นายสุกิโอกะ มาโคโตะ (44) ทักทายที่ประชุมด้วยท่าพนมมือ หลังได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนหมู่บ้านอีดาเตะ

เมื่อไม่นานมมาได้มีการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้แทนเขตอีตาเตะ ในจังหวัดฟุคุชิมะ ซึ่งพื้นที่นี้มีหมู่บ้านที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นที่ซึ่งเคยถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้หลังเกิดหายนะนิวเคลียร์ในฟุคุชิมะเมื่อปี 2011 โดยผู้ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งนั้นเป็นนักบวชที่ได้รับการศึกษาในการฟิสิกส์นิวเคลียร์มา

คุณสุกิโอกะ มาโคโตะ อายุ 44 ปีได้กล่าวว่าเขามีความตั้งใจที่จะนำทางผู้คนในรุ่นของเขา ในการหาหนทางแก้ปัญหา จากหายนะที่เคยเกิดขึ้นและยังคงคอยตามหลอกหลอนผู้คนจนถึงทุกวันนี้

“รังสีได้ตกลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับหิมะ เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่เคยมีการศึกษามาก่อนแม้แต่ในโลกของฟิสิกส์ ยังคงเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง” คุณสุกิโอกะได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างไร้คู่แข่งในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยเข้าได้เข้าดำรงตำแหน่งต่อจากอดีตผู้แทนวัย 73 ปีที่ดำรงตำแหน่งมานานถึง 6 วาระ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

“การตัดสินใจเกี่ยวกับว่าเราจะทำอะไรต่อไปได้บ้าง จะยึดจากพื้นฐานความรู้ดังด้านรังสีของผม” คุณสุกิโอกะกล่าว

โดยความตั้งใจของท่านผู้แทนคนใหม่ที่พร้อมเข้าแก้ปัญหานี้ ส่วนหนึ่งมีที่มาจากการที่ตัวเขาเองนั้นเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้านักบวชประจำวัดนิกายโจโด ชินชู ที่ได้อยู่กับหมู่บ้านนี้มานานถึง 6 รุ่นแล้วด้วยกัน

คุณสุกิโอกะเดิมเกิดในโตเกียว และถูกรับเลี้ยงมาโดยคุณปู่ของเขาผู้ซึ่งดำรตำแหน่งหัวหน้านักบวชของวัดแห่งนี้ในช่วงก่อนที่เข้าจะเริ่มเข้าเรียนในโรงมัธยมต้น และที่นั่นเขาได้รับแรงบันดาลใจจากคุณครูผู้เคยเป็นวิศวกรด้านจรวดอวกาศ และได้เลือกเข้าศึกษาต่อให้ภาควิชาฟิสิกส์ ประจำวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยนิฮอน ก่อนจะเข้าศึกษาในด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ในระดับชั้นปริญญาโทที่สถาบันเทคโนโลยีโตเกียว

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองเขาก็ได้เข้ารับการฝึกฝนเพื่อรับช่วงต่อวัดแห่งนี้ในวันหนึ่งเช่นกัน และในช่วงที่เรียกมัธยมปลายปีสองนั้นเขาก็ได้โกนหัวเพื่อเป็นนักบวชไปแล้ว และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อผู้คนที่คอยให้การสนับสนุนวัดของเขามาโดยตลอด คุณสุกิโอกะจึงได้ตัดสินใจเข้าทำงานในเทศบาลเขตอีตาเตะตั้งแต่อายุ 25 ปี และทำงานอยู่ที่นั่นมาตลอด 19 ปีก่อนที่จะลาออกมาลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้แทนเขตในปัจจุบัน

เป็นเวลานาน 3 ปีครึ่งแล้วตั้งแต่ที่หมู่บ้านแห่งนั้นได้ถูกประกาศให้กลับมาเป็นพื้นที่สามารถอยู่อาศัยได้อีกครั้ง และคำสังอพยพก็ได้ถูกยกเลิกไป แต่ถึงอย่างนั้นปัจจุบันก็มีประชากรเพียง 1,400 คน หรือเพียง 20% ของผู้อยู่อาศัยเดิมก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้นที่ได้กลับมาอยู่อาศัยในหมู่บ้านนี้

“ในอดีตชาวบ้านเกือบทั้งหมดของหมู่บ้านนี้ได้เสียชีวิตในเหตุความแร้นแค้นครั้งใหญ่แห่งยุคเทนเมย์ และยุคเทนโปะ (ช่วงปีค.ศ. 1780 และ 1830 ตามลำดับ) แต่หมู่บ้านก็ยังสามารถฟื้นตัวกลับมากได้จากวิกฤตเหล่านั้น” คุณสุกิโอกะกล่าว

“ผมวางแผนที่จะทำหน้าที่ของผม โดยมองไปถึงภาพของชีวิตในหมู่บ้านของพวกเราในอีก 200 ปีข้างหน้าจากนี้”

Source: The Asahi Shimbun