กฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ควรไปควบคู่กันกับเรื่องอนามัย และเรื่องความรู้สึกของผู้สวมใส่

ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องเครื่องแต่งกายนักเรียนในญี่ปุ่นจะมีปัญหากันมาแบบไม่หยุดหย่อน อย่างข่าวที่เราพึ่งนำเสนอไปเมื่อไม่นานเกี่ยวกับรร.มัธยมในนางาซากิบังคับให้นักเรียนสวมชุดชั้นในสีขาวเท่านั้น จนเกิดเป็นหัวข้อสนทนาและถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสังคม

คราวนี้เกิดเหตุขึ้นในเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ เมื่อคุณ Yamada Eri สมาชิกสภาเมืองได้ออกมากล่าวระหว่างการประชุมว่า เธอได้รับคำร้องเรียนจากผู้ปกครองจำนวนมาก ว่าในวิชาพละของโรงเรียนประถมหลายแห่งไม่อนุญาตให้นักเรียนใส่เสื้อผ้าด้านใน ซึ่งกฏนี้มียาวไปตลอดตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6

แม้ว่ากฏดังกล่าวจะเป็นแค่เฉพาะโรงเรียนบางแห่ง แต่ว่าคุณ Yamada ก็ยอมรับว่าไม่สบายใจเมื่อได้ยินว่ากฏแบบนี้มีการใช้จริงในโรงเรียน “เด็กประถมคือวัยที่กำลังพัฒนาความคิดเรื่องเพศ และกฏนี้กำลังทำร้ายพวกเขา” เธอกล่าวพร้อมเสริมว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนไม่พอใจอย่างมากกับกฏข้อนี้

สำหรับเหตุผลที่ทำไมโรงเรียนต้องออกกฏแบบนี้มา มีการกล่าวอ้างถึงเหตุผลทางด้านสุขภาพและสุขอนามัย เนื่องจากเด็กประถมจะไม่ได้อาบน้ำหลังจากเรียนวิชาพละ กฎข้อนี้จึงเป็นไปเพื่อให้พวกเขาไม่ต้องทนกับเสื้อด้านในที่เปียกชุ่มเหม็นอับไปด้วยเหงื่อตลอดทั้งวันนั่นเอง แต่ก็มีคนที่แย้งว่า มันก็แก้ไขได้ด้วยการนำเสื้อด้านในมาเปลี่ยนก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ

สำหรับความเห็นบนโลกออนไลน์ต่อกรณีดังกล่าว เราขอยกตัวอย่างมาบางส่วนดังนี้

“ถ้าโรงเรียนของฉันห้ามพวกเขาใส่เสื้อด้านใน ฉันก็ย้ายโรงเรียน”
“พวกนิสัยเสียตัวไหนคิดกฏแบบนี้มา”
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะมีกฏแบบนี้”
“ทำไมไม่มีใครทำอะไรจนเรื่องมันมาถึงขนาดนี้”

ซึ่งหลังจากเกิดการร้องเรียนนี้ขึ้น คุณ Odashima Mitsuru ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของคาวาซากิ ก็ยืนยันว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก ๆ “จริงที่ว่าโรงเรียนต้องเน้นที่สุขภาพและสุขอนามัย แต่ก็ควรใส่ใจความรู้สึกของเด็ก ๆ ด้วย” เขากล่าว

Source : Kanagawa Shimbun