เมื่อจบเรื่องแล้ว ทางโรงแรมยังขอให้ชาวเน็ตเลิกว่าร้ายคนที่ขโมย (หรือเผลอหยิบ) ไป เพราะเขาได้แสดงความกล้าหาญ เอาของมาคืนเองแล้ว

เราคงปฏิเสธไม่ได้สำหรับความนิยมของ Kimetsu no Yaiba (ชื่อไทย ดาบพิฆาตอสูร) ผลงานของอาจารย์ Gotouge Koyoharu ที่สร้างสถิติยอดขายถล่มทลายทั่วญี่ปุ่น จึงเป็นเรื่องปกติที่มังงะทั้งชุดอาจจะไม่ได้หาง่าย ๆ และทำให้คนที่ยังไม่มีเกิดความรู้สึกอยากได้จนกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในออนเซ็น Onsen no Mori ของเมืองยามากุจิ ซึ่งมีมังงะเรื่องนี้ให้ผู้เข้าพักได้หยิบยืมไปอ่านกันฟรี ๆ แต่แล้วก็มีเรื่องที่สะเทือนใจของผู้จัดการออนเซ็นอย่างมาก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมามีผู้ขโมยมังงะยกชุดไปถึง 20 เล่ม เรื่องนี้สร้างความโกรธเคืองให้กับหลาย ๆ คนโดยเฉพาะความเห็นในโลกออนไลน์ ซึ่งภายหลังผู้จัดการออนเซ็นก็ได้ไปแจ้งความเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด แต่อย่างไรก็ตามทางออนเซ็น ก็ได้ออกแถลงการณ์แบบน่ารัก ๆ เพื่อเรียกร้องให้โจรได้พามังงะที่ขโมยไปกลับบ้านมา

แต่พลังของโลกอินเตอร์เน็ตมันน่ามหัศจรรย์ เพราะมีแฟนคลับของมังงะเรื่องนี้จากทั่วประเทศได้บริจาคมังงะยกชุดกลับมามาให้กับทางออนเซ็นจำนวนมากถึง 7 ชุด

เรียกได้ว่าเป็นจำนวนการบริจาคที่มาก ถึงขนาดว่าทางออนเซ็นต้องทำชั้นหนังสือแยกออกมา และให้เกียรติแก่แฟนคลับกลุ่มนี้ด้วยการทำชั้นหนังสือเป็นลายเสื้อของทันจิโร่ไปเลย

และก็น่ายินดีเพราะในเวลาไม่นานทางออนเซ็นก็ได้รับมังงะที่ขโมยไปทั้ง 20 เล่มส่งคืนมาทางไปรษณีย์ โดยมังงะทั้งหมดด้านในมีตราประทับของออนเซ็น จึงยืนยันได้ว่านี่เป็นของจริง ในเว็บไซต์ของทางออนเซ็นได้มีข้อความของคุณ Umebayashi Takeo ที่เขียนถึงเหตุการณ์ครั้งนี้มีใจความว่า

“เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม มังงะ Kimetsu no Yaiba ที่ถูกขโมยไปได้ถูกส่งคืนมาหมด และเรายังได้รับคำขอโทษจากผู้ที่ขโมยไป โดยเผยว่าเขาตั้งใจจะส่งคืนหลังจากอ่านเสร็จแล้ว แต่เพราะเรื่องราววุ่นวายเกิดนขึ้นเขาจึงตัดสินใจที่จะส่งคืนในทันที”

นอกจากนี้เขายังได้กล่าวว่า คนกระทำผิดคนนี้มีความกล้าหาญที่จะสำนึกผิดและส่งมังงะคืนมาให้เรา รวมถึงกล่าวถึงพลังของโลกโซเชียล ว่ามันมีศักยภาพที่ไม่สิ้นสุด จากเหตุการณ์ที่มีแฟน ๆ ส่งมังงะบริจาคเข้ามามากมาย แต่มันก็เป็นดั่งดาบสองคมที่ทำร้ายจิตใจคน เนื่องจากมีผู้ต่อว่าไปยังทางหัวขโมยไม่หยุดหย่อน แม้เจ้าตัวจะรวบรวมความกล้าส่งมังงะกลับคืนมาแล้วก็ตาม

“เมื่อมองไปยังปฏิกิริยา (ในโซเชียลมีเดีย) ถึงแนวทางที่พวกเราจัดการกับปัญหานี้ เป็นความเจ็บปวดทางจิตวิทยาอย่างมาก ฉันคิดว่าคนที่เอาไปก็คงจะรู้สึกแบบนี้เช่นกัน และคนที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแบบนั้นก็คือพวกเราเอง

ฉันมีคำขอร้องไปถึงทุกคน ขอจงมีความกรุณา ที่จะไม่ใช่คำพูดแย่ ๆ กับคนที่เอามังงะของเราไปได้ไหม?”

สุดท้ายคุณ Umebayashi เชื่อว่าคนกระทำผิดจะกลับตัวกลับใจในภายหลังอย่างแน่นอน

Source : Onsen no Mori (12), Livedoor News/Oricon NewsChugoku Shimbun via Soranews24