การบอกข้อมูลส่วนตัวทันทีโดยไม่ต้องถาม แท้จริงเป็นการประชดเสียดสีที่เกิดขึ้นจากการถูกเลือกปฏิบัติมาตลอดของลูกครึ่งรายหนี่งในญี่ปุ่น

สำหรับประเทศญี่ปุ่น ความคุ้นเคยต่อคนที่มีชาติพันธุ์หลากหลายซึ่งมาอาศัยในประเทศนี้อาจจะยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะกับคนชนบทที่มีความสงสัยและยังคงมีคำถามเดิม ๆ กับคนเหล่านี้จนพวกเขารู้สึกเหมือนถูกแบ่งแยกเชื้อชาติแบบกลาย ๆ

ไม่ใช่แค่คนต่างประเทศเท่านั้นกลุ่มคนที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า haafuu ก็ประสบปัญหาในส่วนนี้เนื่องจากหน้าตาของพวกเขาหลายคนไม่ได้คล้ายคลึงกับชาวญี่ปุ่นจนเขาต้องคอยตอบคำถามเดิม ๆ ที่แสนน่าเบื่อ

แอนนาสาวลูกครึ่งชาวญี่ปุ่นจึงได้มีไอเดียในการแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการทำ “บัตรพบกันครั้งแรก” ซึ่งตัวบัตรมีคำถามและคำตอบที่เธอมักจะถูกถาม เพียงเพราะเชื้อชาติของเธอไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งมันเป็นการแก้ปัญหาคำถามเดิม ๆ ที่เธอเจอมาตลอด และยังเป็นการบอกว่ามันดูไม่มีมารยาทกับการถามคำถามเหล่านี้ตรง ๆ โดยในบัตรเขียนเอาไว้ว่า

หน้าบัตร

“บัตรพบกันครั้งแรก
พ่อหรือแม่ที่เป็นชาวต่างชาติ : พ่อฉันเป็นชาวอเมริกัน
อยู่ญี่ปุ่นมากี่ปีแล้ว : 15 ปี
พูดภาษาอังกฤษได้ใช่ไหม : ใช่
ฝันที่จะใช้ภาษาอะไร : ทั้งสอง
ใช้ภาษาอะไรเวลาคิด : ตามภาษาที่พูดตอนนั้น”

หลังบัตร

“คุณชอบญี่ปุ่นหรืออเมริกา : ทั้งสองมีจุดที่ดีและแย่”
“นี่เป็นขนตาจริงของคุณใช่ไหม : ใช่”
“ฉันมักจะถูกถามคำถามเหล่านี้เมื่อพบกันครั้งแรก ฉันเบื่อที่จะต้องตอบทุกครั้งจึงได้ทำบัตรใบนี้ขึ้นมา สำหรับผู้ที่ถามคำถามเหล่านี้ฉันมีเรื่องจะขอร้อง มันเป็นเรื่องหยาบคายที่ถามเรื่องรูปลักษณ์หรือเชื้อชาติเมื่อพบกันครั้งแรก จากนี้ถ้าอยากจะถามคนอื่น ๆ ด้วยคำถามแบบนี้ โปรดนึกถึงบัตรใบนี้เอาไว้นะ”

แอนนากล่าวว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้บัตรใบนี้ไป คือลุกขึ้นและเดินจากไปทันที มีความรู้สึกหลากหลายแบบเกิดขึ้นจากคนที่ได้รับบัตรนี้ อย่างชายคนหนึ่งกระดกลิ้นและขว้างบัตรใบนี้กลับมาหาเธอพร้อมบอกว่า “คุณไม่ควรให้บัตรใบนี้กับใคร” แต่ในทางกลับกันผู้หญิงกลับดูมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นและหลายคนแสดงความประหลาดใจพร้อมออกมาขอโทษทันที ในขณะที่บางคนพยายามอธิบายว่าทำไมต้องถามคำถามแบบนั้นกับคนอื่น หลายคนเข้าข้างเธอและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่เธอเบื่อหน่ายกับการต้องตอบคำถามเหล่านี้

ในส่วนของคนออนไลน์ต่างมีความเห็นที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น

“บัตรใบนี้เป็นไอเดียที่สุดยอด ฉันชอบนะ เพราะเวลาเจอคำถามแบบนี้ ฉันต้องพยายามยิ้มเสมอเวลาตอบ”
“สิ่งนี้เกิดขึ้นกับฉันเช่นกัน มันแปลกที่เวลาคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันมาพูดคุย แล้วก็แสดงอาการอยากรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของครอบครัวทันที ทำไมฉันต้องมาบอกเรื่องส่วนตัวให้คนแปลกหน้ากัน”
“คำว่า half (ลูกครึ่ง) ที่ใช้ในญี่ปุ่น จริง ๆ มันคือการเหยียดเชื้อชาติอย่างหนึ่ง”
“มันเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าเราไม่ควรพูดคุยเกี่ยวกับรูปลักษณ์ เมื่อคุยกับใครก็ตาม”
“คนญี่ปุ่นหลายคนไม่สามารถจินตนาการได้ว่าลูกครึ่งชาวญี่ปุ่นจะไม่ถูกถามด้วยคำถามเหล่านี้ มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่พวกเขารู้ว่ามันคือการเลือกปฏิบัติแม้ไม่ได้มีเจตนา”

การเลือกปฏิบัติโดยไม่ได้เจตนา เป็นสิ่งที่ลูกครึ่งชาวญี่ปุ่นพบเจอครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าจะมีบทสทนาที่สุภาพ, เป็นมิตร หรือมาจากความไร้เดียงสา แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช่การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

การกระทำที่กล้าหาญของแอนนาในการทำบัตรแนะนำตัวขึ้นมา และแบ่งปันให้คนอื่นได้ตระหนักถึงปัญหา และการบอกกล่าวให้คนในญี่ปุ่นเลิกพฤติกรรมการ “เลือกปฏิบัติโดยไม่ได้เจตนา” ได้นั้น กว่าจะสำเร็จคงอีกยาวไกลนัก

มันดูจะเป็นความท้าทายที่ต้องฝ่าทางตันในการลบล้างความคิดแนวแบ่งแยกเชื้อชาติของชาวญี่ปุ่น เพราะแม้แต่คนที่มีชื่อเสียงแต่เป็นลูกครึ่งอย่างคุณ Osaka Naomi ก็ยังถูกถามด้วยคำถามเหล่านี้ แต่หากเราเลือกจะเดินตามรอยเท้าของแอนนา ทำอะไรมากกว่าการยิ้ม วันที่ “บัตรพบกันครั้งแรก” แบบนี้กลายเป็นสิ่งที่หมดความจำเป็น อาจจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

Source : Japantoday