ให้ท่อนบนทำงานดุจคนขยันแม้ต้องวิดีโอคอลช่วง Work From Home ส่วนท่อนล่างพร้อมนอนต่อ

ในเวลานี้ แม้จะมีบางส่วนเริ่มคลายล็อคให้ผู้คนกลับไปทำงานได้ตามปกติแล้ว แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่ยังต้องทำงานจากที่บ้านกันอยู่ เพื่อรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคมไม่ให้มีโอกาสแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้น
ซึ่งสำหรับมนุษย์ออฟฟิศ ที่การทำงานถูกโยกมาไว้ในห้องประชุมวิดีโอคอลผ่านระบบออนไลน์ ในปัจจุบันก็มีลูกเล่นแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงาน อย่างเช่นฉากหลังวิดีโอคอลที่หลายเจ้าต่างพากันแจกให้เอาไปใช้ เป็นต้น โดยการสร้างบรรยากาศในการทำงานด้วยฉากหลังนี้ ส่วนหนึ่งคือเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว และอีกส่วน ก็คือไม่ให้ใครรู้ว่าแม้ท่อนบนจะเป็นเสื้อเชิ้ตพร้อมทำงาน แต่ท่อนล่างกลับเป็นกางเกงชิลล์ ๆ ในโหมดพักผ่อนเต็มที่ ด้วยเช่นกัน

จะว่าไป ทำไมเราถึงต้องสวมแค่ครึ่งท่อนแบบนั้นล่ะ? นั่นคือคำถามที่บริษัท whatever.inc จากญี่ปุ่น คิดหาคำตอบมาตลอด และแล้วมันก็ออกมาเป็นสินค้าชิ้นใหม่ ที่จะทำให้การวิดีโอคอลประชุมของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเปลี่ยนชุด หรือต้องมาสวมชุดแบบครึ่งท่อนให้เสียเวลาอีกต่อไป

สินค้าชิ้นนี้ออกแบบโดยดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ LOKITHO คุณ Kimura Akihiko ข้อมูลโดยสังเขปคือ เป็นชุดนอนที่ครึ่งท่อนบนถูกทำออกมาให้ดูคล้ายเสื้อเชิ้ตทำงาน แต่ท่อนล่างเป็นชุดนอนชิลล์ ๆ ที่จะทำให้การสลับบทบาทระหว่างพนักงานคนขยันที่แม้ทำงานจากบ้านก็ยังสวมเสื้อเชิ้ต และบทบาทสายชิลล์ที่ยึดคติว่าชีวิตเป็นของเรา (เมื่อพ้นสายตาเจ้านาย) เป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น

ไม่มีใครสังเกตแน่นอนว่าท่อนล่างของเราเป็นชุดนอน เพราะมันไม่ติดไปในกล้องน่ะสิ!

แค่เพิ่มเน็คไทเข้าไป ก็หลอกตาได้ว่าเป็นชุดทำงานตัวเก่งแล้ว แค่ต้องระวังไม่ให้เผลอยกแขนขึ้นมาระหว่างวิดีโอคอลเท่านั้นเอง

ตัวชุดนอนถูกผลิตออกมาหลากหลายคู่สีกันไป ทั้ง เชิ้ตขาวxนอนเทา, เชิ้ตชมพูxนอนดำ และ เชิ้ตลายขาวน้ำเงินxนอนเทาดำ

และยังทำออกมาเป็นแบบ unisex ในราคาเพียงตัวละ 9,000 เยน (3,000 บาท) หรือพร้อมกางเกงนอนสวมใส่สบาย ในราคาทั้งชุดรวมแล้ว 12,000 เยน (4,000 บาท)

ชุดนอน Work From Home ตัวนี้ เป็นโปรเจกต์ Kickstarter ที่เปิดระดมทุนมาตั้งแต่วันที่ 7 – 21 พฤษภาคม โดยตั้งเป้าไว้ที่ 200,000 เยน ซึ่งในเวลาที่เขียนข่าวนี้ก็ได้รับทุนไปแล้ว 832,000 เยน ซึ่งตัวสินค้านั้นไม่ได้ตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าไว้ที่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะทางผู้จัดทำกล่าวว่าจะส่งออกมันไปยังต่างประเทศด้วย แม้จะเป็นในช่วงที่การส่งพัสดุข้ามประเทศ เป็นเรื่องที่ทำได้ยากอย่างในเวลานี้ก็ตาม

Source: SoraNews24
Images: Kickstarter/whatever inc.com