ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ยังคงระวังเรื่องการแพร่ระบาด

ผู้คนในญี่ปุ่นยังคงออกเดินทางไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวันเสาร์ตามปกติ แม้จะมีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศรายวันติดต่อมา 2 วันติดแล้วก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวบางคนก็เผยว่าพวกเขามีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น

“ฉันคิดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อคงจะลดลง ตอนที่ฉันซื้อตั๋วเมื่อเดือนก่อน” นักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปีที่กำลังไป Tokyo Disney Resort กับเพื่อน จากสถานี JR Maihama กล่าว พร้อมพูดปิดท้ายว่า “ยังคงกังวลอยู่”

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ญี่ปุ่นได้รายงานมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1,704 ราย ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากสร้างสถิติ 1,660 รายไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพออกคำเตือนว่าจะมีการระบาด ระลอกที่สาม เพราะฤดูหนาวที่มาถึงแล้ว

“ที่ฮอกไกโดมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูงมากหากพิจารณาตามอัตราส่วนของประชากร แต่ก็ควรป้องกันตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” คุณ Masuda Mitsuo ผู้เดินทางมาถึงสนามบินนิวจิโตเสะพร้อมกับครอบครัว กล่าว

ที่โอซาก้ามีคนต่อแถวรอเข้า Universal Studios Japan เป็นจำนวนมาก นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปีจากโตเกียวเดินทางมายังเมืองทางตะวันตกของญี่ปุ่นด้วยรถบัสข้ามคืนกล่าวว่า “ฉันกังวลว่าจะมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั้งในโตเกียวและโอซาก้า แต่คิดว่าสวนสนุกน่าจะมีมาตรการที่ดีเพื่อป้องกันการระบาด ดังนั้นฉันเลยอยากมาหาความสนุกเสียหน่อย”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี Suga Yoshihide กล่าวว่าเขาจะยังคงให้เงินสนับสนุนโครงการ Go To Travel เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยไม่สนเรื่องยอดที่พุ่งสูง และปฏิเสธความต้องการที่จะประกาศสภาวะฉุกเฉิน

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 และการติดตามกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจนับตั้งแต่มีภาวะฉุกเฉินในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่เมื่อวันพุธทื่ 11 พฤศจิกายน มียอดผู้ติดเชื้อสูงถึง 1,597 คน สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกไว้ถึงวันที่ 7 สิงหาคม

Source : Japantoday