เชื่อเถอะ บางทีการรวบรวมความกล้าเข้าไปคุยตรง ๆ อาจจะง่ายกว่า ประหยัดกว่า และถูกกฎหมายมากกว่าวิธีนี้

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมาหญิงสาววัย 43 ปีรายหนึ่งได้เดินออกมาจากซูเปอร์มาเก็ตในแถบฮิงาชิอุระ จังหวัดไอจิ และได้ขับรถออกไปแต่ไปได้ไม่ไกลนักเมื่อเธอสังเกตเห็นได้ว่ายางล้อรถฝั่งที่นั่งคนขับของเธอนั้นแบนเรียบ เหมือนถูกปล่อยลม

และในระหว่างที่กำลังตรวจหาสาเหตุ ก็มีรถคันหนึ่งที่ขับโดยนายฮาราดะ โยชิโตะ วัย 32 ปี ผู้ที่ขอเข้ามาช่วยเธอเปลี่ยนยาง ซึ่งท่ามกลางเหตุการณ์อันเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตต่อคแปลกหน้าในครั้งนี้ เธอกลับรู้สึกเดจาวูเหมือนเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อนเธอก็เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป๊ะ ๆ มาแล้ว

ในขณะที่ยังไม่แน่ใจว่านี่เป็นเพียงเหตุบังเอิญหรือไม่ เธอก็ได้เลือกที่จะเข้าแจ้งเรื่องนี้กับทางตำรวจ ซึ่งนำมาสู่การสืบสวนจากกล้องวงจรปิดต่อ และได้พบว่าแท้จริงแล้วนายฮาราดะได้ลงมือกรีดยางรถของเธอ ณ บริเวณที่จอดรถของซูเปอร์มาเก็ต หลังจากนั้นก็ได้ขับรถตามเธอออกมาจนถึงจุดที่ยางของเธอรั่วจนไม่สามารถขับต่อไปได้ เพื่อฉวยโอกาสให้เขากลายเป็นพลเมืองดีคนแรกที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือเธอได้

จากข้อมูลของทางตำรวจนายฮาราดะให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยให้เหตุผลว่าทำลงไปเพราะต้องการสร้างสถานการณ์ให้ได้รู้จักกับหญิงสาวรายนี้

รายงานข่าวคดีของนายฮาราดะ จากทาง ANN News

และหลังจากนี้คือจุดที่คดีนี้เริ่มมีความลึกยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อข้อมูลจากชั้นศาลได้ออกสู่สาธารณะ ในหมู่ชาวเน็ตก็มีผู้สังเกตว่าคดีนี้มีความคล้ายคลึงกับคดีที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2013 ซึ่งผู้ต้องสงสัยในคดีนั้นก็บังเอิญชื่อฮาราดะ โยชิโตะเหมือนกัน แถมยังก่อเหตุในเมืองเดียวกับคดีในครั้งนี้อีกด้วย

ถ้าหากลองคิดว่านี่ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องบังเอิญระหว่างสองคดีนี้ ชายคนนี้ได้เคยก่อเหตุแบบเดียวกันเมื่อ 7 ปีก่อน และในความเป็นจริงแล้วในการจับกุมครั้งนั้นทนายความของนายฮาราดะได้เคยระบุไว้ว่าลูกความของเขาอาจเคยก่อเหตุแบบเดียวกันมาร่วม 1,000 ครั้งแล้ว

ซึ่งในเคสก่อนหน้า นายฮาราดะได้รอดพ้นจากการถูกจำคุกไปด้วยการจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายบางส่วนที่เข้าแจ้งความ รายละ 30,000 เยน พร้อมทั้งยอมรับการถูกติดตั้งอุปกรณ์เพื่อจับตาดูพฤติกรรม อย่างเช่นการติดตั้งตัวติดตาม GPS เพื่อให้ผู้ปกครองของเขาสามารถคอยตรวจสอบได้ว่าเขาจะไม่ออกไปก่อปัญหาอีก

