เป็นหนึ่งในเครื่องเกมที่มีคนรอคอยมากที่สุดก็ว่าได้สำหรับ PlayStation 5 หรือ PS5 หลังจากที่ได้มีการแย้มรายละเอียดออกมาเรื่อย ๆ ให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกัน ไม่ว่าจะเป็นสเปคของเครื่องหรือจอยสติ๊ก ล่าสุดก็ได้มีการเผยคลิป Tech Demo ของ Unreal Engine 5 ที่รันบน PS5 นี้ออกมา สร้างความฮือฮาบนโลกอินเตอร์เน็ตไม่น้อยถึงภาพที่มีความสมจริงยิ่งกว่าที่เครื่องรุ่นก่อนอย่าง PS4 เคยทำได้เสียอีก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการปล่อยเทคโนโลยีภาพผ่าน Tech Demo ของเจ้าเครื่องเกมตระกูลนี้แล้วได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก แต่ตลอดเวลา 26 ปีนับตั้งแต่ที่ PlayStation เครื่องแรกของโลกได้เผยตัวสู่สาธารณชนนั้น ก็ได้มีการเผย Tech Demo ที่สร้างความฮือฮาในวงการเกมออกมาไม่น้อย และในคอลัมน์ Narrative 101 นี้เราจะพาเพื่อนๆ เจาะเวลาไปดูเจ้า Tech Demo บนเครื่อง PlayStation ในแต่ละยุคกันว่า นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนั้น ได้มีควาเมปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และมันสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนในแต่ละยุคได้ขนาดไหนกันจ้า

PlayStation 1 : จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโลกวงการเกม

 

 

3 ธันวาคม 1994 ทาง Sony Computer Entertainment (ชื่อเดิมในขณะนั้น) ได้วางจำหน่ายเครื่องเกมคอนโซลใหม่ล่าสุดอย่าง PlayStation (หรือ PS1) เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่สร้างความสนใจให้คนในยุคนั้นมาก ไม่ว่าจะการแสดงกราฟฟิคในรูปแบบ 3 มิติที่หมุนมุมมองได้ 360 องศา การเคลื่อนไหวที่ดูสมูท การแสดงค่าเม็ดสีที่มีมากกว่าหมื่น ๆ สี และเปลี่ยนรูปแบบเกมจากแบบตลับมาเป็น CD-ROM ที่มีความจุมากกว่า ทำให้ PlayStaion ทำยอดขายในวันแรกที่ออกสู่ตลาดได้ถึง 1 แสนเครื่อง และทำรายได้รวมทั่วโลกตลอดการขายได้ถึง 102 ล้านเครื่อง กลายเป็นเครื่องเกมคอนโซลแบบประจำบ้านที่มียอดขายอันดับ 1 แทน Nintendo Entertainment System ที่ครองบัลลังก์นี้มายาวนานกว่า 10 ปีลงได้

PlayStation 2 : การต่อยอดที่ยกระดับวงการเกมไปอีกขั้น

หลังจากความสำเร็จของ PS1 ทาง Sony Computer Entertainment ก็ได้ซุ่มพัฒนาเครื่องเกมคอนโซลใหม่ เพื่อหมายมั่นให้เป็นเครื่องเกมที่จะรับสหัสวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง จนในเดือนมีนาคมปี 1999 Sony ก็ได้ออกมาประกาศตัวเครื่องเกมรุ่นใหม่อย่าง PlayStation 2 (หรือ PS2) พร้อมกับมีการนำตัวเครื่องและ Tech Demo มาเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งาน Tokyo Game Show ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ซึ่งก็สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก เพราะได้พัฒนาการแสดงผลกราฟฟิคที่ดีขึ้นและสมจริงกว่า PS1 หลายเท่าตัว รวมไปถึงการเคลื่อนไหวที่ไหลลื่นและสมูท, การแสดงค่าสีที่มากกว่าเดิม, การแสดงสีหน้าและท่าทางของตัวละคร รวมไปถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีความสมจริง (ในยุคนั้น) ทำให้เมื่อวางตลาดในเดือนมีนาคมปี 2000 เครื่อง PS2 สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 1 ล้าน 4 แสนเครื่อง และมียอดจำหน่ายรวมทั่วโลกทั้งหมด ก่อนจะประกาศยุติการผลิตในปี 2012 สูงถึง 155 ล้านเครื่อง ขึ้นแท่นเป็นเครื่องคอนโซลที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลกตลอดกาลเลยทีเดียว

