หรือเป็นภาพสะท้อนว่ากิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน เริ่มไม่ตอบโจทย์ความต้องการ? รวมถึงการไปกวดวิชา

ญี่ปุ่นนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งประเทศที่มีการแบ่งกลุ่มทางสังคมต่าง ๆ อย่างค่อนข้างชัดเจน ซึ่งนั้นก็รวมไปถึงสังคมในรั้วโรงเรียนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงของนักเรียนชั้นมัธยมนั้นสังคมญี่ปุ่นมักจะส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนอกห้องเรียนอย่างการเข้าชมรมอยู่เสมอ บางโรงเรียนก็ถึงกับตั้งข้อบังคับให้นักเรียนทุกคนต้องเข้าชมรมกันเลยทีเดียว

และด้วยเหตุที่ว่าการเข้าชมรมในโรงเรียนญี่ปุ่นหลาย ๆ ชมรมนั้นมีตารางการซ้อม หรือประชุมที่เรียกได้ว่าหนักหน่วง ทำให้การเข้าร่วมมากกว่าหนึ่งชมรมนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ การเลือกชมรมจึงกลายเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตวัยเรียนของเด็กนักเรียนญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ทางแอพคีย์บอร์ดสำหรับสมาร์ทโฟนของญี่ปุ่นอย่าง Simeji จึงได้จัดทำแบบสำรวจว่าผู้ใช้งานแอพของพวกเขาเลือกเข้าชมรมใดในโรงเรียน โดยได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานตั้งแต่ช่วงอายุ 10 ถึง 19 ปีเป็นจำนวน 2,690 ราย และได้ผลสรุปออกมาเป็นสิบอันดับที่ได้รับคำตอบมากที่สุดดังนี้

10.ชมรมปิงปอง
9. ชมรมเครื่องดนตรีเบา (เคอง)
8. ชมรมเทนนิส
7. ชมรมแบดมินตัน
6. ชมรมบาสเก็ตบอล

ก็ถือได้ว่าชมรมกีฬาประเภทหวดด้วยไม้มาแบบแน่น ๆ กันเลยในห้าอันดับแรก และก็มีชมรมสายดนตรีเข้ามาผสมโรงอยู่หนึ่งชมรมโดยชมดนตรีเบา หรือ เคองนั้นบ้านเราอาจจะไม่คุ้นกันนัก ซึ่งชมรมนี้เป็นชมรมดนตรีที่เน้นไปที่โดนตรีแนวป๊อป และเพลงสมัยใหม่ มากกว่าดนตรีคลาสสิค หรือประเภทดุริยางค์

5. ชมรมศิลปะ
4. ชมรมดุริยางค์
3. ชมรมวอลเลย์บอล
2. ชมรมเต้นรำ

สำหรับสี่อันดับถัดมาเราก็จะได้เห็นทั้งชมรมดนตรีแบบดั้งเดิมอย่างชมรมดุริยางค์ ส่วนทางฝั่งชมรมเต้นรำในญี่ปุ่นนั้นก็มักจะเน้นไปที่แนวผสมผสานระหว่างแจ๊ส และฮิปฮอปที่มักเต้นเป็นกลุ่มไม่ใช่การเต้นรำลีลาส บัลเล่ต์ หรือการเต้นตามแบบแผนต่าง ๆและสำหรับอันดับหนึ่งที่มีผู้ตอบเข้ามากันมากที่สุดก็คือ “ชมรมกลับบ้าน” ซึ่งเป็นคำเรียกกลุ่มนักเรียนที่ไม่ได้สังกัดชมรมใด เมื่อเลิกเรียนก็พร้อมจะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเล่น หรือดิ่งกลับบ้านอย่างอิสระได้ในทันทีนั่นเอง

ซึ่งตรงจุดนี้เมื่อมองถึงสังคมญี่ปุ่นที่มักจะให้ความสำคัญกับการเข้าสังคมนั้น การที่ชมรมกลับบ้านถูกโหวตให้เป็นอันดับหนึ่ง อาจดูเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอยู่บ้าง แต่เมื่อมองที่อีกด้านว่านักเรียนในญี่ปุ่นหลาย ๆ คนนอกจากจะต้องเรียนในโรงเรียนให้ดีแล้ว หลังเลิกเรียนเองก็มีนักเรียนไม่น้อยที่ยังต้องไปเรียนพิเศษต่อในทันที ทำให้หลาย ๆ คนไม่เหลือเวลาว่างมากพอจะมาใช้กับความสนใจในด้านต่าง ๆ หรือการได้เข้าสังคมกับเพื่อนทั้งในโรงเรียนและในชมรม เพราะบางทีแค่เวลาจะพักผ่อนให้พร้อมรับวันใหม่ก็แทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว

ซึ่งในจุดนี้เองแม้แต่ผู้ที่สามารถจัดการเวลาได้อย่างดีเยี่ยมก็ยังต้องการเวลาอิสระของตัวเองเช่นกัน การเป็นสมาชิกของชมรมกลับบ้านจึงกลายเป็นทางเลือกที่เหลือเพียงน้อยนิดของพวกเขาเหล่านี้

แต่เหนืออื่นใดนี่ก็เป็นเพียงผลสำรวจจากประชากรกลุ่มหนึ่งของญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนอย่างชัดเจนที่บอกว่านักเรียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เข้าร่วมกิจกรรมชมให้เต็มอิ่มในช่วงชีวิตวัยรุ่นของพวกเขาเสมอไป แต่อย่างน้อยมันก็เป็นข้อมูลที่ทำให้เราได้เห็นว่าเด็กญี่ปุ่นเองก็ต้องการเวลาพักผ่อนจากการถูกสังคมผลักดันไปบนเส้นทางของการพัฒนาตนเองเช่นกัน

Source: PR Times