หน้าร้อนในญี่ปุ่นนั้นมีสิ่งที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของหน้าร้อนอยู่หลายอย่างเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเสียงของจักจั่น, การใส่ชุดชุดยูกาตะไปเที่ยวเทศกาลหน้าร้อน และแน่นอนที่ขาดไม่ได้กับงานชมดอกไม้ไฟ

แต่น่าเสียดายที่หน้าร้อนในปีนี้ งานชมดอกไม้ไฟหลายงานมีอันต้องถูกยกเลิกไป ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องยอมแพ้จากความโรแมนซ์ประจำหน้าร้อนในปีนี้ไปซะทีเดียว เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณสามารถชมความงามของดอกไฟได้แม้นั่งอยู่ในบ้านกับแก้วน้ำ และจอกสาเกลายดอกไม้ไฟเปลี่ยนสีได้อันนี้

สินค้าชุดนี้ถูกผลิตขึ้นโดยแบรนด์เครื่องปั้น Marumo Takagi เจ้าเดิมกับที่เคยทำจอกสาเกดอกซากุระบานที่กลายเป็นกระแสในทวิตเตอร์ไปเมื่อก่อนหน้านี้ มาในคราวนี้พวกเขาได้จับความงามของดอกไม้มาไว้ไม่เพียงแต่บนจอกสาเก แต่ยังรวมไปถึงแก้วแบบต่าง ในชื่อซีรีส์ว่า “Reikan Hanabi” หรือ “ดอกไม้ไฟเย็น” โดยลวดลายบนแก้วจะเปลี่ยนสีเป็นดอกไม้ไฟสีสันงดงามได้เพียงแต่เทน้ำเย็นลงไปในแก้ว

โดยสินค้าชุดนี้ออกมาให้เลือกเป็นเจ้าของกันหลายรูปแบบด้วยกันโดยที่ทั้งหมดจะวางจำหน่ายเป็นคู่ ชุดแรกมาในรูปแบบของจอกสาเกสีขาว และดำ ซึ่งจะมีลายดอกไม้ไฟอยู่ก้นแก้ว แค่เพียงรินสาเกเย็นลงไปลายดอกไม้ไฟก็จะเปลี่ยนเป็นสีชมพู, ฟ้า, เขียว, เหลือง และม่วงราวกับดอกไม้ไฟระเบิดออกมาเบื้องหน้าคุณ ชุดจอกสาเกราคาชุดละ 3,300 เยน

ชุดที่สองมาเป็นแก้วทรงเตี้ยที่นิยมใช้ดื่มสาเกเช่นกัน โดยที่ลายดอกไม้ไฟจะอยู่บริเวณด้านข้างของแก้วโดยที่รูปแบบแก้วจะมีการเปลี่ยนสีที่ช้ากว่าแบบจอกสาเกแต่ความสวยงามนั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยโดยแก้วชุดที่สองนี้จะมีให้เลือกแบบมีถ้วยอคริลิคมาสุสำหรับรองรับสาเกที่ล้นออกมาพ่วงมาในชุดที่ราคา 4,950 เยน และแบบมีแค่แก้วสองใบในราคา 3,300 เยน

แบบที่สามมาในรูปแบบของแก้วแชมเปญน์ที่มีให้เลือกทั้งแบบพ่วงถ้วยกันล้นในราคา 7,150 เยน และแบบแก้วอย่างเดียวในราคา 5,500 เยน เหมาะแก่การนำมาใช้ในงานฉลองช่วงหน้าร้อนเป็นอย่างมาก

สำหรับแบบสุดท้ายนั้นมาเป็นแก้วทรงสูงเหมาะกับการใช้ดื่มเบียร์ หรือมิกซ์แบบต่าง ๆ ไปจนถึงน้ำอัดลม และน้ำเปล่า โดยมีความจุมากถึง 360 มิลลิลิตร ในราคาเพียงคู่ละ 5,500 เยน

สินค้าทั้งหมดสามารถซื้อได้จากหน้าร้านออนไลน์ของ Marumo Takagi บนเว็บไซต์ Yahoo Shop และ Base Shop แต่ก็มีบางรุ่นที่ขายหมดไปแล้วเหมือนกัน ถ้าอยากได้ก็จงอย่ารอช้า

Source: Marumo Takagi via JapanToday