เมื่อเบี้ยวค่าโดยสาร แท็กซี่ที่ใจดีก็อาจเปลี่ยนเส้นทางพาผู้โดยสารไปส่งที่สถานีตำรวจได้เช่นกัน

แท็กซี่ญี่ปุ่น นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องบริการแล้วยังเป็นเรื่องราคาที่มักจะมีคนพูดว่า ถ้าไม่คอขาดบาดตายอย่าไปขึ้นเชียวล่ะ เพราะถึงแม้คุณอาจได้รับบริการที่ดี แต่ราคาก็แพงหูฉี่ แต่ข่าววันนี้เรียกว่าเป็นการขึ้นแท็กซี่ที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา เวลา 02.30 น. มีหญิงสาววัยประมาณ 40 ปีได้ขึ้นแท็กซี่ซึ่งจอดอยู่ที่สถานีทตสึกะ เมืองโยโกฮามะ และบอกว่าให้ไปที่เนินทรายทตโตริ สถานที่เที่ยวอันดับ 1 ของจังหวัดทตโตริ

มันคงดูไม่น่าแปลกอะไร ถ้าไม่ใช่ว่าจุดที่เธอขึ้นแท็กซี่มันห่างจากเนินทรายทตโตริ 646 กิโลเมตร (น้อง ๆ แม่ฮ่องสอน – กรุงเทพ หรือ กรุงเทพ – กระบี่) ซึ่งมันผ่านพื้นที่ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างนาโกยะ, เกียวโต และ โอซาก้าก่อนจะไปถึงเกาะฮอนชูซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดทตโตริ และระยะเวลาที่ต้องนั่งมันก็มากถึง 8 ชั่วโมง!

แต่ว่าแท็กซี่ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องบริการที่ดี จึงไม่มีมุกส่งรถแก๊สหมดเมียจะคลอดไว้ปฏิเสธที่จะพาหญิงสาวเดินทางไปยังที่หมายโดยใช้เวลาทั้งหมด 8 ชั่วโมง (เท่ากับว่ามาถึงเนินทรายทตโตริเวลา 10.30 น.) ด้วยระยะทาง 646 กิโลเมตรนี้ ค่าโดยสารทั้งหมดที่ต้องจ่ายก็คือ 236,690 เยน หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 68,400 บาท

ซึ่งหลังจากผู้โดยสารสาวได้ยิน เธอตอบกลับในทันทีว่า “ฉันไม่มีเงิน” และที่จริงทั้งตัวของเธอมีเงินเพียงไม่กี่ร้อยเยน ซึ่งมันไม่มากพอจะโดยสารแท็กซี่ไปที่ใกล้ ๆ จากสถานี Totsuka ด้วยซ้ำ และแท็กซี่ก็ใจดีพอที่จะขับรถพาเธอไปส่งที่ “สถานีตำรวจ” และแจ้งความทำให้เธอถูกจับกุมข้อหาฉัอโกง แต่ว่าสุดท้ายไม่มีการดำเนินคดีเพราะดูเหมือนเธอจะมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ เพราะไม่สามารถตอบชื่อและที่อยู่ของตัวเองได้เลย

ทำให้เรื่องนี้บริษัทแท็กซี่อาจไม่สามารถได้รับเงินค่าโดยสารจำนวน 236,690 เยนไปเสียอย่างนั้น แต่หากทำนิติกรรมโดยไม่อาจรู้ได้ว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายอยู่ในขณะวิกลจริตหรือไม่ นิติกรรมก็ถือว่าสมบูรณ์ไปแล้ว ฉะนั้น สู้ ๆ นะคุณแท็กซี่

Source : Yomiuri Shimbun