น่าเสียดาย กับการทำตัวให้เป็นที่รักของใครสักคน บางครั้งก็ต้องเสียความเป็นตัวของตัวเองไป มันดีแล้วหรือ?

คุณเห็นเห็นหนังสือสอนจีบหนุ่ม จีบสาว กันหรือไม่ครับ ย้อนไปสมัยก่อน หนังสือพวกนี้อาจมีไว้สำหรับชายหนุ่มหรือหญิงสาวในวัยทำงาน แต่ในยุคถัดมา หนังสือพวกนี้ก็เปลี่ยนเป้าหมายมาให้คำแนะนำแก่เหล่าผู้อ่านอายุวัยรุ่นขึ้นไป แต่ในยุคนี้ ทำให้หนังสือเหล่านี้มีสำหรับวัยเด็กประถมกันแล้ว เช่นในประเทศญี่ปุ่น

ผู้ใช้ Twitter ชาวญี่ปุ่นนามว่า Chisato ได้ค้นพบหนังสือเล่มบาง ๆ สำหรับเด็ก ที่หน้าปกดูน่ารัก แต่เนื้อในของมันทำให้เธอแปลกใจ เพราะมันเป็นพจนานุกรมความงามที่มีการสอนแต่งหน้า ใช้แชมพู หรือเครื่องประดับต่าง ๆ แต่ที่เด่นที่สุด คงจะเป็นเนื้อหาที่สอนวิธีพูดกับเด็กผู้ชายให้พวกเขาหันมาชอบ ดังนี้

เทคนิคการสนทนาแบบน่ารัก ๆ

คุณรู้สึกประะหม่าที่จะคุยกับเด็กผู้ชายไหม นี่เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่อยากให้ลอง

1.เทคนิคพูดซ้ำคำที่เขาพูด 

เขาพูดอะไร เราก็ซ้ำคำนั้นกลับไปอีกที เหมือนนกแก้วนกขุนทอง ใช่แล้ว มันคือการเอาสิ่งที่เขาพูด มาใช้เป็นประโยคคำถามยิงกลับไปหาเขาอีกครั้ง เพื่อแสดงออกให้เขารู้ว่าคุณกำลังสนใจสิ่งที่เขาพูดอยู่ ช่วยให้การสนทนาลื่นไหลขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น

คุณ : สวัสดี เธอจะไปไหนช่วงหยุดยาวเหรอ
เขา : ฉันว่าจะไปสวนสนุกกับครอบครัวน่ะ
คุณ : สวนสนุกเหรอ?
เขา : ใช่แล้ว Osha River Land
คุณ : Osha River Land! ฉันอยากไปที่นั่นมากเลย
เขา : มันสนุกมาก ฉันชอบรถไฟเหาะตีลังกาที่สุดเลย
คุณ : รถไฟเหาะตีลังกาเหรอ ฉันหวังว่าจะได้เล่นมันเหมือนกัน”

ด้วยวิธีนี้ มองเผิน ๆ เหมือนจะเป็นการแสดงความใส่ใจ แต่ก็เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะการพูดตามแบบนกแก้วนกขุนทอง มันอาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้จริง ๆ (อย่างเช่นตอนที่จำเป็นต้องไหลตามคู่สนทนา) แต่ถ้านำมันมาใช้ในการพูดคุยตามปกติแล้ว รังแต่จะทำให้เกิดความน่ารำคาญ มันไม่ “น่ารัก” เอาเสียเลย เพราะมันเหมือนกับว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอยู่กับนกแก้วนกขุนทองจริง ๆ

แต่อีกเทคนิคต่อไปจะเป็นในระดับที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยเป็นเทคนิคที่ในภาษาญี่ปุ่นเขาเรียกกันว่าเทคนิค sa, shi, su, se แต่เพื่อความง่ายเราจะเปลี่ยนเป็น ABCDE แทน

2.เทคนิค ABCDE

ร้อยทั้งร้อยเชื่อเถอะว่าเด็กผู้ชายชื่นชอบการถูกกล่าวชม ถ้าคุณไม่รู้จะพูดอย่างไรกับพวกเขา เทคนิค ABCDE จะช่วยได้ และอย่าลืมว่าการยกย่องที่ได้ผล ต้องมาจากหัวใจเท่านั้น

A ที่มาจาก Amazing (สุดยอด)

ตัวอย่างเช่น
เขา: “ฉันน่ะไมได้เข้าเรียนเลย แต่สอบผ่าน”
คุณ: “ว้าว สุดยอดไปเลย”

การใช้คำพูดนี้จงระวังไว้ ถ้าคุณยังไม่รู้จักตัวเขาดีพอ เขาอาจจะสงสัยได้ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าเขาสุดยอด ทั้ง ๆ ที่คุยกันไม่นาน

B ที่มาจาก unBelievable (เหลือเชื่อ)

