สำหรับตอนนี้ที่ยังเดินทางข้ามประเทศกันไม่ได้ ก็คงต้องหาน้ำร้อนใกล้ตัวสร้างบรรยากาศกันไปก่อน

สำหรับในประเทศญี่ปุ่นแล้วการได้ลงแช่ออนเซนในช่างฤดูหนาวแบบนี้ถือได้ว่าเป็นอะไรที่ฟินสุด ๆ กันไปเลย ซึ่งในญี่ปุ่นเองก็เรียกได้ว่ามีออนเซนอยู่ทั่ว และในหลาย ๆ ที่เองก็ยังมีจุดท่องเที่ยวอยู่รอบ ๆ ส่วนในตัวออนเซนเองก็ยังมาพร้อมกับอาหารแสนอร่อย, สิ่งบันเทิงชวนผ่อนคลาย, บ่ออาบน้ำหลายรูปแบบ และยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมแบบชาวญี่ปุ่นไปด้วยพร้อม ๆ กัน

ซึ่งออนเซนแต่ละแห่งเองก็ได้รับความนิยมมากน้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งสาเหตุนั้นไม่ได้มาจากแค่คุณภาพของตัวบ่ออาบน้ำเท่านั้น แต่ในหลาย ๆ ครั้งยังรวมไปถึงสิ่งที่อยู่โดยรอบด้วย และจากผลการสำรวจผู้ใช้งานถึง 13,342 คนโดยบริษัทท่องเที่ยวของญี่ปุ่นด้วยคำถามว่าออนเซนแห่งใดที่คุณชื่นชอบ และอยากกลับไปเที่ยวมากที่สุด ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เลือกออนเซนสุดโปรดแค่จากการแช่น้ำร้อนแต่เพียงเท่านั้น

10. เกโระออนเซน จังหวัดกิฟุ และ คิโนซากิออนเซน จังหวัดเฮียวโงะ

สำหรับอันดับสิบนี้ก็มีออนเซนถึงสองแห่งที่ทำคะแนนตีคู่กันมาเลยกับออนเซนที่ตั้งอยู่โซนกลางของญี่ปุ่นอย่าง เกโระออนเซน ในจังหวัดกิฟุ และทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นอย่าง คิโนซากิออนเซน ในจังหวัดเฮียวโงะ โดยในภาพด้านบนนี้คือเกโระออนเซน ซึ่งมีชื่อเสียในด้านของออนเซนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าใช้ได้โดยไม่เสียค่าบริการ และบ่อแช่เท้าสาธารณะหลายแห่ง นอกจากนี้เองก็ยังมีพิพิธพัณฑ์กลางแจ้งที่ได้จัดแสดงบ้านไร่แบบดั้งเดิมของหมู่บ้านชาราคาวาโกะ

คิโนซากิออนเซ็น เป็นออนเซ็นที่มีชื่อเสียงในด้านของการให้สัมผัสของเมืองออนเซ็นแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การสวมชุดยูกาตะเดินเที่ยวชมให้รอบ และในตัวเมืองเองก็ยังมีทั้งร้านไอศกรีมท้องถิ่น, เกมอาร์เคดแบบเก่า และกระเช้าขึ้นเขา นอกจากนี้เองก็ยังมีอควาเรี่ยม และเขตอนุรักษ์พันธุ์นกกระสาที่ตั้งอยู่นอกเมือง เรียกได้ว่ามีสถานที่ให้เที่ยวกันได้ไม่เบื่อกันเลย ซึ่งออนเซ็นทั้งสองแห่งนี้ก็บังเอิญมีวัดออนเซ็นจิเหมือนกันทั้งคู่ แม้ว่าจะบูชาสิ่งที่ต่างกันก็ตาม

  1. อาตามิออนเซน จังหวัดชิซุโอกะ

และที่คว้าอันดับเก้าไปก็คือเมืองรีสอร์ทออนเซนริมชายฝั่งอย่างเมืองอาตามิ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวแค่เพียงสองชั่วโมงบนรถไฟ จึงเป็นตัวเลือกในการมาพักผ่อนช่วงวันหยุดที่เหมาะไม่น้อย สถานที่แห่งนี้มีทั้งวิวของทะเลอันสวยงาม และยังมีวัฒนธรรมโบราณ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันน่าสนใจมากมาย อาตามิออนเซนนั้นจะช่วยทำให้ผู้มาเยือกได้รู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของดองไม้ไฟที่มาความสวยงามากที่สุดในบริเวณนั้นอีกด้วย

