ในกลุ่มจำนวนที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งคือเยาวชนในช่วงวัยประถม – มัธยมปลาย

กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขคนที่ฆ่าตัวตายในปี 2020 ที่ผ่านมาพบว่ามีจำนวนสูงถึง 21,081 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการเก็บสถิติรายปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 และเพิ่มขึ้น 4.5% จากปี 2019

จากข้อมูล คนที่ฆ่าตัวตายเป็นผู้ชาย 14,055 ราย ลดลงจากปี 2019 ไป 23 ราย แต่ว่าจำนวนของผู้หญิงที่ฆ่าตัวตายมีทั้งหมด 7,026 ราย ซึ่งมากขึ้นกว่าเดิม 935 ราย โดยกลุ่มคนวัย 20 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่ฆ่าตัวตายสูงที่สุด อยู่ที่ 837 ราย เพิ่มขึ้น 20% แต่ในกลุ่มของเยาวชน ก็ยังมีจำนวนผู้ที่ฆ่าตัวตายอยู่ที่ 311 ราย นับว่าสูงขึ้น 44% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า

ซึ่งเด็กวัยเรียนตั้งแต่ประถม – มัธยมปลายมีการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 1978 ซึ่งมีถึง 499 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 25%

เจ้าหน้าที่ของกระทรวงเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้การฆ่าตัวตายในปีนี้สูงขึ้นมาก มาจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้คนเกิดความกังวลมากขึ้น เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะและการฆ่าตัวตาย ก็คาดว่ามากจากผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวันทำให้ผู้คนเกิดความเครียด

รองศาสตราจารย์ Ueda Michiko แห่งมหาวิทยาลัยวาเซดะเผยว่า เธอมีความกังวลต่อสถานการณ์นี้สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานประจำ ซึ่งเป็นผู้หญิงจำนวนมาก รวมไปถึงเด็กนักเรียนที่อาจเกิดความเครียดจนอยากฆ่าตัวตาย เธอกล่าวว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยังมีต่อไปแม้มีการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้วก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องมีการช่วยเหลือพร้อมระบบที่รองรับการหางานให้ผู้คน และทุกคนต้องให้ความช่วยเหลือกันเพื่อผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้

Source : NHK