เพื่อให้ไปถึงฝันในเวลาเพียงแค่สิบปี ญี่ปุ่นอาจต้องเฟ้นหาบริษัทที่มีศักยภาพสูงระดับยูนิคอร์นในเทพนิยาย

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศให้ 4 พื้นที่ของญี่ปุ่นเป็นเมืองฐานที่มั่นระดับโลกซึ่งจะมีความสำคัญเทียบเท่ากับ Silicon Valley ของสหรัฐอเมริกาโดยที่การพัฒนาเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจะได้รับการลงทุนอย่างเต็มที่จากบริษัทร่วมทุนต่าง ๆ

โดยการจัดตั้งในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสี่พื้นที่นี้กลายเป็นจุดศูนย์รวมของการลงทุนสตาร์ทอัพ และเป็นสสัญญานดึงดูดเหล่าคนรุ่นใหม่ผู้มีหัวคิดก้าวไกล เรียกได้ว่าเป็นหนทางที่น่าสนใจอย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยีของญี่ปุ่นรวมไปถึงการช่วยฟื้นฟูเขตชนบทหลายแห่งที่กำลังจะตายลงจากอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ลองมาดูกันว่าพื้นที่ทั้งสี่มีแถบไหนกันบ้าง

  • บริเวณ์รอบเมืองโตเกียว อย่างโยโกฮาม่า, สึคุบะ และอิบารากิ
  • ส่วนกลางของจังหวัดไอจิ อันประกอบไปด้วยนาโงย่า และฮามามัตสึ
  • แถบคันไซ อันประกอบไปด้วยโอซาก้า โกเบ และเกียวโต
  • สีเมืองรอบฟุคุโอกะ ซึ่งจะมีการพิจารณาในภายหลัง

อย่างไรก็ตามเมืองที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นที่สุดของญี่ปุ่นนั้นประกอบไปด้วยโตเกียว, โยโกฮาม่า, โอซาก้า, นาโงย่า, ซัปโปโร, ฟุคุโอกะ, โกเบ และเกียวโต ซึ่งถือได้ว่าเป็นบริเวณอุดมไปด้วยธุรกิจต่าง ๆ และเป็นเป้าหมายในการย้ายเข้ามาของผู้คนจากชนบท ซึ่งดูจากรายชื่อเมืองแล้วก็อาจจะไม่ต่างจากเดิมนัก แต่อาจจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากขึ้น

แต่อย่างน้อยการปรับปรุงพื้นที่ให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจเหมือนอย่าง Silicon Valley ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นไปได้ไกลได้ และแน่นอนว่าด้วยเรื่องที่ Silicon Valley เป็นเหมือนผลผลิตจากการทุ่มทุนของรัฐบาล, สถาบันการศึกษา และกองทัพสหรัฐตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา และได้ปรับเปลี่ยนรูปร่างมาหลายทศวรรษตามการเปลี่ยนแปลงของทิศทางในสังคม ซึ่งดูแล้วญี่ปุ่นก็ไม่น่าจะทำให้เกิดอะไรที่เทียบเคียงขึ้นได้ราวกับเสกออกมาด้วยเวทมนตร์ใน 5 พื้นที่ด้วยระยะเวลาที่น้อยกว่า 10 ปีได้

และนั่นคือกรอบเวลาที่ทางรัฐบาลได้ตั้งไว้ให้แต่ละพื้นที่ต้องทำให้เกิดบริษัทระดับยูนิคอร์น หรือก็คือบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงกว่าพันล้านดอลล่าสหรัฐก่อนที่จะออกสู่สาธารณะ และด้วยในปัจจุบันที่มีบริษัทระดับยูนิคอร์นจากทั่วโลกอยู่ 475 ที่ ในญี่ปุ่นนั้นเป็นที่ตั้งของแค่เพียง 3 บริษัท ในขณะที่เป็นของจีนถึง 123 บริษัท และสหรัฐ 225 บริษัท

บริษัทระดับยูนิคอร์นของญี่ปุ่นในปัจจุบันประกอบไปด้วยองค์กรด้านปัญญาประดิษฐ์ Preferred Networks, แอพแลกเปลี่ยนคริปโต้ Liquid และแอป SmartNews

คำจำกัดความธุรกิจว่าเป็นระดับยูนิคอร์นนั้นมาจากตำนานความหาตัวได้ยากของม้ายูนิคอร์นที่เป็นสัตว์เวทมนตร์อันไม่อาจคาดเดาได้ จึงอาจพูดว่าด้วยกรอบเวลาที่ถูกตั้งไว้นั้นอาจจะไม่น่าเป็นไปได้ที่จะทำได้ตามเป้า

แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนชาวญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนการเดินหน้าในครั้งนี้ของทางรัฐบาล หรือจริง ๆ แล้วพวกเขาแค่ประชดก็อาจจะบอกได้ยากเหมือนกัน

“ว้าว!!!!”
“ถึงเวลาของญี่ปุ่นบ้างแล้ว!”
“โอ้วเยี่ยม โตเกียวตอนนี้กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก”
“นั่นมันเยอะไปหน่อยนะ พวกเขาน่าจะมุ่งเป้าไปที่ที่เดียวก่อน”
“แต่ฉันอยู่โตเกียวอยู่แล้ว”
“นี่มันช้าไป 50 ปีแล้ว”
“หวังว่านี่จะทำให้ชิบูย่ากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง”
“Silicon Valley ตั้งอยู่คนละฝากของประเทศกับนิวยอร์ก และ เซินเจิ้นเองก็ตั้งอยู่คนละฝากกับปักกิ่ง และไหงพวกเขาถึงมาตั้งของประเทศเราในโตเกียว”
“ฮอกไกโดโดนป่วนอีกแล้ว”

การสบประมาทต่อโครงการนี่อาจจะเป็นการด่วนสรุปไป แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีประสบการณ์คล้าย ๆ กันมาก่อนอย่างโครงการ Cool Japan ที่ตั้งเป้าเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นสู่สากลโลก แต่กลับศูนย์เงินทุนจำนวนไปกับผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจเท่าไหร่นัก

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าในท้ายที่สุดนี้โครงการนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน และญี่ปุ่นจะได้มี Silicon Valley ของตัวเองจริง ๆ หรือไม่

Source: NHK, Sankei News, Kinisoku via Soranews24