เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อถูกความหนาวเข้าคุกคาม เครื่องดื่มหวานมันเย็นเจี๊ยบชื่นใจ ก็ถึงคราวต้องถอดมงรอมอบให้คนอื่น

และแล้วก็มาถึงวันเลิกราของเทรนด์แรกที่จางหายไปจากศักราชเรวะ และสิ่งที่ได้ตกเทรนด์ไปที่เรียบร้อยแล้วในญี่ปุ่นนั่นก็คือชาไข่มุก หรือ tapioca นั่นเอง หลังจากที่ได้เป็นที่นิยมจนไม่จบแค่เครื่องดื่มแต่ยังมีอีกสารพัดสินค้าที่ออกแบบมาจากชาไข่มุก ไปจนถึงสวนสนุก

สำหรับที่ญี่ปุ่นนั้นชาไข่มุกถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ราคาไม่แพง ทานง่าย และทำขายง่ายเลยทีเดียว และเมื่อความนิยมมากขึ้นก็ย่อมเกิดธุรกิจเพื่อมารองรับความต้องการเหล่านั้นขึ้นตามมา ส่งผลให้ในช่วงก่อนหน้านี้มีร้านชาไข่มุกผุดขึ้นมาเป็นเต็มท้องถนนในญี่ปุ่น และในช่วงที่เป็นที่นิยมนั้นมีการต่อคิวกันยาวเหยียดเลยทีเดียว โดยที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นสาว ๆ วัยรุ่น จนถึงวัย 20 กว่า ๆ

แต่ความนิยมที่เคยมี ก็หมดลงได้เช่นกัน เมื่อหน้าหนาวมาถึง…

จากที่อุณหภูมิในญี่ปุ่นเริ่มลดลงมาเรื่อย ๆ ส่งผลให้ผู้คนที่ยอมต่อคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อชาไข่มุกซึ่งก็ไม่ได้เข้ากับสภาพอากาศตอนนี้เสียเท่าไรลดลงตามไปด้วย นิตยสาร SPA! รายสัปดาห์ได้ไปพูดคุยกับเจ้าของร้านชาไข่มุกแห่งหนึ่งที่ได้เปิดร้านในย่านอิเคะบุคุโระตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมของปีก่อน ที่เล่าว่าธุรกิจใน 3 วันแรกนั้นเป็นไปด้วยดีมาก แต่หลังจากที่ผ่านไปได้เพียงครึ่งเดือนก็เริ่มติดตัวแดง และไม่เคยฟื้นกลับมาอีกเลย

และตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาร้านก็ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ จึงพบเห็นตำแหน่งร้านว่าง ๆ ในย่านค่าเช่าที่แพงอย่างอิเคะบุคุโระ และชินจูกุอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีหลายร้านพยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับความนิยมที่ตกลงอย่างเช่นการเพิ่มเมนูเครื่องดื่มแบบอุ่น หรือบริการส่งแบบ Uber แต่สุดท้ายก็มาถึงสุดทางที่ไม่อาจฟื้นกลับไปได้

หากลองค้นหาร้านชาไข่มุกในญี่ปุ่น จะพบว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีจำนวนลดลงไปอย่างมาก และคาดว่าในไม่ช้าก็จะค่อย ๆ หายไปจนแทบไม่เหลือ ดูได้จากเสียงตอบรับต่อข่าวการหายไปของร้านชาไข่มุกของชาวเน็ท

“ชั่ย ชั่ย ตายเรียบ”
“แน่นอนมันดูงี่เง่าที่จะเริ่มตั้งแต่แรกแล้ว”
“คงจะไม่ได้เห็นคนไปต่อคิวซื้อชาไข่มุกอีกแล้ว”
“วัยรุ่นเป็นพวกเบื่อง่าย ใคร ๆ ก็รู้”
“ลูกค้าชาไข่มุกก็แค่ทอดทิ้งธุรกิจนี้ไป ฉันเองก็ประหลาดใจว่าเทรนด์นี้มันบูมขึ้นมาได้ไง”
“มันดูเหมือนไข่กบเลย ไม่เข้าใจเลยว่าชอบไปได้ไง”
“ฉันคิดว่ามันก็โอเค แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ฉันจะกินทุกวันแน่ ๆ”
“ร้านชาไข่มุกใกล้ ๆ บ้านฉันเคยมีคิวยาวเหยียดในช่วงหน้าร้อน มาตอนนี้มีคนน้อยมากที่ไปซื้อ ยิ่งช่วงใกล้ปิดร้านเรียกได้ว่าไม่มีลูกค้าเลย”

และเมื่อกระแสหายไปผู้ที่ปรับตัวได้เท่านั้นที่จะอยู่รอด โดยจากข้อมูลของนักวิเคราะห์การตลาดที่ได้ให้สัมภาษณ์กับ Spa! บอกว่าร้านที่สามารถปรับตัวไปขายอาหารชนิดอื่นอย่างไก่ทอด หรือชีสด็อกได้มีโอกาสที่จะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้โดยที่ยังคงขายชาไข่มุกเป็นเมนูรองต่อไปได้

ผู้ประกอบการบางเจ้าก็เลือกที่จะเอาตัวรอดโดยการย้ายไปเปิดร้านยังพื้นที่ที่ค่าเช่าถูกกว่าอย่างแถบชานเมือง หรือชนบท ที่อาจจะยังเห็นว่าชาไข่มุกเป็นของแปลกใหม่อยู่ นี่อาจเป็นหนทางรอดเพียงไม่กี่ทางของเหล่าเจ้าของธุรกิจชาไข่มุก

แต่นาทีนี้คงไม่มีใครมองโลกในแง่ดีไปมากกว่าผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็น Tapioca Navigator และเป็นอดีตพนักงานร้านชาไข่มุกอย่างคุณอุเมมุระ มิเร ที่มีสถิติการทานชาไข่มุกไปแล้วกว่า 1,300 แก้วตลอดเวลา 11 ปีในการดื่มชาไข่มุกของเธอ

“ช่วงบูมของชาไข่มุกได้เคยจบไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว” คุณอุเมมุระได้บอกกว่า Spa! “นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นช่วงบูมครั้งที่ 3 เพราะงั้นถึงความนิยมอย่างล้นหลามเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมาจะหายไป แต่ฉันก็คิดว่าชาไข่มุกจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งน่าจะช่วงราว ๆ ปี 2025”

แม้จะมีโอกาสกลับมาบูมได้อีกแต่ก็คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้จริง ๆ สำหรับใครที่ยังชื่นชอบชาไข่มุกก็คงทำได้แค่เพียงช่วยอุดหนุนไม่ให้ร้านเจ๊งจนหายไปหมด หรือในปีนี้จะมีอะไรมาแรงแซงหน้าชานมไข่มุก มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้…

Source: Spa!, Itai News via Soranews24