  1. ยูฟุอินออนเซน จังหวัดโออิตะ

เมืองออนเซนแถบชนบทแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะคิวชู ที่มักจะถูกมองข้ามไปเพราะเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงอย่างเมืองเบปปุ แต่ถึงจะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ความน่าดึงดูดนั้นไม่ได้เล็กตามไปด้วยแม้แต่น้อย และด้วยสถานที่ตั้งที่อยู่ในทิวเขาทำให้ถนนหลักของยูฟุอินไม่ได้เรียงรายไปด้วยเรียวคัง แต่กลับเป็นร้านค้า และร้านอาหารแทน ทำให้เมืองแห่งนี้ออกจะดูเหมือนถิ่นช็อปปิ้งมากกว่าเมืองรีสอร์ท แต่ด้วยวิวตามธรรมชาติอันงดงาม, ร้านบูติกน่ารัก ๆ และบ่อน้ำร้อนอันแสนผ่อนคลาย เมืองรีสอร์ทแถบชนบทแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน

  1. อาริมะออนเซน จังหวัดเฮียวโงะ

ที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อาริมะนั้นอยู่ในพื้นที่ของเมืองโกเบ ซึ่งเหมาะกับการเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับสำหรับคนในพื้นที่ใกล้เคียว รวมไปถึงชาวคันไซ เมืองนี้มีทั้งวัด และศาลเจ้ารวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ออนเซนให้ได้เที่ยวชมกันมากมาย

น้ำของอาริมะออนเซนนั้นมีความเชื่อว่ามีผลดีกับสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยน้ำของที่นี่จะมีเอกลักษณ์ที่เป็นน้ำสีทอง ซึ่งเป็นผลมาจากละอองเหล็กที่ปนอยู่ในนั้นทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งถูกบอกว่าให้ผลดีกับผิวพรรณ และกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำสีเงิน ที่มีแร่เรเดียม และคาร์บอเนตในน้ำ ซึ่งมีผลดีกับกล้ามเนื้อ และข้อต่อต่าง ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้คนมากมายมาเยือนยังออนเซนแห่งนี้

  1. คุโรคาวะออนเซน จังหวัดคุมาโมโตะ

คุโรคาวะออนเซนมักได้รับการโหวตเป็นหนึ่งในออนเซนที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นด้วยความที่เป็นหนึ่งในออนเซนที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น เมืองทั้งหมดให้ความรู้สึกพื้นบ้าน และธรรมชาติแบบสุด ๆ จากการที่อาคารต่าง ๆ ล้วนสร้างด้วยไม้ และหิน ทั้งยังมีแม่น้ำไหลผ่าน แม้แต่ตัวออนเซนเองก็ยังให้สัมผัสแบบธรรมชาติสุด ๆ เพราะคุโรคาวะออนเซนนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของออนเซนกลางแจ้งขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งในอดีตก็มักจะได้รับการมาเยือนโดยเหล่าขุนนาง และเจ้าเมืองจากปราสาทคุมาโมโตะที่อยู่ไม่ไกลออกไป โดยรวมแล้วหากต้องการสถานที่ที่เงียบสงบ และผ่อนคลายไปกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ที่แห่งนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลย

  1. เบปปุออนเซน จังหวัดโออิตะ

เบปปุออนเซนก็เป็นอีกแห่งที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ออนเซนรีสอร์ทที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยความที่มีออนเซนหลากรูปแบบให้ได้ลงแช่อยู่ในเมืองนี้ โดยที่มีให้เลือกแช่ถึง 8 รูปแบบด้วยกัน นอกจากนี้ก็ยังมีออนเซนแบบร้อนพิเศษถึงกับถูกเรียกว่า “นรก” เพราะมันร้อนเกินกว่าจะลงไปแช่ได้เลยทีเดียว และสีน้ำที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่ก็ขึ้นกับแร่ธาตุที่ผสมอยู่ในน้ำ นอกจากนี้ก็ยังมีบริการอาบทรายร้อนอีกด้วย เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้อาบแบบครบสูตรเลยทีเดียว

