คว้าตำแหน่งไปแบบฉิวเฉียด ก่อนช่วงซบเซาของธุรกิจโรงภาพยนตร์

วิกฤติไวรัส COVID-19 ที่ระบาดทั่วโลกนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีแผนจะออกฉายในเดือนมีนาคม – เมษายน ต่างเลื่อนฉายออกไปกันทั้งหมด ซึ่งหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้ประเทสเข้าสู่สภาวะฉุกเฉิน ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในอเมริกามียอดขายตั๋วตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 – 17 กันยายน 2000 หรือทำเงินรวมกันทั้งหมดเพียงแค่ 55 ล้านเหรียญเท่านั้น และสภาวะเช่นนี้จะมีอยู่ต่อไปอย่างน้อย 6 – 12 สัปดาห์

แต่ท่ามกลางข่าวร้ายนี้ก็มีข่าวน่าชื่นใจของภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog ที่ล่าสุดสามารถทำรายได้ไป 145,753,912 เหรียญสหรัฐ ขึ้นแท่นภาพยนตร์จากเกมที่ทำเงินสูงที่สุดในอเมริกา แทนที่ Pokemón: Detective Pikachu ที่ทำเงินไป 144,105,346 เหรียญสหรัฐ แม้ว่ารายได้ทั่วโลก Sonic จะยังตาม Detective Pikachu ถึง 130 ล้านเหรียญสหรัฐก็ตาม (Sonic รายได้ทั่วโลก 306,656,789 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ Detective Pikachu อยู่ที่ 433,005,346 สหรัฐ) แต่หากมองในแง่ของทุนสร้างที่ Sonic น้อยกว่าเกือบเท่าตัว ก็ถือว่าเจ้าเม่นสายฟ้าผสมความสำเร็จกว่าเจ้าหนูสายฟ้าพอสมควร

อย่างไรก็ตามในตลาดโลก Sonic the Hedgehog ถูกเลื่อนฉายออกไปเนื่องจากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 โดยสองประเทศที่มีการเลื่อนนั่นก็คือประเทศจีนและญี่ปุ่น (ที่วางแผนจะออกฉายในวันที่ 27 มีนาคมนี้) ฉะนั้นเมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะได้ออกฉายและเก็บเงินทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตามในเวลานี้เราคงภาวนาให้เหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด

Source : Box Office Mojo (link 2link 3), Hachima KikōVariety (Rebecca Rubin)  via ANN