ตัวอย่าง Tech Demo เกม Final Fantasy VIII บนเครื่อง PS2 ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในยุคนั้น

PlayStation 3 : พัฒนาการที่ล้ำขึ้นอีกขั้นที่มาพร้อมกับการสะดุดล้ม

หลังจากประสบความสำเร็จกับเครื่องเกม PS1 และ PS2 ทาง Sony ก็เริ่มพัฒนาเครื่องเกมเจเนอเรชั่นใหม่เพื่อหวังจะรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดไว้ จนออกมาเป็นเครื่อง PlayStation 3 (หรือ PS3) โดยเปิดตัวครั้งแรกในงาน E3 ปี 2006 และวางจำหน่ายในช่วงปลายปีเดียวกัน ด้วยกราฟฟิคของเกมที่แสดงผลออกมาได้ดีกว่าเครื่องเจนเก่าอย่าง PS2 อย่างเห็นได้ชัด เพราะสามารถแสดงรายละเอียดของภาพลงไปถึงระดับแสงและเงาได้สวยงามและสมจริงมาก (ในยุคนั้น) ขณะที่การเคลื่อนไหวก็มีความสมูทยิ่งขึ้น รวมไปถึงการแสดงสีหน้าและท่าทางของตัวละครก็ทำได้มากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่รูปแบบแผ่นเกมก็เปลี่ยนจาก DVD-ROM มาเป็นรูปแบบ Blu-ray Dics ที่มีความจุมากกว่าเดิมหลายเท่า, จอยคอลโทรล Dual-Shock ที่มาในรูปแบบไร้สาย รวมไปถึงการสร้าง PlayStation Network ระบบออนไลน์ที่สามารถท่องโลกอินเตอร์เน็ตและสั่งซื้อเกมแบบออนไลน์โดยไม่จำเป็นต้องมีแผ่นกับกล่องให้ต้องหาที่เก็บ

ทั้งหมดนี้สร้างความฮือฮาให้แฟน ๆ เป็นอย่างมาก แต่ทว่าด้วยปัญหาของตัวเกมที่ออกมาในช่วงแรกอย่างวงจรบอร์ดพัง (หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าไฟเหลืองมรณะ) กอร์ปกับราคาที่ค่อนข้างสูง อย่างตัวเครื่องที่มีความจุต่ำสุดนั้นราคาอยู่ที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าแพงกว่าเครื่องเกมคู่แข่งที่คนกำลังให้ความสนใจและมีเทคโนโลยีแสดงผลที่ใกล้เคียงกันอย่าง Xbox 360 ที่ความจุเท่ากันแต่ตั้งราคาขายอยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ยังไม่รวมถึงการจะพัฒนาเกมเพื่อมาลงให้กับเจ้า PS3 ที่เต็มไปด้วยความยุ่งยาก แถมบางเกมที่ออกมาก็ไม่ได้แสดงภาพที่สวยสมจริงอย่างที่มีการคุยเอาไว้ ทำให้เจ้า PS3 ไม่ค่อยจะได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนสองรุ่นก่อนเท่าไหร่นัก และทำยอดขายทั่วโลก (นับยอดถึงปี 2017) ไปได้เพียง 87 ล้านเครื่องเท่านั้น