ตัวอย่างเช่น
เขา: “โรงเรียนนี้มีผีสิงอยู่นะ”
คุณ: “ว้าว เหลือเชื่อจริง ๆ เลย”

หากเขาพูดในสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว คุณอย่าพูดลักษณะนี้ มันไม่เนียน แต่ให้ตอบกลับไปว่า “ฉันอยากรู้ (จากเขา) มากกว่านี้” แทน

C ที่มาจาก Cool (เท่ ยอดเยี่ยม)

ตัวอย่างเช่น
เขา: “นี่ ฉันสูงขึ้นอีก ซม. นึงล่ะ”
คุณ: “โอ้โห ยอดไปเลย”

เป็นวิธีที่สมบูรณ์สำหรับการแทรกจังหวะชมเชยเข้าไปในการสนทนา

D ที่มาจาก Discerning (หยั่งรู้ เข้าใจ รอบรู้ รู้ลึก)

ตัวอย่างเช่น
คุณ: “โอ้โห เธอดูเป็นแฟนตัวจริง ในการ์ตูนเรื่องที่เธออ่านอยู่เลย”

ให้พูดเมื่อเด็กผู้ชายได้ริเริ่มลองทำอะไรใหม่ ๆ และต้องเช็คให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ไปพูดให้ใครฟังมาก่อน

E ที่มาจาก Extremely interesting (น่าสนใจสุด ๆ)

ตัวอย่างเช่น
คุณ: “ว้าวนี่มันน่าสนใจมากเลย สุดยอด”

ถ้าคุณพูดแบบนี้ในช่วงที่บทสนทนาหยุดลง มันจะแสดงว่าคุณกำลังตั้งใจฟัง และการพูดกับเด็กผู้ชายก็จะง่ายขึ้น

แล้ว เราควรจะเริ่มกันตรงไหนดี? จริง ๆ อย่างน้อยต้องเป็นข้อที่สอง เพราะหนังสือไกด์บุ๊คเล่มนี้คงไม่มาชี้บอกว่าให้เหล่าสาวน้อยตั้งหน้าตั้งตาโกหกคนที่เธอชอบ กันแบบตรง ๆ (และชิ่งไม่รับผิดชอบอะไรเวลาที่เกิดพลาด จนผิดใจกันขึ้นมา) หรอก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็นั่นแหละ เรา ๆ ต่างก็เคยเป็นเด็กกันมาก่อน และเราจำได้ดีว่ามันยากแค่ไหนที่จะพูดกับคนที่เราชอบ แต่การแนะนำให้เด็ก ๆ ตั้งหน้าตั้งตากล่าวชื่นชมคนที่ชอบรัว ๆ นั้นมันก็ไม่ช่วยอะไรเลยเช่นกัน อย่างดีมันก็ทำให้การสนทนาจบลงด้วยความรู้สึกเหวอ ๆ โดยที่ฝืนทำไปก็จะมีแต่สร้างความรำคาญ และที่แย่ไปกว่านั้น มันคือการลบตัวตนของเราไปด้วยความพยายามที่สูญเปล่า เพื่อทำให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจสำหรับใครสักคน อีกด้วย

สำหรับความเห็นชาวเน็ตของญี่ปุ่นต่อเรื่องนี้ มีดังนี้

“การสอนสิ่งเหล่านี้ให้เด็กประถมมันแย่มาก มันเหมือนกับการสอนให้ผู้หญิงไม่ให้คุณค่ากับตัวเอง”
“ให้ตายเถอะ นี่มันวิธีดึงดูดพวกหัวหน้าวัยกลางคนที่ชอบฟังคำประจบประแจง ไม่ใช่วิธีทำให้คุณดูน่ารัก”
“เรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงพวกนิตยสารที่อ่านตอนเด็ก เกี่ยวกับวิธีสร้างคาถาความรัก”
“มันจะแปลกไหมนะ ถ้าบอกว่าฉันได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะจากสิ่งนี้ ทั้ง ๆ ที่ฉันอายุ 23 ปีแล้ว”
“ไม่มีวันให้ลูก ๆ อ่านไอ้นิตยสารพวกนี้แน่ ๆ”
“เทคนิคการสนทนาพวกนี้ดูเหมือนคุณพยายามเสกคาถา สะกดจิตอีกฝ่าย หรืออะไรทำนองนั้นมากกว่า”

สุดท้ายนี้ ไม่มั่นใจว่าไกด์บุ๊คจีบหนุ่มเล่มนี้จะทำให้สาว ๆ ได้เทคนิคในการพูดคุยมัดใจหนุ่มที่หมายปองไปหรือเปล่า แต่ในทางกลับกัน เราก็ได้รู้วิธีสังเกตว่าการสนทนาแบบไหน เป็นแบบที่ควรหลีกเลี่ยงแล้วล่ะ

Source : Twitter/xxx_macaron_xxx, My Game News Flash via Soranews24