonic The Hedgehog ตัวละครคู่บุญ SEGA ที่แฟนเกมยุค 90 ต้องรู้จัก

หากพูดถึงค่าย SEGA หลาย ๆ คนจะนึกถึงเกมฟอร์มยักษ์หลายเกมอย่างซีรีส์ Ryu ga Gotoku, Senjou no Valkyria, House of the Dead, Phantasy Star ฯลฯ หรือถ้าย้อนไปไกลหน่อย หลาย ๆ คนก็จะนึกถึงเครื่องเกมอย่าง Mega Drive, Sega Saturn หรือ Dreamcast เป็นต้น แต่ที่แน่ ๆ ใครที่รู้จัก SEGA หนึ่งในภาพจำของค่ายย่อมต้องเป็นมาสคอตอย่างเจ้าเม่นสายฟ้าผู้วิ่งเร็วดั่งแสง Sonic The Hedgehog

เนื่องในโอกาสที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Sonic The Hedgehog จะเนรมิตให้เจ้าเม่นสีฟ้าได้มีชีวิตบนจอเงิน พร้อมด้วยความตั้งใจในการรีดีไซน์ของทีมงาน วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูต้นกำเนิดของหนึ่งในตัวละครอมตะที่สุดของวงการวิดีโอเกมกัน

แรกเริ่มก่อนที่เราจะรู้จักต้นกำเนิดเจ้าเม่นสายฟ้า เราขอพาไปทำความรู้จักกับค่าย SEGA แบบฉบับย่อสุด ๆ กันก่อน SEGA ก่อตั้งขึ้นในปี 1940 ซึ่งแต่เดิมมันมีชื่อว่า Standard Game ก่อตั้งที่ฮาวาย มีเป้าหมายคือผลิตเครื่องเกมสลอตแมชชีนเพื่อให้เป็นความบันเทิงแก่ทหารอเมริกัน และเมื่อจบสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทก็ได้ไปเปิดทำการที่ญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

เครื่องเกมยุคแรกของ Sega สมัยยังชื่อว่า Standard Game

ในปี 1986 ช่วงเวลาที่ Nintendo ได้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในวงการวิดีโอเกมด้วยเครื่อง Famicom เวลานั้น SEGA มองเห็นถึงลู่ทางที่จะประสบความสำเร็จ จึงได้ออกเครื่องเกมคอนโซลตัวแรกของบริษัทในชื่อว่า SEGA Master System ขึ้นมา โดยหวังจะช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดมาจาก Nintendo

โฉมหน้าของเครื่องเกม Sega Master System

โดยในเวลานั้นทาง SEGA ได้ดัน Alex Kidd มาสคอตของค่าย โดยสร้างออกมาทั้งในรูปแบบเกมและสื่อบันเทิงต่าง ๆ หวังดันเพื่อชนกับ Mario จากทาง Nintendo แต่แน่นอนถ้ามันดัง คนที่ไม่ใช่ฮาร์ดคอร์แฟนของ SEGA คงจะคุ้นชื่อนี้กันแหละ ลงท้าย ชะตากรรมของเจ้าหนู Alex Kidd จึงจบลงไปพร้อมกับเครื่อง SEGA Master System ที่ห่างไกลจากการเป็นคู่ปรับดังที่บริษัทหวังไว้ในตอนแรกอยู่ไกลโขมาก (อาจจะไม่น่าเชื่อ แต่เครื่องเกมตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในบราซิล จนเรียกว่าเป็นเครื่องเกมในตำนานของประเทศนั้นเลย)

Alex Kidd ตัวละครที่ SEGA หวังให้เป็นมาสคอตออกมาชนกับ Nintendo

อย่างไรก็ตาม สงครามเครื่องเกมคอนโซลระหว่าง Nintendo กับ SEGA มันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เวลาล่วงเลยมาสู่ช่วงต้นยุค 90 ยุคที่เครื่องเกม 8-bits กำลังจะกลายเป็นอดีต กราฟิกและระบบการเล่นที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด เป็นสิ่งที่นักพัฒนาและนักเล่นเกมต่างคาดหวังกันเป็นอย่างมาก SEGA จึงหวังจะใช้จุดนี้เป็นหมัดฮุคน็อค Nintendo ในสงครามครั้งนี้