  1. โดโกออนเซน จังหวัดเอฮิเมะ

โดโกออนเซนนั้นตั้งอยู่บนเกาะชิโคคุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจของฉากในเรื่อง Spirited Away แม้ว่านี่จะไม่ได้เป็นสถานที่แห่งเดียวที่ถูกอ้างว่าเป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ แต่ยังไงแล้วอาคารหลักของโดโกออนเซนฮอนคังก็ยังเป็นเป้าหมายในการมาเยือนของทั้งนักท่องเที่ยว และบุคคลในราชวงเมื่อมาเยือนแถบนี้ โดยโดโกออนเซนนั้นตั้งอยู่ในเมืองมัตสึยามะ ซึ่งมีทั้งปราสาทของเมือง, วัด, ศาลเจ้า, เขตช็อปปิ้ง และสวนสาธารณะ ชนิดเที่ยวกันได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

  1. โนโบริเบ็ตสึออนเซน จังหวัดฮอกไกโด

โนโบริเบ็ตสึ นั้นอยู่ในพื้นที่ทางสุดตอนเหนือของญี่ปุ่น ที่มีบ่อน้ำพุร้อนให้ลงแช่ถึง 11 รูปแบบเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามาทริปทีเดียวก็เลือกลงแช่บ่อได้ไม่ซ้ำแบบจนจบทริปเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ดึงดูดที่สุดของโนโบริเบ็ตสึอาจจะไม่ใช่น้ำในน้ำพุร้อน เพราะพื้นที่แถบนี้ยังมี “หุบเขานรก” สถานที่แม่น้ำที่มีน้ำร้อนไหลผ่าน และมีไอน้ำลอยขึ้นมาจากผืนดิน หุบเขาแห่งนี้อาจจะอันตรายในการเข้ามา แต่ก็ยังเส้นทางปีนเขาที่บริเวณขอบเขาจึงเป็นอีกจุดที่หลายคนเลือกมาสำรวจแหล่งความร้อนใต้พิภพ

  1. คุซัทสึออนเซน จังหวัดกุนมะ

น้ำในคุซัทสึออนเซน  ณ กลางญี่ปุ่นแห่งนี้มีความเชื่อว่าจะสามารถช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้ ซึ่งในพื้นที่นี้ก็มีทั้งโรงอาบน้ำแบบสาธารณะ และแบบส่วนตัวทั่วเมือง นอกจากนี้ก็ยังมีบ่อแช่เท้า ให้ได้ลงแช่ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าระหว่างเดินเที่ยว และที่คุซัทสึเองก็ยังมีภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยงาม และเป็นจุดปีเขาที่ยอดเยี่ยมในหน้าร้อน และจุดสกีหิมะที่แจ่มสุด ๆ ในหน้าหนาว

  1. ฮาโกเนะออนเซน จังหวัดคานากาวะ

สำหรับฮาโกเนะออนเซนก็เรียกได้ว่าคลองแชมป์ในแบบสำรวจของ Jalan มาถึง 15 ปีซ้อนแล้ว โดยสถานที่แห่งนี้สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟจากโตเกียวในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และเหตุผลที่มันถูกโหวตเป็นออนเซนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นก็มีอยู่มากมายมายไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ และกิจกรรมมากมายให้ได้ทำทั้งการล่องเรือเฟอรี่, กระเช้าผ่านเหนือยอดภูเขาไฟ, ทิวทัศน์อันน่าทึ่งตลอดทางรถไฟ, วัด, ศาลเจ้า และพิพิธภัณฑ์ มากมายเกินกว่าจะไล่หมดที่ทำให้คนมากมายอยากกลับมาที่แห่งนี้อีกเรื่อย ๆ

แม้ตอนนี้อาจจะยังเดินทางกันไปเที่ยวกันไม่ได้ แต่หากวันไหนที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลับมาเป็นดังเดิมแล้วก็น่าหาโอกาสไปเที่ยวกันให้ได้จริง ๆ กับออนเซนทั้ง 10 แห่งนี้

Sources: PR TimesJalan