หญิงวัยรุ่นในญี่ปุ่น กับปัญหาทางการเงิน ที่ไม่จำเป็นต้องไปโทษถึงความสุรุ่ยสุร่าย แค่ใช้จ่ายประจำวันยังยาก

การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น อาจบอกได้ว่ามีความยากลำบากในหลาย ๆ อย่าง ไหนจะชีวิตที่ต้องฝังตัวอยู่ในออฟฟิศเป็นเวลานาน พอออกมาก็ต้องไปเบียดเสียดอยู่บนรถไฟที่แน่นขนัด ซึ่งนั่นเป็นตัวอย่างที่ทำให้ชีวิตยากขึ้นอยู่แล้ว แต่เพราะเป็นประเทศที่สะอาด และอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ จนอาจทำให้เผลอคิดว่าในประเทศนี้คงไม่มีปัญหาเรื่องความยากจนให้เห็นชัดเจนนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย แค่มันเป็นปัญหาที่ถูกซ่อนอยู่ต่างหากล่ะ

ค่าครองชีพในญี่ปุ่นนั้นสูง โดยเฉพาะในโตเกียว เพราะสิ่งที่ในหลาย ๆ ประเทศเป็นดังปัจจัยขั้นพื้นฐาน อย่างเช่นอาหาร, การศึกษาเล่าเรียน หรือแม้แต่ขั้นตอนกระบวนการอะไรสักอย่างที่จะต้องทำเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้พ้นจากวิถีเดิม ๆ (เช่นการย้ายบ้าน หรือเปลี่ยนวิธีการเดินทางไปที่ทำงาน เป็นต้น) ล้วนแต่ต้องใช้เงิน แถมยังแพงอีกด้วย

มีการสำรวจที่ทำขึ้นโดยเว็บไซต์ข่าวสารธุรกิจอย่าง Money Book บอกให้เราทราบว่าหญิงโสดในช่วงวัย 20 นั้นมีค่าใช้จ่ายต่อวันที่สูงมาก และสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามนั้นต่างบอกว่าพวกเธอต้องรัดเข็มขัดเสมอ

การจัดทำแบบสำรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาว่าความพยายามของรัฐบาลในการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และผลักดันให้ผู้หญิงกลับเข้ามาเป็นแรงงานนั้นประสบผลสำเร็จหรือไม่ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเป็นคุณผู้หญิงจากทั่วญี่ปุ่นราว 350 คน ซึ่งพวกเธอได้ถูกถามเกี่ยวกับที่ทำงาน รายรับต่อเดือน รายจ่ายต่อเดือน และผลลัพธ์ของมันก็เป็นที่น่าสนใจ เริ่มต้นด้วยการถามพวกเธอเกี่ยวกับเงินเดือน 49.9% ตอบว่าได้เงินเดือนน้อยกว่า 200,000 เยนต่อเดือน (ราว 57,000 บาท)

ข้อมูลสำหรับอ้างอิง ค่าเช่าอพาร์ทเมนต์ดี ๆ สักห้องในโตเกียวเริ่มต้นที่ราว 70,000 เยน/เดือน ซึ่งอาจจะขึ้นไปถึง 100,000 เยนได้ แล้วแต่ที่ตั้ง ขนาด คุณภาพ ด้วยราคานี้ สำหรับเงินเดือน 200,000 เยนแล้วถือว่าค่อนข้างเยอะพอสมควร หรือถ้าอยากประหยัดก็ต้องออกมาอาศัยอยู่ชานเมืองหน่อย แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับการเดินทางที่ชวนปวดหัวอยู่ดี ซึ่งในความเป็นจริง รายจ่ายในด้านนี้ของคุณผู้หญิงจะอยู่ราว ๆ 143,685 เยน ซึ่งในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม มี 28.6% ตอบว่าพวกเธอใช้จ่ายราว 100,000 ถึง 150,000 เยน ไปกับค่าสาธารณูปโภคและสิ่งของจำเป็น (ค่าเช่าห้อง, ค่าเดินทาง, เบี้ยประกันชีวิต, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่างวดบัตรเครดิต, ค่าอาหาร เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายในงานอดิเรก, ความสวยความงาม ฯลฯ)

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการเงินมักแนะนำว่าควรแบ่งรายได้ 50% ไว้สำหรับค่าเช่าและสิ่งของจำเป็น จากนั้นให้แบ่งมาออม 20% และใช้จ่ายตามอัธยาศัยอีก 30% แต่ในความเป็นจริงของสาวญี่ปุ่นแล้วบอกเลยว่ายาก และนั่นคือเหตุผลที่พวกเธอมักฝืดเคืองทางการเงิน

