การระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟโตเกียวคงจะสามารถถล่มเมืองโตเกียวได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ด้วยปริมาณเถ้าภูเขาไฟที่มากถึง 490 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นปริมาณที่มากเป็นสิบเท่าของขยะที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และคลื่นสึนามิที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 โดนผลการจำลองสถานการณ์ได้ถูกประกาศออกมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาโดยกลุ่มวิจัยของสภาการจัดการภัยพิบัติกลางของรัฐบาลญี่ปุ่น

โดยผลที่เกิดขึ้นนั้นแปรตามทิศทางของลม ซึ่งในบางกรณีขี้เถ้าเหล่านี้สามารถทำให้รถไฟต้องหยุดการวิ่งในหลายพื้นที่ของตัวเมืองใหญ่ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดโตเกียว หรือคานางาวะ รวมไปถึงทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายกระแสไฟและน้ำได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน

โดยการจำลองสถานการณ์ในครั้งนี้ถูกทดลองขึ้นเพื่อดูผลกระทบจากเถ้าภูเขาไฟว่าจะมีผลต่อการให้บริการรถไฟ และปัจจัยการใช้ชีวิตอย่างไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน และทางรัฐบาลเองก็เริ่มที่จะพิจารณาหนทางเพื่อเตรียมพร้อมรับมือไปพร้อม ๆ กับกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

โดยในการจำลองครั้งนี้ทางสภาได้อ้างอิงระดับการปะทุจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิเมื่อปี 1707 หรือปีโฮเอที่ 4 ซึ่งได้ก่อให้เกิดเถ้าภูเขาไฟตกลงมาจากท้องฟ้านานต่อเนื่องถึง 15 วัน ทางนักวิจัยได้ทดลองคาดคะเนผลที่เกิดขึ้นจากระดับความสูงของเถ้าภูเขาไฟในระดับต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อ้างอิงจากการปะทุของภูเขาไฟที่เคยเกิดขึ้นในอดีตทั้งที่ญี่ปุ่น และในต่างประเทศ

และด้วยเหตุผลที่ว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบนั้นจะผันแปรตามทิศทางของลม ทางสภาจึงได้ทำการแบ่งการจำลอง

ออกเป็นสามสถานการณ์ด้วยกันคือ

1.ลมพัดอย่างรุนแรงจากทิศตะวันตกเมื่อการระเบิดที่เกิดขึ้นในปีโฮเอ
2.ลมพัดอย่างรุนแรงจากทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงใต้มายังโตเกียว ซึ่งจะทำให้ผลกระทบส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ตัวเมืองหลวง และ
3.เมื่อเกิดความแปรปรวนอย่างมากในทิศทางของลม ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากในฝั่งตะวันตกของภูเขาไฟฟูจิ โดยทางสภายังได้มีการวาดแผ่นที่ความเสียหายเมื่อเวลาผ่านไปในระยะต่าง ๆ โดยที่ไม่เกิดฝนตก

ซึ่งพวกเขาได้พบว่าในสองกรณีแรกที่เถ้าภูเขาไฟส่วนใหญ่จะตกลงในฝั่งตะวันออกของภูเขาไฟฟูจิ ชั้นขี้เถ้าจะเริ่มก่อตัวขึ้นในเขตเมืองในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยพวกเขาได้คาดการณ์ว่าแม้ด้วยขี้เถ้าปริมาณเล็กน้อยก็อาจทำให้รถไฟต้องหยุดให้บริการในส่วนของเส้นทางแทบคันโตอย่างภาคตะวันออก และจังหวัดแทบตัวเมืองอย่างยามานาชิ และชิซุโอกะ และหากขี้เถ้าถูกชะล้างด้วยฝน ด้วยขี้เถ้าหนาเพียงสามมิลลิเมตรก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อสายไฟต่าง ๆ ทำให้เกิดการช็อต และต้องหยุดการจ่ายไฟเป็นบริเวณกว้างของตัวเมือง ส่วนน้ำประปาก็จะไม่สามารถดำเนินการจ่ายน้ำได้เช่นกัน และต่อให้เป็นรถไฟใต้ดินเองก็อาจจำเป็นที่จะต้องหยุดวิ่งได้เช่นกัน

โดยในพื้นที่ที่ต้องประสบปัญหาจากชั้นขี้เถ้าสูง 30 เซนติเมตรขึ้นไป และมีฝนตกตามลงมานั้นอาจทำให้บ้านไม้ถล่มจากการรับน้ำหนักไม่ไหวได้ในทันที โดยที่ผ่านมาทางรัฐบาลไม่เคยมีการเตรียมแผนรับมือกรณีเกิดปัญหาจากเถ้าภูเขาไฟจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิมาก่อนเลย

ซึ่งจากการคาดการณ์ล่าสุดทำให้ทางสำนักงานคณะรัฐมนตรีมีการเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นนี้ทั้งในเรื่องของการกำจัดเถ้าภูเขาไฟ รวมไปถึงการจัดสรรพื้นที่ทิ้งที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงที่ดิน, โครรงสร้างพื้นฐาน, การขนส่ง และการท่องเที่ยว

คุณฟุจิอิ โทชิซึกุ ศาสตราจารย์เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “ความผิดพลาดจากการตอบสนองในช่วงต้นอาจทำให้ผู้คนกว่าสิบล้านคนต้องติดค้าง และไม่สามารถแจกจ่ายเสบียงได้ มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเตรียมระบบให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ไว้ล่วงหน้า”

Source: Japanese original by Mayumi Nobuta, Science & Environment News Department via mainichi