Tech Demo ของเกม Kara ที่พัฒนาโดย Quantic Dream (ที่ต่อมาถูกนำมาต่อยอดกลายเป็นเกม Detroit: Become Human บนเครื่อง PS4) ตอนเปิดเผยให้แฟน ๆ ได้ชมนั้นมีความสมจริงและสวยงามมาก แต่เมื่อตัวเกมวางจำหน่ายจริงกลับแสดงผลออกมาได้ไม่เท่ากับในคลิปที่มีการเปิดให้ชม ถือเป็นรอยด่างที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟน ๆ ของเครื่อง PS3 เป็นอย่างมาก

PlayStation 4 : สู่อนาคตอีกขั้นของวงการเกม

หลังจากมีสะดุดไปเล็กน้อยกับ PS3 ทาง Sony ก็ได้ตัดสินใจจะแก้ตัวโดยฝากความหวังไว้กับเครื่องเกมรุ่นต่อไป อย่าง PlayStation 4 (หรือ PS4) ซึ่งได้มีการประกาศครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2013 และวางจำหน่ายในช่วงปลายปีเดียวกัน และมันได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องคอนโซลสุดฮิตในทันที เพราะ Tech Demo ของเจ้า PS4 นี้ได้แสดงศักยภาพงานกราฟฟิคที่มีความสมจริงในเรื่องแสงและเงา, ความละเอียดที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างชัดเจนตั้งแต่พื้นหลัง, ชุด, สีหน้าท่าทาง, เส้นผมที่ปลิวไสว และมีมิติเหมือนจริง แม้กระทั้งรอยย่นหรือรอยตกกระบนใบหน้า, หยดน้ำ, เงาสะท้อน, ฝุ่นละอองหรือสะเก็ดไฟก็ออกมาเนียนและสวยงามเป็นอย่างมาก รวมไปถึงความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีเกมเอนจิ้นล่าสุดอย่าง Unreal Engine 4 ที่มีความละเอียดในระดับสมจริงอีก ทำให้ PS4 มียอดจำหน่ายทั่วโลกถึง 110 ล้านเครื่อง กลายเป็นเครื่องคอนโซลแบบประจำบ้านที่ทำยอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่ PS2 เท่านั้น

PlayStation 5 : เปิดประสบการณ์แบบสมจริงที่สุดเหมือนเห็นด้วยตาตัวเอง

หลังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายกับ PS4 แล้ว ทาง Sony Interactive Entertainment (ชื่อใหม่ของ Sony Computer Entertainment) ก็ซุ่มพัฒนาเครื่องเกมรุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การเล่มเกมอีกครั้ง นั่นก็คือเจ้าเครื่อง PlayStation 5 (หรือ PS5) พร้อมเก็บเงียบข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับมาตลอด จนในที่สุดทาง Epic Game ผู้ที่พัฒนาเกมเอนจิ้นชื่อดังก็ได้เผยคลิป Tech Demo ของ Unreal Engine 5 ที่เป็นเกมเอนจิ้นตัวใหม่ล่าสุดรันบนเครื่อง PS5 ออกมา โดยแสดงให้เห็นว่าตัวเครื่องสามารถที่จะแสดงรายละเอียดของภาพบนหน้าจอที่คมชัดถึง 1440p ได้แทบจะตลอดเวลา ซึ่งภาพที่ออกมานั้นมีความสมจริงกว่าเดิมมาก จนเรารู้สึกว่าภาพในเกมนั้นคือของจริงเลยทีเดียว นอกจากนี้เจ้าเครื่อง PS5 นี้ก็ยังได้พัฒนาเมโมรี่ที่ใช้ในการเก็บตัวเกมในเครื่องใหม่จาก HDD มาเป็น SSD รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) ทั่วไปอีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของ Tech Demo ในยุคต่างๆ ของเครื่อง PlayStation ซึ่งก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจากก้าวแรกเมื่อ 26 ปีที่แล้วที่เป็นกราฟฟิคสามมิติมีมุมมองแบบ 360 องศา จะมาสู่เทคโนโลยีที่แสดงภาพออกมาได้สมจริงแบบนี้ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อมูลของ PS5 อะไรออกมาอีก ทาง Akibatan จะรีบนำข่าวมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันแน่นอนจ้า