เตรียมทำการรื้อถอนพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไร้เจ้าของที่สร้างขึ้นบนภูเขา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเศษซากร่วงหล่นให้กับชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาทางสำนักงานภูมิภาคของกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศว่าจะมีการทำลายพระพุทธรูปยักษ์สูง 100 เมตรซึ่งมีสภาพทรุดโทรมในแถบอาวาจิ จังหวัดเฮียวโงะพร้อม ๆ กับอาคารโดยรอบของพุทธรูป

โดยพื้นที่สำหรับการเยี่ยมชมพระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกปิดตาย และถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่เจ้าของเสียชีวิตไปเมื่อปี 2006 ทำให้นับตั้งแต่ตอนนั้นมา เปลือกด้านนอกที่ห่อหุ้มองค์พระพุทธรูปเกิดการสึกกร่อนตามกาลเวลา และร่วงหล่นลงมา พร้อมกับสัญญานอื่น ๆ ที่บ่งบอกถึงความเสื่อมสภาพของพระพุทธรูปองค์นี้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรอบ ๆ เป็นกังวลว่าจะมีผลต่อความปลอดภัยของพวกเขา และด้วยเหตุที่ไม่มีผู้ใดมารับสืบทอดพื้นที่นี้ต่อจากเจ้าของเดิมพื้นที่บริเวณนี้จึงตกเป็นของแผ่นดินโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมาภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายแพ่งและสำนักการคลังท้องถิ่นคินกิในจังหวัดโอซาก้าได้มีการวางแผนเพื่อทำลายองค์พระพุทธรูปนี้ลงซึ่งจะมีการดำเนินการจริงในปีงบประมาณ 2022 โดยที่งบประมาณที่ต้องใช้ยังคงไม่แน่นอน

โดยจากข้อมูลของสำนำกงานได้ระบุไว้ว่าสิ่งที่จะถูกรื้อถอนนั้นรวมได้แก่องค์พระพุทธรูป “Sekai Heiwa Dai Kannon-zo”, หอคอยสูง 32 เมตร “Juju no To,” และประตูวัด

แม้ว่าในตอนนี้พื้นที่นี้ได้ถูกปิดกั้นไว้ด้วยรั้ว แต่ทางฝ่ายบริหาร และฝ่ายกฎหมายก็ได้ระบุว่า “มันมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากบุกรุกเข้าไปในพื้นที่นั้น โดยอาจเกิดอันตรายจากชิ้นส่วนของพระพุทธรูปที่ร่วงลงมา ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากเดินหน้าแผนรื้อถอนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” โดยหลังจบการประมูลจากผู้รับเหมาแล้วทางสำนักงานมีแผนที่จะรื้อถอนตัวหอคอย และประตูวัดในปีงบประมาณ 2020 และพระพุทธรูปในปีงบประมาณ 2021 ถึง 2022

ตัวองค์พระพุทธรูปนี้ได้สร้างขึ้นมาจากคอนกรีต และตั้งอยู่ใกล้กับทางหลวงทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอาวาจิ ซึ่งอยู่ที่ทะเลเซโตะใน ซึ่งผู้ที่ให้ดำเนินการสร้างนั้นเป็นนักธุรกิจในท้องถิ่นรายหนึ่งโดยตั้งใจให้เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยที่บริเวณใต้คอจะเป็นหอชมวิว และแท่นห้าชั้นขององค์พระพุทธรูปก็ถูกใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ

ชายวัย 60 ปีที่อาศัยอยู่ในท้องที่นี้กล่าวเกี่ยวกับแผนรื้อถอนไว้ว่า “ผมรู้สึกสบายใจที่ได้รู้ว่าสิ่งอันตรายนี้กำลังจะถูกนำออกไป ผมรู้สึกราวกับช่วงเวลาที่พ้นอุโมงค์ทอดยาว ผมหวังว่าสถานที่ซึ่งจะทำให้ผู้คนที่นี่รู้สึกปลอดภัยจะถูกสร้างขึ้นมาแทนที่”

Source: Japanese original by Masaki Takahashi and Hajime Meno, Osaka City News Department via mainichi