ยิ่งไปกว่านั้น 21.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังบอกว่ารายจ่ายของพวกเธอนั้นเกินรายรับ แปลว่าพวกเธอต้องหันมาใช้บัตรเครดิตเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งคงทราบกันดีว่าเป็นพฤติกรรมที่อันตราย ประกอบกับอีก 14.6% ตอบว่ารายได้สุทธิของพวกเธออยู่ระหว่าง 0 – 10,000 เยน นั่นแปลว่าส่วนหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามนี้ไม่มีสามารถพอที่จะออมเงินได้

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมหลายแขนงมีพนักงานหญิงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานด้วย แต่กลุ่มใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถามนี้ 33.5% ตอบว่าพวกเธอทำงานในออฟฟิศ ซึ่งรวมถึงงานราชการ, งานเอกชน, ฝ่ายอำนวยการในออฟฟิศ, งานวางแผน, งานต้อนรับ และงานด้านข้อมูล ส่วน 13.3% ตอบว่าพวกเธอทำงานประเภทบริการ (พนักงานขาย, พนักงานแคชเชียร์ เป็นต้น) และ 9.5% บอกว่าพวกเธอทำงานที่บ้าน แต่ในกลุ่มผู้หญิงทำงานเหล่านี้ 36.6% บอกว่าพวกเธอต้องมีงานทำมากกว่า 1 อาชีพ และถึงแม้ว่าจะควบหลายงาน ผู้หญิงหลายคนก็ยังไม่พ้นภาระรายจ่ายที่ท่วมตัวอยู่ดี

กระนั้น คุณ Yamamoto Akirako จาก FP Woman บริษัทผู้ให้บริการวางแผนทางการเงินของสตรี กล่าวว่านี่อาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวน้อยกว่าที่คิด เพราะยังมีระยะห่างระหว่างปริมาณการใช้จ่ายเงินของผู้หญิงในช่วงต้น 20 ปี และช่วงปลาย 20 ปี อยู่ โดยเธอกล่าวว่า เมื่อผู้หญิงวัยรุ่นจบการศึกษาจากวิทยาลัย และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของสังคมแบบเต็มตัว มีงานประจำเต็มเวลาทำ ก็เริ่มที่จะมีรายได้มากกว่าตอนยังอายุน้อยที่เคยทำได้แค่งานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินในปริมาณพอเป็นค่าขนมเท่านั้น และผู้หญิงที่รับหลายงานหลายอาชีพ ก็ทำไปเพื่อชดเชยในส่วนที่รายได้ต่ำ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องคำนึงเอาไว้เสมอ

ในขณะที่ข้อมูลเชิงสถิติเหล่านี้ทำให้เราเห็นภาพชีวิตประจำวันของสาว ๆ แต่หนึ่งคำถามที่ได้คำตอบแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละคน คือ “รู้สึกอย่างไรกับรายรับ และรายจ่ายต่อเดือน?” ประมาณ 43.4% ตอบว่าพวกเธอโอเคกับสถานการณ์ทางการเงินในตอนนี้ ส่วน 11.4% ตอบว่ายังพอมีช่องทางไปได้อยู่ และ 32% ตอบว่า “ไม่เป็นไร”

เมื่อลองสอบถามเพิ่มเติม 47.1% ตอบว่าค่อนข้างต้องรัดเข็มขัด และ 9.4% ตอบว่าต้องรัดเข็มขัดมาก ๆ บางส่วนของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามยังตอบว่า “ฉันหางานประจำไม่ได้ เลยกังวลเรื่องรายได้”, “ไม่ว่าจะทำงานมากแค่ไหน ก็ไม่พอกับที่ใช้จ่ายจ่ายออกไปอยู่ดี” ซึ่งมีบางส่วนตอบถึงแบบว่า “ฉันเลิกถือบัตรเครดิตติดตัว เพราะไม่อยากจ่ายเงินอีกแล้ว” หรือ “ฉันเลิกใช้จ่ายกับงานอดิเรก หรือแม้แต่เสียเพื่อน เพราะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกับพวกเขา” จากคำตอบเหล่านี้ ทำให้เรารู้ว่าผู้หญิงในช่วงวัย 20 ส่วนหนึ่ง มีปัญหากับการจัดการรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย

แม้จะเป็นการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใหญ่นัก แต่ก็ทำให้เราค่อนข้างเห็นภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง ที่ต้องเจอกับการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน หรือแม้แต่ในที่ทำงานอยู่บ่อยครั้ง เราก็ได้แต่หวังว่าการศึกษาผลลัพธ์นี้จะทำให้เกิดนโยบายต่าง ๆ ในญี่ปุ่น ที่จะทำให้ชีวิตพวกเธอง่ายขึ้น เพราะการค้นหาวิธีแก้ปัญหาด้านการเงินของพวกเธอ อาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ในระยะยาว อย่างเช่นการลดลงของอัตราการเกิดประชากร ก็เป็นได้

Source: Canvas via Nico Nico News via SoraNews24
Images: Pakutaso