คุณ Nakayama Hayao ประธานของ SEGA ในเวลานั้น กำลังดูแลโปรเจกต์เครื่องเกม 16-bits ของค่าย นาม Mega Drive อาวุธลับที่พร้อมชน Nintendo ให้กระจุย ทว่า ต่อให้มีเครื่องเกมประสิทธิภาพสูงเพียงใด แต่หากขาดเกมและตัวเอกชูโรงมันก็ไร้ค่าอยู่ดี ซึ่ง SEGA ก็ได้รับบทเรียนตรงนี้จากตอนทำเครื่อง Sega Master System มาแล้ว พวกเขาต้องมีเกมที่เปรียบเสมือนเป็นพระเอกของเครื่อง และคงไม่มีวันที่จะดึงเจ้า Alex Kidd ออกจากหลุมมาปัดฝุ่นใหม่แน่นอน

เนื่องจาก Mega Drive ต้องการนำเสนอภาพกราฟิกและความเร็วในการประมวลผลที่สูง จนสามารถรันเกมที่ต้องใช้ภาพความเร็วสูงได้ เกมพระเอกของค่ายจึงต้องชูเรื่องของความเร็วเป็นหลัก และตัวละครใหม่จะต้องหลีกเลี่ยงการออกแบบให้เป็นคน เพราะว่าจุดอ่อนอย่างหนึ่งของ Alex Kidd คือมันมีลักษณะคล้ายกับ Mario มากจนเกินไป การคัดเลือกสัตว์ที่จะใช้เป็นต้นแบบจึงเริ่มขึ้น เหล่าสัตว์มากมายได้ผ่านเข้ามาในหัวนักออกแบบตัวละครไม่หยุดหย่อน แต่ไม่รู้เพราะเหตุอะไร คุณ Ohshima Naoto หนึ่งในทีมออกแบบกลับถูกใจเจ้าตัว Hedgehog หรือ เม่นหนามแหลม แม้จะเป็นสัตว์ที่ดูน่ารัก แต่มันไม่น่าจะเป็นภาพลักษณ์ของความเร็วได้เลย

อย่างไรก็ตามด้วยการจับมือกับคุณ Naka Yuji อีกหนึ่งทีมงานคนสำคัญช่วยกันปรับแต่งดีไซน์ โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานกันของ Felix the Cat, Mickey Mouse และ Micheal Jackson พร้อมกับสื่อความเป็น SEGA โดยให้ลำตัวของมันมีสีฟ้า สอดคล้องกับโลโก้ของบริษัท SEGA

คุณ Ohshima Naoto
คุณ Naka Yuji

การผสมผสานระหว่างเม่น, หนู, แมว และ Micheal Jackson และให้ชื่อของมันแสดงถึงสัญลักษณ์ของความเร็ว ผลที่ออกมา บู้ม

Sonic The Hedgehog

และนี่ก็คือภาพขั้นตอนการดีไซน์ของเจ้า Sonic จนออกมาอย่างที่เห็นในทุกวันนี้

จากนั้นการพัฒนาเกมก็เริ่มขึ้น เนื่องด้วยคอนเซปต์ความเร็ว (เพราะต้องโชว์ประสิทธิภาพการประมวลผลของ Mega Drive) เป็นหลัก Sonic The Hedgehog จึงเป็นเกม Platform 2D ที่นอกจากแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของกราฟิกแบบ 2D แล้ว ความเร็วที่มหาศาลของมันก็ส่งผลให้กลายเป็นเกมที่ดึงดูดเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ในค่าย SEGA อย่างมาก พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาว่า “นี่แหละอาวุธพิฆาต Nintendo”

ปกเกม Sonic The Hedgehog (1991)

Sonic The Hedgehog วางจำหน่ายวันที่ 23 มิถุนายน 1991 ในอเมริกา และเดือนกรกฏาคมในญี่ปุ่น หลังการวางจำหน่ายเครื่อง Mega Drive ถึง 2 ปี แต่ Sonic The Hedgehog กลายเป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เด็ก ๆ หลายคนต้องการเครื่องเกม Mega Drive เพราะว่าเห็นเกมเพลย์ที่รวดเร็วและภาพลักษณ์ทันสมัยของ Sonic ที่สร้างความหลงไหลให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก จนในปีที่ Sonic The Hedgehog วางจำหน่าย SEGA สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดวิดีโอเกมถึง 65% เอาชนะ Nintendo ไปได้อย่างสวยงาม และยังได้รับเกียรติเป็นมาสคอตทางการของ SEGA นับแต่นั้นเป็นต้นมา

