ความหวังของผู้คนบนเรือยังคงมีอยู่ แม้จะไม่ได้สัมผัสพื้นดินมาแล้วกว่า 2 อาทิตย์

นับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรือสำราญ Diamond Princess ที่ดำเนินการโดย Princess Cruises ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ต้องถูกกักไว้ที่ท่าเรือโยโกฮาม่าตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโคโรน่าไวรัส โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศว่ามีการยืนยันกรณีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสเพิ่มมาแล้วอย่างน้อย 60 เคส จากเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้วประมาณ 70 เคสจากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดประมาณ 3,700 คน

การกักตัวนี้จะมีกินเวลาไปถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เป็นอย่างต่ำ ซึ่งสำหรับคนที่จองเรือสำราญมาสนุกสนานที่คงไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังว่าจะมาเจอเสียเท่าไร แต่ก็ยังมีผู้โดยสารที่มองโลกในแง่ดีอยู่ และได้โพสท์ผ่านโซเชียลมีเดียวถึงด้านดี ๆ ระหว่างถูกกักตัวไว้บนเรือสำราญลำนี้นั่นก็คือ “อาหาร”

โดยถึงแม้ว่าทั้งผู้โดยสาร และลูกเรือทั้งหมดจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือเพื่อไปหาซื้ออาหารใด ๆ แต่การที่ต้องเทียบท่าอยู่ที่เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่นเช่นนี้ก็หมายถึงการที่จะมีเสบียงมาเติมให้อย่างเหลือเฟือ และในเมื่อตัวเรือเองก็มีทีมงาน และอุปกรณ์พร้อมสำหรับรังสรรค์อาหารแสนอร่อยออกมาเสิร์ฟอยู่แล้ว ทำให้ทางเรือสำราญ Diamond Princess เลือกที่จะรักษาระดับมาตรฐานด้านอาหารการกินไว้คงเดิมเหมือนการล่องเรือตามปกติ ที่ในบางครั้งผู้โดยสารเองก็มีตัวเลือกอาหารให้เลือกมากมาย รวมไปถึงอาหารมังสวิรัติด้วยเช่นกัน

บางคนนอกจากอาหารที่ปรุงบนเรือสำราญแล้วก็ยังมีโอกาสได้ลองอาหารที่จำหน่ายปกติในญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน

 

แน่นอนว่านอกเหนือไปจากเรื่องความอิ่มท้องแล้ว ความบันเทิงที่ช่วยให้จิตใจไม่ห่อเหี่ยวก็สำคัญเช่นกัน แม้ว่าผู้โดยสารจะได้รับอนุญาตให้ออกมาสูดอาการที่บริเวณดาดฟ้าของเรือได้ แต่เวลาส่วนใหญ่นั้นก็ถูกบังคับให้อยู่แค่ในตัวเรือเท่านั้น ทาง Princess Cruises จึงได้มีการเพิ่มส่วนของตัวเลือกความบันเทิงในร่มต่าง ๆ เข้ามา และทางบริษัทเองก็ยังมีการให้คำปรึกษาในหลายภาษาโดยทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาความเครียดขณะที่ต้องอยู่บนเรือเช่นนี้ และทางบริษัทยังจะคืนเงินเต็มจำนวน และมอบเครดิตสำหรับใช้บริการเรือสำราญในครั้งต่อไปสำหรับผู้โดยสารที่ถูกกักตัวทั้งหมด

นอกจากนี้ท่าเรือโยโกฮาม่าเองก็ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวยอดนิยมของญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

แต่ถึงแม้จะได้รับการบริการที่ดีแค่ไหน ก็แน่นอนว่าผู้โดยสารก็คงอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เช่นกัน

แต่ในวันพุธที่ผ่านมา มีรายงานจากสำนักข่าว NHK ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 39 ราย ทำให้ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 174 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่กักกันโรค 1 ราย

Sources: Donguriko, NHK via Soranews24