จำนวนการให้คำปรึกษาของแผนกให้คำปรึกษาด้านการตั้งครรภ์ ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทำลายสถิติของทุกปีที่ผ่านมา

มาตรการ Social Distance หรือการสร้างระยะห่างทางสังคม เป็นที่หลายประเทศทั่วโลกเลือกนำมาใช้รับมือวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อลดการแพร่เชื้อ แต่ดูเหมือนว่าในญี่ปุ่นนโยบายนี้อาจจะส่งผลเสียในรูปแบบที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงกัน

เราอาจเคยได้ยินข่าวการเลิกราของคู่รักเพราะช่วงกักตัวมาบ้าง เพราะพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละฝ่ายถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องลดขนาดลง จนกระทั่งได้พบกับนิสัย หรือตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย บ้างก็รับได้และยิ่งกลายเป็นหลงรักมากกว่าเดิม บ้างก็รับไม่ได้จนต้องเลิกรากันไป จนทำให้เกิดการเล่นคำภาษาญี่ปุ่นขึ้นมาว่า コロナ離婚 (korona rikon) ที่แปลว่า “หย่ากันเพราะโคโรนา” แต่ก็ใช่ว่า COVID-19 จะนำพามาแต่ความร้าวฉาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ก็ทำให้เห็นว่ามันทำให้วัยรุ่นทั้งหญิงและชายมีความสัมพันธ์กันแนบแน่นยิ่งขึ้น …อย่างน้อยก็ในกรณีของความสัมพันธ์ทางกาย

จากรายงานของโรงพยาบาล Jikei ที่จังหวัดคุมาโมโตะได้เผยข้อเท็จจริงให้ทราบได้ว่า ในช่วงระเวลากักตัวที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ มีจำนวนของเด็กมัธยมต้นและมัธยมปลายที่เข้ามาติดต่อแผนกให้คำปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์มากขึ้นอย่างเป็นนัยยะสำคัญ กล่าวคือจำนวนที่เพิ่มขึ้นเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ที่นายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้สถานที่ประกอบการและสถาบันการศึกษาหลายแห่งทั่วประเทศจำเป็นต้องปิดให้บริการลงชั่วคราวตามนโยบายของรัฐ และในเดือนเมษายน แผนกให้คำปรึกษาการตั้งครรภ์นี้ต้องรับมือกับเด็กมัธยมต้นและปลายจำนวนมากที่สุด นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2007

คุณ Hasuda Ken รองผู้อำนวยการของโรพยาบาล Jikei ได้ให้ความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เนื่องจากโรงเรียนของเด็กนักเรียนปิดเพราะเรื่องโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เด็ก ๆ จึงต้องอยู่แต่ในบ้าน” และ “สำหรับเด็ก ๆ บางคน นี่เป็นโอกาสสำหรับการประกอบกิจกรรมทางเพศ และนั่นอาจนำไปสู่การตั้งครรภ์แบบที่ไม่คาดคิด”

ในมุมหนึ่งเราอาจมองได้ว่า การที่เด็ก ๆ ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน จะทำให้โอกาสการมีเพศสัมพันธ์ลดลงเพราะไม่ได้พบปะกัน และเรื่องการที่คู่รักวัยเรียนจะอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันนี่เก็บมันกลับไปไว้ในการ์ตูนขายฝันเหมือนเดิมได้เลย แต่ว่าคุณ Hasuda ได้ให้ความเห็นว่า แม้เด็ก ๆ เหล่านี้จะไม่มีชั่วโมงเรียนหรือกิจกรรมนอกโรงเรียน แต่ว่าเพราะพวกเขาต้องอยู่บ้านทั้งวันในขณะที่ผู้ปกครองออกไปทำงาน หรือทำธุระนอกบ้าน เด็ก ๆ เหล่านี้สามารถชักชวนคู่รักเข้ามาที่บ้านและทำกิจกรรมทางเพศ รวมถึงการวางแผนกะเวลาให้กลับไปก่อนที่ผู้ปกครองจะกลับมาพบเห็นได้แบบไม่ยากลำบากนัก

จุดที่น่าสังเกตในข่าวนี้คือ นอกจากการที่แผนกให้คำปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ จะต้องคอยตอบคำถามของคนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่จริง ๆ แล้ว คำถามที่พวกเขาได้รับจากเหล่าเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ เช่น “มีเพศสัมพันธ์กันครั้งแรกจะท้องเลยหรือไม่” หรือ “ผมมีอะไรกันกับแฟน พอเช้าขึ้นมาเธอรู้สึกไม่สบาย” และคำถามที่แสดงให้เห็นถึงความกังวลของเหล่าวัยรุ่นเมื่อผลการตั้งครรภ์ออกมาเป็นบวก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนวัยรุ่นที่เข้ามาขอคำปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นในญี่ปุ่นทุกคนจะล้มเหลวในการรักษาระยะห่างทางระหว่างท่อนล่าง ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แผนกให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ โรงพยาบาล Jinkei ได้ให้คำปรึกษากับวัยรุ่นที่เข้ามาขอคำปรึกษาไป 75 ราย แต่ก็ยังถือว่าโตขึ้นเพียง 29% จากจำนวนของวัยรุ่นที่เข้ามาขอคำปรึกษาในปีก่อน และสำหรับเดือนเมษายนปีนี้ จากจำนวนผู้มาขอคำปรึกษาทั้งหมด มีผู้ขอรับคำปรึกษาที่เป็นวัยรุ่นอยู่ที่ 13% ถือว่าเป็นเกือบสองเท่าจากช่วงเวลาปกติ

การตอบสนองทางอารมณ์อย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกหากสิ่งที่พบอยู่ในทุกวันนั้นล้วนแต่นำพาความเครียดมาให้ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคร้ายอย่างในเวลานี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระลึกไว้เสมอคือการมีลูกเมื่อไม่พร้อม ชีวิตจะยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ก็ได้แต่หวังว่าเด็ก ๆ เหล่านี้จะมีความรู้ในวิชาสุขศึกษาอย่างเพียงพอ และรู้จักการป้องกันอยู่เสมอ

Source : Mainichi Shimbun, Yahoo! Japan News, Jin via Soranews24
Image: Irasutoya