ชื่นชมในความสำเร็จพลางคิดว่าการรวมตัวของทีมงานได้ขนาดนี้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะอนาคตของวงการอนิเมะช่างมืดมน

เว็บไซต์ Livedoor ได้มีการโพสต์บทสัมภาษณ์ของ ผกก.Tomino Yoshiyuki บิดาผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ Gundam เกี่ยวกับความเห็นของเขาที่มีต่อความสำเร็จของ Kimetsu no Yaiba (ดาบพิฆาตอสูร) โดยช่วงแรกเขาได้กล่าวถึงภูมิทัศน์ของอนิเมะในยุคปัจจุบัน โดยเขาเผยว่าอนิเมะได้เป็นงานกระแสหลักอย่างหนึ่งไปแล้ว จึงต้องสรรสร้างออกมาอย่างจริงจังเพื่อให้มีความโดดเด่นในปัจจุบัน คุณ Tomino ได้นำ Kimetsu no Yaiba มาเป็นตัวอย่างอนิเมะที่ก้าวข้ามขอบเขตกลุ่มลูกค้าไปได้

คุณ Tomino ยอมรับว่าในตอนแรกเขาอิจฉา Kimetsu no Yaiba ที่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีทั้งความทุ่มเทและความสามารถมารวมกันได้ ซึ่งตัวเขาเป็นคนที่ชื่นชอบการหาคนที่เหมาะสมกับงานที่เขาสร้างอยู่อย่างมาก โดยตัวเขาเองก็เคยมีประสบการณ์ที่เจอคนเหมาะกับงานอยู่ แต่มันก็เป็นแค่ช่วงหนึ่ง เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเขาไม่สามารถร่วมงานกับคนกลุ่มนั้นได้อีก

“นั่นคือเหตุผลที่พอ Kimetsu no Yaiba เข้ามา ผมพูดว่า [บ้าเอ๊ย พวกนี้มันทำได้เจ๋งว่ะ]” และตอนที่รู้ว่าทีมงานร่วมมือกันอย่างไร คุณ Tomino ก็กล่าวว่า “นักพากย์ก็เทพ คนแต่งเพลงที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ก็เทพ มีคนเก่งเต็มไปหมด พอรู้สึกแบบนั้น ผมก็ก้าวข้ามความอิจฉาและเริ่มคิดว่า [พวกนั้นมันดีใช่เล่น]”

อย่างไรก็ตามคุณ Tomino กล่าวเพิ่มเติมว่า “ต้องบอกว่า ฉันไม่คิดว่า Kimetsu no Yaiba เป็นงานที่ถูกคำนวณหรือวางแผนเอาไว้ ฉันคิดว่าที่การที่มารวมตัวกันได้นี้มันเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า” เขากล่าวเสริมว่า เชื่อว่าศิลปินผู้ร้องเพลงประกอบคนนั้น (ที่ตัว ผกก. เองก็นึกชื่อไม่ออก) จะต้องมีความชื่นชอบในตัวอนิเมะเรื่องนี้ด้วยอย่างแน่นอน “มันเป็นเรื่องแปลก ที่มีการรวบรวมทีมงานให้มาพบกันได้อย่างลงตัว”

ในอุตสาหกรรมอนิเมะ คุณ Tomino อธิบายเพิ่มเติมว่าพวกเขาจะได้รับเลือกเข้าทำงานด้วยเหตุผลว่าเพราะตอนนั้นอยู่ที่นั่นพอดี ไม่ก็ตารางเวลามันลงตัวพอดี หรือก็มีเหตุผลอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะมีการเลือกคนทำงานจากความสามารถหรือคุณสมบัติที่ลงตัว

ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ คุณ Tomino ให้ความเห็นว่าอนิเมะญี่ปุ่นได้เดินทางมาถึง “ขีดจำกัด” สำหรับความนิยมเท่าที่จะทำได้ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสภาพยนตร์คนแสดงที่เริ่มไปสู่ดิจิทัลแบบไม่เต็มใจ พอมันเป็นแบบนั้น ฉันก็คิดว่าพวกเราเองก็คงถึงขีดจำกัดกันแล้ว น่าจะไม่ดังไปมากกว่านี้ มันยังมีความเป็นไปได้ที่มีบางอย่างจะมาเป็นตัวแทนยุคสมัย แต่สุดท้ายก็เชื่อว่าการที่ Kimetsu no Yaiba ดังได้ มันก็เป็นเรื่องบังเอิญ องค์ประกอบที่ทำให้ฮิตขนาดนี้รวมกันได้เพราะบังเอิญทั้งนั้น ผมเลยมองว่าความนิยมของภาพยนตร์อนิเมะ มันน่าจะมาถึงจุดสูงสุดแล้วล่ะ

Source : Livedoor News