นอกจากนี้ Sonic ยังได้เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการเกมนั่นคือ Console War ระหว่าง Nintendo กับ SEGA ที่ประชันกันด้วยเครื่องเกม 16-bits นับเป็นหนึ่งในสงครามเครื่องเกมคอนโซลที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด

อย่างไรก็ตาม Sonic The Hedgehog กลับไม่ได้มีเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเฉกเช่น Mario หลังจากที่เสร็จสิ้นภาค 3 ไป ทาง SEGA ก็มีปัญหากับการพัฒนาเครื่องเกมคอนโซลเป็นอย่างมาก จนทำให้โปรเจคเกม Sonic หลาย ๆ เกมต้องถูกยกเลิกไป รวมไปถึงคุณภาพที่ด้อยลง แม้จะกลับมากู้ชื่อได้บ้างใน Sonic Adventure (1998) บนเครื่อง SEGA Dreamcast แต่นั่นก็เป็นเครื่องเกมสุดท้ายที่ SEGA พัฒนา หลังจากนั้นมาเกม Sonic กลับมีคุณภาพที่น่าผิดหวังจนแฟนเกมหลายคนหมดศรัทธาไป ขนาดที่ว่าเกมเมอร์ในอเมริกาชื่อดังหลายคนดูถูกว่า “ไม่มีเกม Sonic ดี ๆ หรอก” เลยทีเดียว ยิ่งเกมภาครีบูทอย่าง Sonic The Hedgehog (2006) และซีรีส์ Sonic Boom ที่ย่ำแย่สุดขีดจนกลายเป็นรอยด่างพร้อยของซีรีส์

อย่างไรก็ตาม SEGA ยังคงพัฒนาและปล่อยเกม Sonic ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการข้ามค่ายไปปรากฏตัวในเกมของ Nintendo อีกหลายเกม เพราะในเมื่อบริษัทไม่ได้ผลิตเครื่องเกมจึงไม่จำเป็นต้องตั้งกำแพงสู้รบอะไรกับ Nintendo อีกต่อไป การจับมือระหว่าง Mario กับ Sonic จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์การสงบศึกของสองค่ายเกมยักษ์ใหญ่แห่งยุค 90 และปัจจุบัน SEGA ก็ยังคงใช้ Sonic เป็นมาสคอตของค่ายโดยไม่มีการปลดออก และหลังจากช่วงเวลานั้น Sonic ก็ยังได้ถูกไปดัดแปลงเป็นอนิเมะอีกหลายภาค รวมถึงที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ชมกันอย่าง Sonic X (2003) ด้วย

นอกจากเกมของ Sonic ที่ยังออกมา เม่นสายฟ้าตัวนี้ก็ยังเข้าไปร่วมแจมกับเกมอื่น ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น

ซีรีส์ Super Smash Bros

ซีรีส์แข่งขันกีฬาระหว่าง Mario และ Sonic

มาเป็นชุดในเกมของเครือ Sega ทั้งในเกม Hatsune Miku: Project DIVA Future Tone

ชุดพิเศษในเกม Persona 5: Dancing Star Night / Persona 5: Dancing in Starlight

เคยจับมือกับสาว ๆ ซีรีส์ Love Live! ทั้งสองวงก็ทำมาแล้ว

ปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์ Wreck it Ralph ทั้งสองภาค

และอีกมากมายนับไม่ถ้วน เรียกว่าการ Sonic แทบจะปรากฏตัวในทุกสื่อบันเทิงที่โลกจะมีได้เลยทีเดียว

จากตัวละครที่ถูกออกแบบมาเพื่อแค่โชว์ประสิทธิภาพของเครื่องเกม และการเอาชนะคู่แข่ง กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งวงการเกมที่ผ่านมาหลายยุคสมัย และ ณ ตอนนี้เจ้าเม่นสายฟ้าก็ได้รับเกียรติถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์ และได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดี ยิ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกความโด่งดังว่า Sonic คือหลักไมล์สำคัญอย่างหนึ่งของวงการวิดีโอเกมจริง ๆ

ที่มาข้อมูล : smh, gamasutra, polygon, techtimes, sonicretro