หลากหลายมาตรการถูกงัดขึ้นมาใช้งาน ทั้งตั้งศูนย์ประสานงาน เปิดตัวแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมให้โรงเรียนกลับมาเปิดทำการ เลื่อนกิจกรรมใหญ่ออกไปปีหน้า

สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ได้สร้างความเสียหายอย่างมากในทั่วโลก ประเทสญี่ปุ่นก็นับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสตัวนี้เช่นกัน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา นาย Abe Shinzo นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้เผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสู้กับไวรัส โดยจะเป็นแผนการที่ “กล้าหาญที่สุดเท่าที่เคยมีมา” รวมถึงการแจกเงินให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงลบ อันมีผลมาจากการระบาดของไวรัส

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าแผนฉุกเฉิน 56.8 ล้านล้านเยน (ราว 5.26 แสนล้าน USD) ที่เคยมีขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินโลกจากการล่มสลายของ Lehman Brothers ในปี 2008 ซึ่งนายกอาเบะได้กล่าวในการแถลงข่าวว่าแผนกระตุ้นดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายกว่า 15 ล้านล้านเยน โดยรัฐบาลจะกำหนดงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับปีงบประมาณ 2020 เพื่อนำเงินไปจัดทำแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสนอไปยังรัฐสภาภายใน 10 วัน

“เราจะจัดทำแผนกระตุ้นฯ ที่รุนแรงที่สุด โดยใช้เครื่องมือทางการออกนโยบายทั้งหมดที่มี เช่นการลดหรือยกเว้นการจ่ายภาษี และการขยายความช่วยเหลือทางการเงิน” นายก Abe กล่าว

การแพร่ระบาดของไวรัสอันมีที่มาจากประเทศจีน เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งถูกมองว่าเป็นการซ้ำเติมลงบนความย่ำแย่ที่มีอยู่เดิม การเรียกร้องรัฐบาลให้แจกเงินสดแก่ทุกครัวเรือนและเพื่อลดอัตราภาษีเพื่อการบริโภคซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10% จาก 8% ในเดือนตุลาคมของปีก่อน

นายก Abe กล่าวว่ารัฐบาลจะจำกัดขอบเขตการมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือ นอกจากนี้เขายังแสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับการลดอัตราภาษี โดยกล่าวว่าเขาจะเลือกวิธีที่จะสามารทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

โดยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนี้จะอนุญาตให้ธนาคารปล่อยกู้โดยไม่มีดอกเบี้ยและหลักประกัน ซึ่งนายกอาเบะยังกล่าวว่าสถาบันการเงินที่รัฐเป็นเจ้าของต่าง ๆ ในเวลานี้ได้เข้าไปมีโครงการปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการลดความเสียหายจากการขาดรายได้แล้ว นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการช่วยเหลือให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถประคับประคองการจ้างงานลูกจ้างของแต่ละแห่งเอาไว้ เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิม

ซึ่งญี่ปุ่นเองก็มีร่างแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสเอาไว้แล้ว โดยแผนแรกใช้งบประมาณ 15.3 หมื่นล้านเยน และอีกแผนอยู่ที่ 4.3 แสนล้านเยน

การตื่นตัวและระแวดระวังมีมากขึ้น หลังจากที่ทางรัฐบาลโตเกียวได้ประกาศว่ากำลังรับมือเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดเพิ่มขึ้น โดยจากรายงานเมื่อวันเสาร์มีเพิ่มขึ้นถึง 63 ราย ชาวเมืองโตเกียวและพื้นที่ข้างเคียงทุกคนถูกขอให้อาศัยอยู่ในบ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อลดการแพร่กระจาย

เมื่อมองในระดับประเทศ จำนวนของเคสที่เกิดขึ้นเมื่อรวมกับอีก 700 รายบนเรือสำราญ Diamond Princess ที่เป็นศูนย์กักกันโรคแล้ว ทะลุไปกว่า 2400 เคส ซึ่งในระดับโลกนั้นปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อได้ทะลุ 600,000 รายไปแล้ว ชาวเมืองโตเกียวถูกขอให้อาศัยอยู่ในบ้าน และผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณจังหวัดใกล้เคียงก็เช่นกัน โดยมีการห้ามไม่ให้เดินทางข้ามเขตเพื่อลดโอกาสการกระจายตัวของไวรัส

“ผมต้องบอกกับประชาชนว่า เราต้องเตรียมตัวพบกับการต่อสู้แบบยืดเยื้อกับไวรัส COVID-19” นายก Abe กล่าว พร้อมเสริมว่ารัฐบาลจะจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

“แต่ ณ ตอนนี้เรายังไม่ถึงจุดต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เราก็ยังคงเผชิญกับช่วงเวลาที่สำคัญอย่างมาก” คุณ Abe กล่าวเพิ่มเติม

รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรับมือ COVID-19 ระดับชาติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสามารถให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสได้อย่างทันท่วงที แม้จะต้องมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพบางส่วนของประชาชนก็ตาม

ในงานแถลงข่าว นายกอาเบะได้เผยแผนการส่งมอบหน้ากากอนามัยแบบทำความสะอาดได้ ให้กับโรงเรียนประถมและมัธยมต้นทั่วประเทศ ในงบประมาณ 11 ล้านเยน และตัดสินใจให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนอกครั้งในเดือนเมษายนนี้ หลังจากที่มีการร้องขอให้ปิดทำการชั่วคราวมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งผลกระทบจากการร้องขอดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครองของเด็ก ๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนเวลาจากการทำงานมาดูแลบุตรหลานของตัวเอง

กระนั้น นายกอาเบะยังประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ให้มีการตรวจสอบวันเวลาที่แน่นอนสำหรับการเปิดโรงเรียนอีกครั้ง ซึ่งจากจุดนี้ก็พออนุมานได้ว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

การแพร่ระบาดของไวรัสยังส่งผลถึงตารางการจัดงานอีเวนท์ใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงมหกรรมกีฬาโตเกียวโอลิมปิค และพาราลิมปิค หลังจากที่ญี่ปุ่นต้องปะทะกับแรงกดดันจากทั้งทางผู้เกี่ยวข้องกับการจัดงาน และจากตัวนักกีฬาผู้เข้าแข่งขันเอง ส่งผลให้ต้องเลื่อนการจัดออกไปในปี 2021 เสียก่อน

Source : Japantoday