การลดวุฒิมาสมัครงาน ในมุมลูกจ้างอาจมองว่ายังดีที่มีงานทำ แต่กับนายจ้างที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมแบบญี่ปุ่น อาจเป็นปัญหาใหญ่

ไม่ว่าจะมองมุมไหน การสมัครงานด้วยข้อมูลปลอมบนเรซูเม่นั้นไม่มีทางเป็นเรื่องดี แต่ในบางกรณีอย่างเช่นการลดวุฒิให้ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อให้ได้งานทำนั้นก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ชินตาในประเทศอื่น ๆ แต่ไม่ใช่กับญี่ปุ่น ที่อาจมีมุมมองอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่าการหาคนมาทำงานให้พอสำเร็จ ๆ ไป แล้วก็จบ

อย่างเช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโก มีชายคนหนึ่งถูกเชิญออกจากงานเพราะแจ้งข้อมูลเท็จในใบสมัครงาน เมื่อ 24 ปีที่แล้ว ชายคนดังกล่าวอายุ 48 ปี เป็นพนักงานในสำนักงานประปาท้องถิ่น เรียนจบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่เขาระบุไว้ในใบสมัครงานว่าตัวเขาเรียนจบชั้น ม.ปลาย ในตอนที่มาสมัครงานเมื่อปี 1996 และได้เข้ามาทำงานในที่สุด

เราอาจมองว่าการที่เขาเรียนจบชั้นสูงกว่าไปแล้ว การยื่นสมัครงานด้วยวุฒิที่ต่ำกว่าก็เป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน เพราะถือว่าได้ผ่านการเล่าเรียนศึกษาความรู้ในระดับชั้นตามที่คุณสมบัติต้องการแล้ว แต่ผลที่ตามมาคือเขาถูกไล่ออกจากงาน ไม่ใช่ว่าเพราะวุฒิการศึกษาไม่ถึง แต่เพราะวุฒิสูงเกินไป (แถมยังปกปิดเอาไว้) ต่างหาก กอปรกับในสมัยนั้น ตำแหน่งที่เจ้าตัวสมัครเข้าไปมีการระบุว่าเป็นตำแหน่งที่รับเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาในระดับชั้น ม.ปลาย เท่านั้น (ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานในญี่ปุ่นสูงสุดอยู่ที่ชั้น ม.3) ถ้าให้มอง ก็เหมือนเป็นงานที่มีไว้ให้เหล่าวัยรุ่นนักเรียนเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับอาจารย์ หรือคนที่เก่งกาจกว่าเด็ก ๆ เหล่านั้น

ชายวัย 48 ปีคนดังกล่าวระบุว่าในตอนที่เขามาสมัครงาน ก็ไม่ได้คิดเลยว่าการที่วุฒิการศึกษาตามจริงของเขาที่สูงกว่าความต้องการของคุณสมบัติ จะกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ในวันนี้ อย่างไรก็ดี การค้นพบนี้เริ่มต้นมาจากเหตุการณ์เมื่อปี 2006 ที่มีการค้นพบว่าลูกจ้างและพนักงานในแต่ละองค์กรต่าง ๆ มีการแจ้งข้อมูลวุฒิการศึกษาอันเป็นเท็จเพื่อการสมัครงาน จึงมีการสังคายนา ตรวจสอบข้อมูลบัญชีแรงงานกันใหม่ ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ยังคงยืนยันข้อมูลวุฒิการศึกษาของเขาว่าอยู่ในชั้นมัธยมปลาย กระทั่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองโกเบได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวนิรนาม เกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของชายคนนี้ จึงนำมาสู่การสืบสวนในที่สุด

การจบชีวิตอาชีพการงานที่มีอายุกว่า 24 ปี ของคนที่มีความสามารถเหนือกว่าวุฒิการศึกษาที่ต้องการนั้น อาจดูเป็นสิ่งที่ถดถอยทางการพัฒนา แต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น เริ่มต้นที่การบอกกับแผนก HR ว่า “ถึงจะไม่ได้บอกความจริงก็ไม่เป็นไร แค่ฉันทำงานนี้ได้ ฉันทำงานนี้สำเร็จก็โอเคแล้ว” ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ฝ่าย HR เขาจะโอเคกันเท่าไรนัก เพราะการมาเริ่มต้นตำแหน่งงานด้วยระดับความรู้ที่สูงเกินกว่าความต้องการ มันอาจก่อปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นขึ้นได้ ในมุมของนายจ้างมองว่า การศึกษานั้นเป็นสินทรัพย์ที่มียิ่งมากก็ยิ่งดี ฉะนั้นการกำหนดวุฒิการศึกษาไว้เป็นขีดจำกัด ก็เพื่อเปิดโอกาสให้กับคนที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่า หรือด้อยโอกาสทางการศึกษากว่า ได้มีงานทำกันอย่างทั่วถึง

ฉะนั้น การถูกเชิญออกจากงานของชายคนนี้อาจทำให้เหล่าผู้ที่กำลังหางาน หันมาสนใจความโปร่งใสทางประวัติการศึกษาในเรซูเม่ของตัวเองก็เป็นได้

Source: Kobe Shimbun Next via SoraNews24
Image: Irasutoya