แต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอเพราะหลังจากนั้นในปี 2016 เขาก็ถูกจับกุมอีกครั้งหลังจากเหยื่อได้พูดคุยกับคนรู้จักที่ก็บังเอิญได้รับการช่วยเหลือแบบเดียวกันจากชายวัย 28 ปีคนหนึ่งเมื่อปี 2015 ซึ่งนั่นนำไปสู่การสืบสวนเชื่อมโยงไปถึงคดีเมื่อปี 2013

คลิปสรุปเกี่ยวกับการจับกุมเมื่อปี 2016

นอกเหนือไปจากเรื่องความผิดทางอาญาแล้ว ตลอดเวลาร่วมทศวรรษในการก่อเหตุแต่ละครั้ง ทำให้เจ้าตัวต้องสูญเงินเพื่อเป็นค่าเสียหายในการเปลี่ยนยางให้แก่ผู้เสียหายหลายราย แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยจีบใครติดด้วยวิธีนี้เลยสักครั้งเดียว เรียกได้ว่าหากนี่เป็นการทดลอง ตัวเลขจำนวนครั้งในการทดลองนี้ก็คงเป็นดัชนีชี้วัดที่มากพอแล้ว ว่าคุณไม่สามารถหวังที่จะสานความสัมพันธ์ ด้วยการเริ่มที่แกล้งกรีดยางรถของคนอื่นได้

อีกจุดที่ไม่รู้ว่าจะขำดีไหม คือตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมานายฮาราดะก่อเหตุมากครั้งพอที่ทำให้วนมาเจอกับเป้าหมายรายเดิมซ้ำสอง หรือแม้แต่กับผู้เสียหายสองรายที่รู้จักกันเอง ซึ่งชาวเน็ตเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธในการกระทำของเขา กลับกันพวกเขารู้สึกไปทางสมเพชเสียมากกว่า

“เป็นคนที่ไม่มีขีดจำกัดในการที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดเลยจริง ๆ”
“ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าทัณฑ์บนของเขาจะมีโอกาสถึงวันหมดอายุหรือไม่”
“นั่นมันอย่างกับเจมส์ บอนด์เลย”
“เขาต้องมีทักษะในการเปลี่ยนยางที่เยี่ยมยอดมากแน่ ๆ”
“ก็แค่พวกวิตถาร”
“บางทีแค่นั้นก็อาจจะเป็นจุดอิ่มตัวที่เขาต้องการแล้ว เขาอาจจะเป็นพวกเสพติดการถูกหญิงสาวขอบคุณก็เป็นได้”
“เขาน่าจะลองขโมยอานจักรยานดูบ้างนะ แล้วพอพวกเธอเจอปัญหาจนไปไหนไม่ได้เขาก็ขับผ่านมาพร้อมหยิบยื่นอานอันใหม่ให้แบบหล่อ ๆ”
“ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าเขาลืมรึเปล่า จนถึงกับลงมือก่อคดีกับเหยื่อรายเดิม”
“ปกติแล้วการรวบรวมความกล้าเข้าไปพูดด้วยตรง ๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่สิ้นเปลืองน้อยกว่า ได้ผลกว่า (และถูกกฎหมาย) นี่มันควรจะเป็นเรื่องของสามัญสำนึกไม่ใช่เรอะ”

การที่ไปสร้างความเสียหายให้แก่ยานพาหนะของผู้อื่นซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่นั้นเป็นเรื่องที่ถึงไม่ต้องบอกก็ควรรู้ว่าไม่ควรทำไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ถ้าเกิดมีใครสักคนคิดที่จะทำอะไรแบบนี้เพื่อหวังจีบหญิงก็ขอให้ดูตัวอย่างไว้ว่ามีคนทดลองให้แล้ว และในพันครั้งก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง

Source: Tokai TV, Real Live, Itai News, Yukoku Shakaito via Soranews24