เอ ที่บ้านยังมีอยู่หรือเปล่านะ กลับไปคุ้ยแป๊บ…

ในช่วงที่ผ่านมาหากไปเดินดูตามร้านขายของมือสองในญี่ปุ่นคุณจะได้พบกับสินค้าชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาวางเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากบนชั้นขายสินค้าซึ่งสิ่งนั้นก็คือ เทปคาสเซ็ทแบบบันทึกเสียงได้ที่เคยถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงยุค 80 ถึง 2000 ต้น ๆ แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือในยุคนี้ ราคาของเทปเหล่านี้มีราคาสูง เพราะเหตุใดกันพวกมันถึงได้มีราคาที่สูงถึงขนาดนี้

“เมทัลเทปขายหมดเกลี้ยงเลย พลังของโซเชียลนี่มันน่าทึ่งจริง ๆ”

คำว่า “เมทัลเทป” นั้นเป็นชื่อเรียกของเทปที่ไว้ใช้กับเครื่องอัดเสียง Type IV ซึ่งสามารถให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดออกมา ซึ่งในสมัยยุคทองของเทปคาสเซ็ทนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ราคาสูงกว่าเทปชนิดอื่น ๆ แต่ถึงแบบนั้นมันก็เคยมีราคาแค่เพียงไม่กี่ร้อยเยน หรือราวหนึ่งพันเยนต่อกล่องเท่านั้น แต่ในตอนนี้ชาวญี่ปุ่นมากมายกลับยินดีจะจ่ายมากกว่าพันเยนเพื่อเทปที่ยังไม่ถูกใช้งานเพียงม้วนเดียว

ชาวทวีตรายหนึ่งได้ออกมาโชว์คอลเลคชั่นเทปที่ยังไม่ถูกใช้บันทึกเสียง

“นี่คือเทปคาสเซ็ทที่ทุก ๆ คนกำลังพูดถึงกัน ฉันไปหาซื้อมาได้ราว ๆ 170 อันนับตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว
เมทัลเทปนั้นถือได้ว่าเป็นของที่มีค่า และหายากมาก ซึ่งฉันสามารถหามาได้แค่อันเดียว ในราคา 1000 เยน ซึ่งรวมแล้วตอนนี้ฉันมีเทปแบบเดียวกันทั้งหมดแค่ 7 อันเท่านั้น
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ถึงแม้พวกมันจะเป็นเทปเปล่าที่ไม่ถูกบันทึกเสียงมาก่อน ก็ไม่ได้แปลว่าพวกมันจะยังนำมาใช้บันทึกเสียงได้เหมือนอย่างที่มันเคยเป็น… เพราะแบบนั้นฉันจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ทั้งแบบนั้นโดยไม่เปิดกล่อง และให้มันกลายเป็นคอลเลคชั่นหนึ่งของฉันไป”

เทปคาสเซ็ทนั้นถูกผลิตขึ้นมาเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1966 โดยมีบริษัทหัวหอกอย่าง Maxell เป็นผู้ริเริ่ม และในไม่ช้าพวกมันก็กลายเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากด้วยความง่ายในการใช้งานและการพกพา ซึ่งในยุคนั้นเรียกได้ว่าการเห็นคนแบกเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทมาเปิดเพลงกันตามริมถนนกลายเป็นภาพที่ชินตากันไปเลย และในปี 1979 ก็ได้มีเกิดการกระตุ้นความนิยมขึ้นไปอีกเมื่อ Sony เริ่มผลิตเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทแบบพกพาที่มีชื่อว่า Walkman ขึ้นมา

ปีทองที่เรียกได้ว่าเป็นจุดรุ่งเรืองที่สุดของเทปคาสเซ็ทก็คือในปี 1989 ที่เทปคาสเซ็ทนั้นมียอดขายที่สูงกว่าห้าร้อยล้านชิ้นเลยทีเดียว

และอย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วว่าเทปคาสเซ็ทที่มีคุณภาพดีที่สุดคือเมทัลเทป แต่ก็น่าเสียดายว่าเทปชนิดได้ยุติการผลิตไปตั้งแต่เมื่อปี 2001 โดยในปัจจุบันทาง Maxell ถือเป็นผู้ผลิตเทปคาสเซ็ทที่ยังเหลือรอดเพียงเจ้าเดียวในญี่ปุ่นโดยมียอดการผลิตราวแปดล้านชิ้นต่อปี

และในช่วงที่ผ่านมานั้น อาจจะด้วยความหายากของมัน จู่ ๆ เทปคาสเซ็ทก็กลายเป็นที่นิยมขึ้นมาอีกครั้งในหมู่วัยรุ่น ความรู้สึกที่ได้ถือสิ่งที่ได้บันทึกเสียงไว้เป็นวัตถุจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพียงไฟล์เสียง และคุณภาพเสียงที่ไม่ได้ถูกบันทึกโดยสมบูรณ์แต่กลับรู้สึกอบอุ่นได้กลายเป็นความน่าหลงใหลกับทั้งวัยรุ่นและผู้ที่เคยผ่านยุคทองของเทปมาแล้ว ถึงขนาดที่ว่าเพลงใหม่ ๆ ยุคนี้เองบางครั้งก็มีการออกมาในรูปแบบเทปคาสเซ็ทมาเป็นพิเศษด้วย

อัลบั้มใหม่ของนักร้องและนักพากย์สาวอย่างคุณ Furihata Ai ก็ได้มีการวางจำหน่ายในรูปแบบของเทปคาสเซ็ทเช่นกัน

อนิเมะ Girls und Panzer ฉบับหนังโรงเองก็เคยมีแถมโบนัสเทปที่บันทึกเพลงที่ขับร้องโดยตัวละครหนึ่งในเรื่องไว้ด้วยเช่นกัน

แต่รูปลักษณ์ของเทปคาสเซ็ทนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว เพราะยังมีอีกสิ่งที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันนั่นก็คือเทปVHS หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าวิดีโอเทป ซึ่งต่างก็ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นตัวแทนของศตวรรษที่ 20 ได้เป็นอย่างดี

ที่ใส่บัตรรถไฟฟ้าจากเรื่อง BanG Dream! ที่ออกแบบมาในรูปแบบของเทปคาสเซ็ท

ก็เรียกว่าแม้จะเก่าแต่ยังคงไม่จางหายไปตามกาลเวลา เพราะแม้จะอยู่ในยุคดิจิตอลที่เราสามารถเก็บเสียงในรูปแบบของไฟล์เสียงได้แล้ว แต่ความน่าหลงใหลของการบันทึกเสียงแบบดั้งเดิมก็ยังคงอยู่ ไม่แน่ในอีกไม่กี่สิบปีเราอาจจะได้เห็นปรากฎการณ์คล้าย ๆ กันกับไอพอดแบบคลาสสิคก็เป็นได้

Source: NHK News Web