เมื่อสมาคมนักกฎหมายในญี่ปุ่น กำลังเทคแอคชันเพื่อเรียกร้องประเด็นสิทธิมนุษยชนให้กับเยาวชนในญี่ปุ่น

ถือเป็นเรื่องปกติที่โรงเรียนจะมีการตรวงเครื่องแต่งกายของนักเรียนว่าถูกระเบียบหรือไม่ ซึ่งบางทีอาจจะดูแค่เสื้อผ้า รองเท้า หน้า ผม เล็บ แต่ในญี่ปุ่นมีจุดที่ประหลาดอย่างหนึ่งนั่นคือการมีกฏให้นักเรียน “ต้องใส่ชุดชั้นในสีขาวธรรมดาเท่านั้น”

แม้ทุกโรงเรียนจะไม่มีข้อกำหนดแบบเดียวกันนี้ แต่มันก็กลายเป็นบรรทัดฐานให้กับหลายโรงเรียน จากการศึกษาล่าสุดของสมาคมเนติบัณฑิตยสภาจังหวัดซากะ พบว่าในโรงเรียน 13 แห่งจากทั้งหมด 22 แห่งในจังหวัดของพวกเขา ยังคงมีกฎนี้บังคับใช้กับนักเรียนในแต่ละโรงเรียน สำหรับเหตุผลก็คือเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิในการเรียน หรือสร้างบรรยากาศทางเพศ และชุดชั้นในสีขาวยังมีโอกาสน้อยที่สุดที่จะมองเห็นโครงได้ เมื่ออยู่ภายใต้ชุดนักเรียน

แม้จะเป็นเรื่องแปลกที่น่าจะใช้กฏที่ว่าไม่อนุญาตให้ใส่ชุดชั้นในสีที่เด่นจากชุดนักเรียนก็พอแล้ว และการศึกษาจากทางสมาคมเนติบัณฑิตยสภาจังหวัดซากะ พบว่ามีอย่างน้อยหนึ่งโรงเรียนที่เข้มงวดขนาดต้องดูสายชั้นในของนักเรียนหญิงเพื่อตรวจสอบสี

นักเรียน (อายุ 12 – 15 ปี) ไม่มีความจำเป็นต้องถอดเสื้อ แต่ครูจะดึงสายชั้นในจากขอเสื้อมาเพื่อตรวจสอบ แม้ว่าคนที่ตรวจจะเป็นครูผู้หญิง แต่สมาคมเนติบัณฑิตยสภาจังหวัดซากะ ได้ออกมาประณามพฤติกรรมนี้ว่า

“การสั่งให้ใครบางคนโชว์ชุดชั้นในถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับกันได้ เพราะคนที่ถูกสั่งให้ทำนั้นเป็นเพียงเยาวชน”

คำแถลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่ส่งโดยสมาคมเนติบัณฑิตยสภาจังหวัด ไปยังคณะกรรมการการศึกษาประจำจังหวัดซากะและองค์กร PTA ท้องถิ่น ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎของโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีกฏอีกหลายข้อที่มีการตั้งข้อสงสัยปรากฎในรายงาน ไม่ว่าจะเป็นห้ามทำทรงผมซอฟต์โมฮอว์ก, ไม่อนุญาตให้ใช้ผ้าพันคอเมื่ออยู่ในเครื่องแบบ รวมไปถึงเรื่องของการบังคับให้แต่งกายและทรงผมตามเพศกำเนิดของนักเรียน อีกทั้งยังมีกฏที่ดูย้อนแย้งกันและกันเช่นการจำกัดการใช้โซเชี่ยลมีเดียของนักเรียน “เพื่อความเป็นส่วนตัว” แต่ต้องมีป้ายชื่อคอยประกาศว่าตัวเองเป็นใคร ติดไว้ทื่เสื้อเวลาออกไปข้างนอก แบบไม่ได้สนใจความเป็นส่วนตัวที่อ้างมาใช้กับกฎระเบียบอีกข้อเลยแม้แต่น้อย

สมาคมเนติบัณฑิตยสภาจังหวัดซากะเรียกร้องให้โรงเรียนต่าง ๆ พิจารณาใหม่ว่ากฎโรงเรียนของพวกเขามีผลดีต่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียนจริงหรือไม่ โดยเฉพาะกับเด็กในยุคปัจจุบันนี้ และให้คำนึงถึงข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนเมื่อทำการแก้ไข เพื่อช่วยปลูกฝังความรู้สึกเข้าใจซึ่งกันและกัน

Source : Yomiuri Shimbun. Livedoor News, JinSaga Shimbun Live, Hachima Kiko via Soranews24