“ผมจะพูดอย่างนี้ ถ้าทำให้ใครเดือดร้อน แล้วจะทำไมล่ะ?” ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กล่าว

ในยุคปัจจุบันนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังคงไม่มีมาตรการทางกฎหมายเพื่อการปกป้องกลุ่มสังคม LGBT จากการถูกเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ฉะนั้นสถานะของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องสิทธิของกลุ่ม LGBT หรือกลุ่มเพศทางเลือกนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับแต่ละเมือง แต่ละจังหวัดต่าง ๆ อย่างเมืองซับโปโร จ.ฮกไกโด, แขวงชิบุยะ และแขวงเซตางายะในโตเกียวที่ให้การยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน ในขณะที่บางจังหวัดก็ให้ผ่านร่างกฎหมายที่ห้ามกลุ่มเพศทางเลือกเปิดเผยความเป็นเพศทางเลือกของตัวเองแก่สาธารณะ อย่างจังหวัดมิเอะ เป็นต้น

แต่เมื่อไม่นานมานี้เรื่องการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมเหล่านี้ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของโตเกียวได้มีการพูดออกมาว่า “การให้ความคุ้มครองแก่กลุ่มเพศทางเลือก จะทำให้เกิดผลเสียต่อเขตของเขา”

นายชิราอิชิ มาซาเทรุ อายุ 78 ปี ส.ส.ประจำเขตอาดาจิ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียวได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างหนักหลังจากที่เขาได้พูดออกมาว่า

“ถ้าเราต้องมาพูดถึงการทำให้มีกฎหมายคุ้มครองพวกเลสเบี้ยนและเกย์ล่ะก็ เขตของผมจะต้องเผชิญกับความวิบัติแน่”

ซึ่งแรงจูงใจเบื้องหลังคำพูดนี้ของเขามีที่มาจากความหวาดกลัวอันดื้อรั้น และไร้เหตุผลจากคำพูดของเขาเองที่กล่าวไว้ว่า “ถ้าหากชาวญี่ปุ่นกลายเป็นเลสเบี้ยน และเกย์กันหมด ก็แปลว่าประชากรรุ่นต่อไปจะไม่เกิดขึ้นมาอีก” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความคิดที่โลกแคบ และไร้เหตุผลเหนือจะกล่าว

และแน่นอนว่าพูดออกมาขนาดนี้เพื่อนสมาชิกสภาท่านอื่น ๆ คงไม่สามารถทนอยู่เฉยปล่อยให้เขาทำให้ชื่อเสียงของสภาต้องป่นปี้ไปกว่านี้ได้อีกต่อไป โดยหัวหน้า ส.ส. คุณชิกาฮามะ อากิระ ได้กล่าวเตือนไปยังนายมาซาเทรุเพื่อให้เขาออกมากล่าวขอโทษกับคำพูดของเขาต่อหน้าสังคมในทันที แต่แทนที่เขาจะน้อมรับคำเตือนแล้วออกมาขอโทษแต่โดยดี เขากลับเลือกที่จะทำให้ปัญหานี้ลุกลามยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยคำพูดว่า

“ถ้าผมทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่สบายใจ แล้วมันจะทำไมล่ะ?”

งานนี้เรียกได้ว่าไม่ต้องหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเขาจะได้รับเลือกหรือไม่ เพราะที่ยืนในสังคมของเขาอาจจะไม่เหลืออีกต่อไปเลยก็เป็นได้ ซึ่งชาวเน็ตญี่ปุ่นต่างก็เห็นด้วยกับหัวหน้า ส.ส. และเห็นค้านกับความคิดของนายมาซาเทรุอย่างชัดเจน

“ถ้าคุณทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจมันก็เป็นเรื่องปกติที่คุณจะต้องขอโทษไม่ใช่รึไง”
“งั้นเหล่าสหายเกย์พวกเราก็ไม่ต้องไปอยู่เขตนั้นกัน โอเค?”
“ถ้ามี ส.ส. แบบนี้ได้รับเลือกเพิ่มขึ้นอีก งานนี้เขตนั้น ๆ คงได้ตกสู่ความวิบัติจริง ๆ แน่”
“อันที่จริงแล้วอย่างน้อยก็ยังดีที่ว่าคนที่ออกมาพูดแบบนี้เป็น ส.ส. ที่มีอายุมากแล้ว ทำให้เราเห็นได้ว่าไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่ออกมาพูดเรื่องแบบนี้”

แต่หลังจากนั้นหลายวันต่อมา ภายหลังการโต้เถียงระหว่างนายมาซาเทรุ และสมาชิกท่านอื่น ๆ ก็ได้มีการโพสท์ข้อความขอโทษบนหน้าเว็บไซต์ของสภาเขตอาดาจิดังนี้

“พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอาดาจิ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อการแสดงความคิดเห็นอันไม่เหมาะสมจากสมาชิกอของเรา อย่างนายชิราอิชิ มาซาเทรุ ที่ได้กล่าวไว้ในที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 25 กันยายน พวกเราจะเดินหน้า และทุ่มเทความพยายามในการสร้างเขตที่พร้อมให้การสนับสนุน และยืนหยัดให้กับสิทธิมนุษยชนแก่สมาชิกทุกคนในชุมชนของเราต่อไป”

แม้ว่าจะไม่มีการระบุว่าคำขอโทษนี้ออกมาจากนายมาซาเทรุด้วย หรือเป็นเพียงการขอโทษแทนจากสมาชิกท่านอื่น ๆ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราวางใจได้ว่าสมาชิกท่าอื่น ๆ นั้นเข้าใจถึงความไม่เหมาะสมของคำพูดเหล่านั้น และพร้อมที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านมัน

Source: Mainichi Shimbun via Soranews24