เข้าค่ายฝึกซ้อม ไปซื้อของกิน ล้อมวงกองไฟบาร์บีคิว ประสบการณ์ชีวิต ม.ปลาย ที่ผู้ต้องหาคดีวางเพลิงอ้างว่าการ์ตูนดังลอกงานเขามา

จากกรณีการลอบวางเพลิงอาคารสตูดิโอที่ 1 ของ Kyoto Animation เมื่อปีก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 36 ราย ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย จนเวลาผ่านไป 1 ปี เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ได้มีการจัดพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตที่บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีผู้เข้าร่วมงาน 85 ราย เป็นผู้เกี่ยวข้องและครอบครัวของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สำหรับแฟน ๆ ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงาน ทางสตูดิโอก็ได้จัดไลฟ์สดวิดีโองานไว้อาลัย ประกอบไปด้วยข้อความจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และจากทางสตูดิโอ ให้แฟน ๆ ได้ร่วมไว้อาลัยกันในโลกโซเชียล

ส่วนทางนายอาโอบะ ชินจิ (42) ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว หลังจากถูกควบคุมตัวในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเพลิงไหม้ ก็เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอยู่นานจนกระทั่งอาการทรงตัว จึงได้มีการแจ้งข้อหาและจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนทางกฎหมาย ในวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับการประเมินโดยจิตแพทย์ว่าเจ้าตัวอยู่ในสภาพที่สติสัมปชัญญะครบถ้วน สามารถรับรู้ดีชั่วในขณะที่ลงมือก่อเหตุได้

สำนักข่าวบุนชุนรายงานว่า นายอาโอบะ ชินจิ ผู้ต้องหา ได้อ้างเหตุผลในการลงมือวางเพลิงครั้งนี้ว่าตัวเขาถูกทางสตูดิโอ Kyoto Animation ขโมยผลงานไป จากการสืบสวนเพิ่มเติมในจำนวนผลงานทั้งหมดของทางสตูดิโอ ทำให้ทราบว่าผลงานที่ผู้ต้องหาอ้างถึง คือเรื่อง “Tsurune – Kazemai Koukou Kyuudou-bu”

แอนิเมชันเรื่องดังกล่าว มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มเด็กหนุ่มชมรมยิงธนู ที่สร้างขึ้นจากฉบับนิยาย (ตีพิมพ์เมื่อปี 2016) เจ้าของรางวัลชนะเลิศในงานประกวด Kyoto Animation Grand Prize จนต่อมาได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นฉบับแอนิเมชัน ออกฉายเมื่อเดือนตุลาคม 2018 – มกราคม 2019 ทางช่อง NHK

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต เมื่อได้ทราบชื่อผลงานเจ้าปัญหา ทางฝั่งเกียวอนิเองได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ว่าไม่มีส่วนใดที่ไปเหมือนกับงานของผู้ต้องหาเลยแม้แต่น้อย จริงอยู่ที่ผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในผู้ส่งผลงานนิยายเข้าประกวดกับทางสตูดิโอ แต่เนื่องจากความผิดพลาดในการกรอกเอกสารที่ไม่เป็นไปตามกติกาของผู้จัดอย่างครบถ้วน ทำให้ถูกคัดตกรอบไปโดยยังไม่ทันได้พิจารณาตัวผลงาน การที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามีการลอกเลียนแบบในส่วนของ “ชีวิตในรั้วโรงเรียน” ก็ไม่ได้มีการอ้างถึงเนื้อหาในส่วนของชมรมยิงธนูที่มีอยู่ภายในเรื่อง จึงพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดการลอกเลียนแบบขึ้น กระนั้น นายอาโอบะก็พยายามย้ำว่ามีการลอกเลียนขึ้นจริง อยู่ใน “ฉากหนึ่ง” ของเรื่อง

จึงเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องในการค้นหาว่า “ฉากหนึ่ง” ที่ว่านั้นอยู่ตรงไหน จึงได้พบว่ามันคือฉากหนึ่งในตอนที่ 5 ของฉบับแอนิเมชัน ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2018 ช่วงเที่ยงคืน

จากการสืบสวนพบว่า ในคืนวันที่ Tsurune ตอน 5 ออกอากาศ ผู้ต้องหาได้โพสต์ข้อความลงในเว็บบอร์ดนิรนามแห่งหนึ่งว่า 《すげえ ツルネでもパクってやがる ここまでのクズども見たことねえ つくづく、相容れない》 (“โอ้โห แม้แต่ Tsurune เองก็ลอกงานชาวบ้านเขามาเหรอ ไม่เคยเจอถึงขั้นที่ว่าลอกกันขนาดนี้เลย ยอมไม่ได้แล้ว”) ซึ่งเมื่อพิจารณาเนื้อหาภายในตอน มีฉากหนึ่งที่ผู้ต้องหาอ้างว่าถูกลอกมา คือฉากที่หนุ่ม ๆ ชมรมยิงธนูกำลังเข้าค่ายฝึกซ้อม หลังจากที่พวกเขาดูแลจัดเก็บอุปกรณ์กีฬายิงธนูเสร็จสิ้น ก็แวะไปซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อข้าวของกลับมา ลงอ่างน้ำร้อน แล้วจึงล้อมกองไฟจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน

ซึ่งดูอย่างไรมันก็เป็นเรื่องราวปกติในชีวิตประจำวันของนักเรียนมัธยมปลาย แม้ผู้ต้องหาจะยืนยันว่าฉากออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้เกิดจากการลอกผลงานอื่นมา แต่จากการสอบสวนก็ไม่พบว่ามีส่วนใดตรงกับนิยายผลงานของผู้ต้องหาเลยแม้แต่น้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสันนิษฐานว่าผู้ต้องหาอาจเป็นฝ่ายทึกทักไปเองข้างเดียว

เกี่ยวกับประวัติของผู้ต้องหา นายอาโอบะ ชินจิ พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวยังอยู่ชั้นประถม พอขึ้นชั้นมัธยมก็ขาดเรียนเป็นว่าเล่นจนแทบไม่มีตัวตนอยู่ในชั้นเรียน พอถึงชั้นมัธยมปลายก็เข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายแบบพาร์ทไทม์ เมื่อเรียนจบมาจึงทำงานรับจ้างโพสต์ข้อความโฆษณาและแจกใบปลิวโฆษณา มีงานอดิเรกคือความชื่นชอบในรถไฟ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วางเพลิงนี้ขึ้น เจ้าตัวได้เดินทางไปเที่ยวตามรอยแอนิเมชัน Hibike! Euphonium ซึ่งหลังจากเกิดเหตุขึ้น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับผลงานของสตูดิโอเกียวอนิที่เจ้าตัวสะสมอยู่ที่บ้านได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจริบไว้เป็นหลักฐานในคดี จากการสะสมสิ่งของเหล่านี้บอกได้ว่าเขาชื่นชม และชื่นชอบสตูดิโอนี้มาก

กระนั้น จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกให้เราทราบว่าหลังจากเกิดเหตุแล้ว ผู้ต้องหาก็ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษผู้เสียหาย ทั้งผู้ที่บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และญาติที่เกี่ยวข้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว

Source: Bunshun Online via Yahoo! News