เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มาตรการที่เคยเตรียมไว้ก็ต้องปรับตัวตาม

นาย Suga Yoshihide นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นประกาศหยุดโครงการของรัฐบาลบางส่วนที่กระตุ้นการเดินทางและออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยนายกได้จัดให้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ดูแลโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน ซึ่งมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ Nishimura Yasutoshi และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น Akaba Kazuyoshi เข้าร่วมด้วย

คุณ Suga กล่าวว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์และยังคงต้องใช้การเฝ้าระวังขั้นสูงสุด เขากล่าวว่าจะทำงานร่วมกับผู้ว่าการท้องถิ่นเพื่อแนะนำมาตรการที่เข้มข้นในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน คณะผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส COVID-19 แนะนำให้รัฐบาลทบทวนแคมเปญ “Go To” โดยกรณีของ Go To Travel นายกกล่าวว่าตัวเขาได้ขอร้องให้ระงับการจองที่พักเพิ่มเติม ในพื้นที่ที่เพิ่งฟื้นตัวจาก COVID-19 ส่วนทาง Go To Eat เขาก็ขอให้รัฐบาลท้องถิ่นระงับการออกคูปองอาหาร

คุณ Suga กล่าวว่ารัฐบาลกลางจะช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นในด้านการเงินเพื่ออุดหนุนร้านอาหารซึ่งจะตกลงจำกัดเวลาทำการและมาตรการอื่น ๆ โดยรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณราว 4 หมื่น 9 พันล้านเยนเพื่อการนี้

นายกรัฐมนตรียังกล่าวเพิ่มเติมว่าหากพบผู้ป่วยในสถานพยาบาล รัฐบาลจะจ่ายเงินให้กับประชาชนและคนงานทุกคนที่ได้รับการตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีที่ร้ายแรงขึ้น และยังประสานงานให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลท้องถิ่นและดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องประชาชน เขากล่าวต่อไปว่าความร่วมมือจากประชาชนมีความสำคัญมากจนไม่ต้องดำเนินมาตรการเด็ดขาด และยังจำกัดกิจกรรมทางสังคมกับเศรษฐกิจได้ด้วย

สุดท้ายคุณ Suga ขอให้ประชาชนทำตามมาตรการต่าง ๆ เช่นการใส่หน้ากากอนามัยแม้จะออกไปกินข้าวนอกบ้าน, ล้างมือ และหลีกเลี่ยง 3C นั่นคือ พื้นที่ปิด (closed spaces), พื้นที่แออัด (crowded places), การติดต่อกันแบบใกล้ชิด (close-contact settings)

Source : NHK