เฮทสปีช หรือกรณีอื่น ๆ ของการคอมเมนต์แย่ ๆ ส่วนหนึ่งมาจากการคิดว่าตัวเองเป็นผู้ตัดสินความเป็นธรรม

เกรียนคีย์บอร์ด ผู้ที่คอยก่อกวนภายในโลกอินเตอร์เน็ต คุณอาจจะเคยเห็นพวกเขาในโพสต์ภาพไอดอล, ดราม่า หรือวิดีโอใน Youtube ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นในทุกประเทศ แต่สำหรับในญี่ปุ่นมีข้อมูลที่น่าสนใจพอสมควร

จากการวิจัยของแผนกการสื่อสารทั่วโลกของมหาวิทยาลัยนานาชาติโตเกียว ที่กำลังวิจัยของบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายกับที่เรียกว่า “เกรียนคีย์บอร์ด” โดยศาสตราจารย์ Yamaguchi Shinichi จากมหาวิทยาลัยนานาชาติโตเกียว ซึ่งทำการวิจัยกรณีนี้มาแล้วถึง 2 ครั้งได้แก่ปี 2014 และ 2016 ซึ่งมีผู้ร่วมวิจัย 20,000 และ 40,000 คนตามลำดับ พบว่าคนที่มีเปอร์เซนต์เสี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ 70% เป็นผู้ชาย

ผู้เข้าร่วมการวิจารณ์ได้ถูกสอบถามเกี่ยวกับรายได้ต่อปีของพวกเขา โดยจะเน้นความแตกต่างระหว่างเหล่าผู้ก่อกวนกับผู้ที่ชอบออกห่างจากเรื่องดราม่า คนพวกที่ก่อกวนในโลกอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่จะมีรายได้ที่ 6.7 ล้านเยนต่อปี ส่วนคนที่ออกห่างจากเรื่องดราม่าจะมีรายได้ 5.9 ล้านเยนต่อปี ซึ่งตรงนี้อาจทำให้เราต้องมองว่าคนที่ก่อกวนในโลกอินเตอร์เน็ตที่น่าจะเป็นคนว่างงานเปลี่ยนไป

ในส่วนคำถามสุดท้ายนั่นคืออาชีพ ซึ่งก็มีหลากหลายอาชีพแตกต่างกันไป แต่พบว่าจำนวนคนที่ตอบคำถามเป็นผู้จัดการหรือหัวหน้างานมากที่สุดถึง 31% (แต่ก็สูสีกับกลุ่มคนว่างงาน และพนักงานทั่วไป)

เป็นที่น่าสนใจว่าทำไมคนตำแหน่งระดับหัวหน้าจึงกลายเป็นคนที่มีส่วนในการสร้างความเกลียดชังบนโลกอินเตอร์เน็ตมากกว่าที่คาดคิดไว้ จากข้อมูลของคุณ Yamaguchi ที่รวบรวมและศึกษาความเห็นเหล่านี้มองว่า คนกลุ่มที่แสดงความเห็นเกลียดชังในอินเตอร์เน็ตราวกับเป็นหน้าที่ของตัวเองนั้น มาจากการใช้อารมณ์ตั้งตัวเองเป็นผู้ตัดสินเรื่องต่าง ๆ ด้วยคุณธรรมของตัวเอง

แต่สำหรับชาวเน็ตญี่ปุ่น กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับสาเหตุที่คนซึ่งมีตำแหน่งใหญ่ ๆ เหล่านี้ถึงแสดงออกถึงความเกลียดชังในโลกออนไลน์

“มันอาจเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาได้ปลดปล่อยความเครียดออกมา”
“คนกลุ่มนี้จะมีความเชื่อว่าความคิดตนเองถูกต้องที่สุดและมีแนวโน้มจะทำได้ดีกว่าในโลกของการทำงาน”
“พวกเขาคุ้นเคยกับการอยู่เหนือและดูถูกคนอื่น”
“ถ้าคุณมีเงินเหลือใช้ ทำไมต้องมาเสียเวลากับการโต้เถียงในโลกออนไลน์ ไปทำอะไรที่มันสนุกกับชีวิตตัวเองเถอะ”
“แต่คนที่ถูกจับกุมเวลามีการคุกคามในโลกออนไลน์มักจะมีรายได้น้อยนะ”

ในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตมีความเห็นที่แสดงความเกลียดชังมากมาย และทำให้โลกออนไลน์ไม่น่าอยู่ ฉะนั้นการจะทำให้โลกนี้น่าอยู่ อาจต้องลองเปลี่ยนความคิดตัวเองกันดูก่อน

Source : Toyo Keizai Online, Otakomu via Japantoday