เมื่อซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดเกิดความสงสัย ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมเราทุกคนถึงไม่สวมหน้ากากอนามัยกันให้เป็นปกติ

ในขณะที่โลกกำลังรอการมาถึงของวัคซีนที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา ท่ามกล่างสถานการณ์ที่จำนวนผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ คำถามที่ว่าการสวมหน้ากากอนามัยนั้นจำเป็นแค่ไหน ก็ยังไม่หายไปจากหลายสังคมในทั่วโลก

อย่างเช่นในญี่ปุ่น ที่โดยปกติพวกเขาก็สวมหน้ากากอนามัยกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลแสนง่ายดายว่าการปิดปากและจมูกจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่กลับกันในมุมความคิดหนึ่งจากประเทศอื่น ๆ การสวมหน้ากากอนามัยนั้นกลับถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญและแนวคิดที่ว่าไม่ป่วยไม่จำเป็นต้องป้องกัน เป็นเหตุผลในการไม่สวมหน้ากากอนามัย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางองค์การอนามัยโลก (WHO) เองก็มีส่วนในการสร้างความสับสนในช่วงแรกของการระบาด กับการให้คำแนะนำที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัย จนกระทั่งได้มีการแก้ไขให้ชัดเจนขึ้น ว่าควรสวมหน้ากากอนามัย (ที่ไม่ใช่อุปกรณ์ทางแพทย์) เมื่อต้องเข้าไปอยู่ที่บริเวณที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค และในสถานการณ์ที่ต้องใกล้ชิดกับผู้อื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่นบนรถโดยสาร ร้านค้า หรือในพื้นที่ปิดใด ๆ และในบริเวณที่มีผู้คนรวมตัวกันอย่างแออัด

ถึงแม้ WHO จะมีการแสดงออกที่ช้าไปสักหน่อยสำหรับการตระหนักถึงประโยชน์ของหน้ากากอนามัยในการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะช้าตามพวกเขาไปด้วย อย่างเช่นในวงการฮออลีวูด ดาราชายชื่อดัง Brad Pitt ได้มาร่วมงานอีเวนท์งานหนึ่งในโตเกียวเมื่อปีก่อน กล่าวคือเป็นเวลาไม่กี่เดือนก่อนที่ชื่อของ COVID-19 จะเป็นที่รู้จักไปทั่ว และภายในงานนั้น เจ้าตัวได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้

งานอีเวนท์ดังกล่าวคืองานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Ad Astra (ภารกิจตะลุยดาว) เมื่อวันที่ 12 กันยายน เมื่อ Brad ที่กำลังอยู่บนเวที ได้สังเกตว่าผู้คนมากมายที่มาร่วมงานต่างสวมหน้ากากอนามัยกันอยู่ เจ้าตัวก็ได้หยุดให้สัมภาษณ์ พร้อมกับกล่าวอะไรสักอย่างเกี่ยวกับหน้ากกากอนามัยเหล่านั้น ดังนี้ (ช่วงนาทีที่ 7:57 ของคลิป)

ในคลิป Brad กล่าวว่าตอนที่เขามาถึงญี่ปุ่นครั้งแรก เขาเห็นผู้คนสวมหน้ากากอนามัยในสนามบิน ทีแรกเขาก็สงสัยว่าทำไมคนเหล่านี้ระแวงเกิดเหตุเสียจริง แต่หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนความคิดไป ดังที่เขาบอกว่า

“ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าการที่เราสวมหน้ากากอนามัยในตอนที่เป็นหวัด เพื่อปกป้องคนรอบตัวเอาไว้ไม่ให้เจ็บป่วยจากเรา เป็นการกระทำที่รอบคอบมาก และผมไม่รู้ว่าทำไมผู้คนทั้งโลกถึงไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่หันมาทำแบบนี้กันบ้าง”

โดยปกติแล้วผู้คนในญี่ปุ่นต่างสวมหน้ากากอนามัยกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของโรคหวัด หรือไข้หวัด ไปสู่ผู้อื่น และไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหน้ากากอนามัยนี้ก็มีประโยชน์ในหลาย ๆ สถานการณ์เช่นกัน อย่างเช่นในช่วงที่ไข้ละอองฟางระบาด หรือในวันที่มลพิษทางอากาศสูง ๆ การสวมหน้ากากอนามัยยังช่วยให้เกิดความสะดวกในการหายใจ หรือแม้แต่ในวันที่อากาศหนาวเย็น หน้ากากอนามัยก็ช่วยรักษาความอบอุ่นไว้ให้กับใบหน้าของเราได้ และต่อให้ไม่เกี่ยวกับสภาพอากาศ หากวันไหนขี้เกียจ หรือลืมแต่งหน้าออกมาจากบ้าน หน้ากากอนามัยก็จะช่วยปิดบังใบหน้าให้เราได้เช่นกัน

พอมาถึงวันนี้ วันที่มีการระบาดของไวรัสจนทำให้การสวมหน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งจำเป็นโดยไม่ต้องอาศัยเหตุผลข้างต้นเหล่านั้นอีกต่อไป การพกพาหน้ากากอนามัย การจัดหาให้มีหน้ากากอนามัยพร้อมอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงทั้งในระดับประชาชนอย่างเรา ๆ ไปจนถึงระดับภาครัฐ เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยปกป้องทั้งตัวเราเอง และคนรอบข้าง แถมยังเป็นโอกาสสำหรับคนที่มีฝีมือทางด้านศิลปะ ในการทำหน้ากากผ้าสวย ๆ ออกมาเป็นแฟชันได้เหมือนกัน

Source: YouTube/Maidigitv via SoraNews24