และเมื่อเวลาผ่านไป จะเริ่มทำการปลดล็อคเพิ่มเติม จนกลับสู่สภาวะปกติ แต่ต้องไม่เกิน 50% ความจุอาคาร

หลังจากที่ Abe Shinzo นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลญี่ปุ่นยังได้กำหนดแนวทางสำหรับการจัดงานอีเวนต์ คอนเสิร์ต และกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อให้การควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นไปได้อย่างราบรื่น

โดยข้อกำหนดคืออนุญาตให้แต่ละงานมีผู้เข้าร่วมได้สูงสุดเพียง 100 คนเท่านั้น (200 คนสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง) ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม – 18 มิถุนายน และจะปลดจำนวนคนเข้างานมากขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ 1,000 คนในวันที่ 19 มิถุนายน ไปจนถึง 5,000 คนในวันที่ 10 กรกฏาคม และจะเปิดให้คนเข้างานได้ไม่จำกัดในวันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามในงานอีเวนท์ที่ร่ม จะต้องมีผู้เข้าร่วมงานสูงสุดเพียง 50% ของความจุสถานที่จัดงาน ซึ่งข้อกำหนดนี้จะยังคงอยู่แม้ผ่านพ้นวันที่ 1 สิงหาคมไปแล้วก็ตาม ในขณะที่อีเวนท์กลางแจ้งได้มีการขอความร่วมมือให้รักษาระยะห่างอย่างน้อยสองเมตรหากสามารถทำได้ ในส่วนของการแข่งขันกีฬาสามารถเริ่มแข่งได้ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน แต่จะต้องจัดแบบไร้ผู้ชมไปถึงวันที่ 10 กรกฏาคม

ในส่วนของการเดินทางไปในจังหวัดต่าง ๆ จะสามารถทำได้ในวันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป แต่รัฐบาลของให้ประชาชนไม่เข้าออก 5 จังหวัดที่ยังมีความเสี่ยงได้แก่ โตเกียว, คานางาวะ, ไซตามะ, จิบะ และฮอกไกโด จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน ส่วนการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ จะกลับมาเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน, การท่องเที่ยวข้ามจังหวัดเริ่มวันที่ 19 มิถุนายน และจะยกเลิกข้อห้ามการท่องเที่ยวทั้งหมดในวันที่ 1 สิงหาคม

ทางรัฐบาลเน้นย้ำเพิ่มเติมว่าข้อบังคับดังกล่าวจะยังไม่มีการลงโทษในทางกฏหมาย หน่วยงานบริหารท้องถิ่นจะต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชนและธุรกิจตามสถานการณ์ของแต่ละจังหวัด ยกตัวอย่างเช่น ทางโตเกียวสามารถขอให้บริหารไลฟ์เฮาส์ปิดให้บริการไปจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม หรือถ้ามีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ก็สามารถเลื่อนข้อผ่อนปรน และบังคับใช้ข้อบังคับให้มากขึ้นได้

สำหรับโตเกียวได้มีการประกาศแนวทางในการเปิดเมืองเป็น 3 ระยะ หลังจากที่มีการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว โดยจะเปิดสถานที่อย่างพิพิธภัณฑ์, ห้องสมุด, โรงเรียน, สนามกีฬา และสถานที่ที่มีลักษณะใกล้เคียง แต่จะไม่มีที่นั่งให้บริการ ดังนี้

ระยะที่ 1 เปิดให้เข้าใช้บริการได้ไม่เกิน 50 คน ไม่มีที่นั่งให้บริการ
ระยะที่ 2 เปิดให้เข้าใช้บริการได้ไม่เกิน 100 คน ปลดล็อคให้มีที่นั่งให้บริการ
ระยะที่ 3 เปิดให้เข้าใช้บริการได้ไม่เกิน 1,000 คน และปลดล็อคในส่วนของไลฟ์เฮาส์, ร้านอาหารที่มีความบันเทิงควบคู่, ร้านคาราโอเกะ, ฟิตเนส และสถานที่ใกล้เคียงกัน

Source : Mainichi ShimbunNHK via ANN