มาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ สไตล์ญี่ปุ่นกลับไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างที่คิด

แม้ตามสื่อต่าง ๆ จะนำเสนอให้เราเห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับหลายประเทศใกล้เคียง แต่ก็ยังเป็นที่สงสัยว่าที่มีจำนวนน้อยเพราะไม่ตรวจหรือเปล่า มีการปกปิดจำนวนตัวเลขที่แท้จริงหรือเปล่า ผลที่ตามมาคือความมั่นใจที่เกิดขึ้นในประชาชน ว่าตัวเองสามารถออกมานอกบ้าน ออกมาใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว โดยไม่ได้ตระหนักว่าการที่ตัวเองจะออกมานอกบ้านด้วยความมั่นใจนั้น แท้จริงกำลังเป็นการเดินหน้าไปสู่กับดักที่ถูกซ่อนเอาไว้หรือไม่

จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ลุกลามจนอย่างหนักในประเทศญี่ปุ่น จนรัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองใหญ่ ๆ รวมไปถึงโตเกียว และมีการขอให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม โดยการแถลงข่าวของนาย Abe Shinzo นายกรัฐมนตรีเผยว่า การปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลจะต้องลดลงร้อยละ 80 หรืออย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อให้สามารถยุติการประกาศภาวะฉุกเฉินได้ภายในหนึ่งเดือน ฉะนั้นการขอร้องให้คนญี่ปุ่นอยู่ภายในบ้าน จึงเปรียบเป็นการก้มหัวลงขอความสนับสนุน ความร่วมมือจากประชาชนอย่างที่สุด

แต่ดูเหมือนว่าชาวญี่ปุ่นจะไม่สนใจกับคำขอร้องแต่อย่างใด พวกเขายังคงออกมาใช้ชีวิตตามปกติ อย่างเช่นที่เอโนชิมะ จังหวัดคานางาวะ ยังคงมีคนออกไปท่องเที่ยวในวันอาทิตย์จนการจราจรติดขัด

รถของนักท่องเที่ยวที่มุ่งไปที่คามาคุระ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยของจังหวัดคานางาวะอย่างเนืองแน่น

เขตเซะตะงะยะ กรุงโตเกียว ยังคงออกไปท่องเที่ยวข้างนอกอย่างสนุกสนานในวันหยุดสุดสัปดาห์

สวนโอลิมปิกโคมาซาวะ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในการแข่งขัง Olympics 1964 ยังคงมีคนมาออกมาขี่จักรยานและออกกำลังกายตามปกติ

อย่างไรก็ตามสวนสาธารณะ หลาย ๆ คนก็มีการทิ้งระยะห่างจากคนอื่นบ้าง อย่างเช่นภาพที่แม่น้ำทามะใน ฟุทาโกะทามางาวะ

และจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังมีร้านค้าหลายแห่งที่ได้รับอนุญาติให้เปิดทำการเพราะถูกพิจารณาว่าเป็นร้านที่มีความจำเป็นในการใช้ชีวิต ซึ่งร้านพวกนี้ยังมีจำนวนมากทำให้ย่านการค้าชินะงะวะ ยังคงมีคนมากมาย

ย่านคิชิโจจิ ในเมืองมุซาชิโนะ ยังคงมีคนออกมาจับจ่ายซื้อของ ทานอาหารกันตามปกติ

อย่างไรก็ตามในย่านเดียวกับเวลา 20.00 น. ก็ไร้ผู้คนอย่างสิ้นเชิง

ส่วนสาเหตุว่าทำไมช่วงเวลากลางคืนถึงเงียบขนาดนี้ เนื่องจากว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวได้ขอให้ร้านค้าลดเวลาทำการ ให้ปิดในเวลา 20.00 น. ส่วนร้านเหล้าอิซากายะให้ปิด 19.00 น. นั่นทำให้ไม่มีร้านค้าเปิด คนก็เลยไม่ออกมาเดินนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเวลากลางวันหรือกลางคืน โอกาสการแพร่กระจายของไวรัสก็แทบจะเท่ากันอยู่ดี ฉะนั้นตอนนี้ยังคงเป็นงานหนักของญี่ปุ่นที่จะทำอย่างไรให้ผู้คนเลือกจะอยู่บ้านมากกว่าออกมาเสี่ยงกับโลกภายนอก

Source : Hachima Kikou  via Soranews24